วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

10 ทักษะพรีเมียมที่คนทำงานยุค AI ต้องมี ผู้นำต้องปรับกลยุทธ์ สู่Agentic AI

งาน “Thailand HR Tech Conference & Exposition 2026” ภายใต้แนวคิด “HUMAN • AI HARMONY: Leading the Intelligent Workplace” จัดโดยสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ระหว่างวันที่ 16 – 17 มิถุนายน 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ (Paragon Hall) ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน  งานที่สาย HR, People, และ Tech ห้ามพลาด เพราะเป็นการรวมเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้าน HR ไว้ครบทุกมิติ พร้อมปลุกไอเดีย พลิกเกมการทำงานในยุค AI

“สุนทร เด่นธรรม” Founder & Group Chief Executive Officer แห่ง Humanica  กล่าวหัวข้อ “Why Good Companies Still Fail – Even with Good AI Adoption” ตอนหนึ่งว่าปัจจุบัน 77% ขององค์กรทั่วโลกกำลังอยู่ระหว่างการทดลองหรือใช้งาน AI จริง ขณะที่การลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่านับตั้งแต่ปี 2021 และ Generative AI ถูกประเมินว่าสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 4.4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี นอกจากนี้ยังมีถึง 88% ขององค์กรในทุกอุตสาหกรรมที่กำลังทดลองใช้ AI ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโลกธุรกิจ เหมือนที่ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และ Cloud Computing เคยเป็นในอดีต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

17 ทักษะ Soft Skills เติมเต็มศักยภาพ ‘คนรุ่นใหม่’ ที่ AI เทียบไม่ติด

'Future Skills ผสาน AI' ทักษะคนรุ่นใหม่ ตอบโจทย์โลกการทำงาน

Mindset ที่ส่งผลให้องค์กรไทยล้มเหลว

“สุนทร” กล่าวต่อว่า สิ่งที่สร้างความแตกต่างในอนาคต คือความสามารถขององค์กรในการเรียนรู้ ปรับตัว และนำ AI ไปสร้างความสามารถใหม่ได้เร็วกว่าองค์กรอื่น ซึ่งองค์กรต้องบริหารจัดการ 5  กับดักทางความคิดที่จะส่งผลให้ธุรกิจล้มเหลว ได้แก่

1.Optimising Yesterday’s Business เอา AI ไป Optimize ธุรกิจที่ล้าสมัยแล้ว ไม่มีการคิดใหม่ ทำใหม่ ไม่มีการ redesign เอาเทคโนโลยีไปทำสิ่งเดิมๆ สิ่งที่มันตกยุคไปแล้ว 

2.Confusing Efficiencywith Adaptability มีความเข้าใจผิดระหว่าง Efficiency กับ Adaptability Effifciency คือ ประสิทธิผล ความเร็ว ความสำเร็จชิ้นงาน แต่ Adaptability คือการนำ AI มาทำให้เกิด Business Model Innovation เช่น มาทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ในองค์กร 

3.Automating Tasks, Not Decisions การนำ AI มาทำ Automate แต่ไม่ได้ออกแบบการตัดสินใจใหม่  

4.Ignoring the Human System การนำ AI มาทำแทนมนุษย์ แต่ BCG ประเมินแล้วว่า 70% ความสำเร็จของ AI มาจากคน 

5.Stopping to Learn องค์กรหยุดเรียนรู้ในเรื่อง AI

"ผู้นำ" ต้องปรับกลยุทธ์องค์กร 

สุนทร อธิบายต่อว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI ซึ่งแตกต่างจาก Generative AI ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย และสิ่งที่น่ากังวลคือ หลายองค์กรยังวางกลยุทธ์อยู่บนสมมติฐานของยุค Generative AI ในขณะที่โลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่ยุค Agentic AI แล้ว และความเร็วของการเปลี่ยนแปลงก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะช่องว่างระหว่างแต่ละคลื่นเทคโนโลยีกำลังสั้นลงเรื่อย ๆ จนความล่าช้าทางกลยุทธ์ไม่ได้วัดเป็นปีอีกต่อไป แต่กำลังวัดเป็นเดือน

สิ่งที่จะทำให้ AI ล้มเหลว มีดังต่อไปนี้ 1. Tools ไม่ใช่ Strategy มีการลงทุนเทคโนโลยี แต่ไม่ได้มีการ transform ธุรกิจ ไม่มีการปรับตัว 2.Pilot Paralysis มีการประเมินว่า องค์กรส่วนใหญ่ โดยเฉลี่ย จะมี Pilot 10-20 pilot แต่จะมีแค่ 1 pilot เศษๆ ที่ประสบความสำเร็จ 3. Silos kill AI ซึ่ง AI จะมีประสิทธิผล ประสบความสำเร็จได้ ต้องเป็นการทำ Cross function ไม่ใช่แผนกใดแผนกหนึ่ง และต้อง Support โดย CEO อย่างออกหน้า

4. The Talent GAP คือ ไม่มีคนที่จะควบคุม ตรวจสอบ ตั้งข้อสงสัย ว่าสิ่งที่ AI เจนออกมา Output ใช้ได้หรือไม่ 5. The Data Deficit การไม่มี Data ที่ดี ไม่เพียงพอ หรือคุณภาพใช้ไม่ได้ ผลของการที่มี Data ไม่ดี จะก่อให้เกิดผลิตผลของ AI ที่ผิด แถมผิดอย่างมั่นใจซึ่งน่ากลัวมาก  และ 6.Change resistance การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เป็นปัญหาของคนที่มีความกังวลต่อ AI จนทำให้เกิดการต่อต้าน มาจากกระแสการ downsize องค์กร จนทำให้คนจิตตก ความกลัวการตกงาน เป็นสุขภาวะทางจิตที่สำคัญ ทำให้คนขาดชีวิตชีวาและกำลังใจในการทำงาน

“AI ไม่ได้จะมาแทนที่คน แต่ปัจจุบันและอนาคตจะเป็นโลกการทำงานที่คนกับ AI ทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องกัน  มีการสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นระหว่างคนกับ AI”สุนทร กล่าว

การทำงานโฉมใหม่ คนต้องทำงานคู่กับ AI

สุนทร อธิบายต่อไปว่าองค์กรที่มีการทำงานร่วมกันระหว่าง Human กับ AI Agent จะมีลักษณะเด่น คือ

1. Primary Work Unit จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับทีม Agent โดยคนตั้งเป้าหมาย กำหนดสิ่งที่ต้องการ AI ผลิตให้เกิดขึ้น แล้วคนทำหน้าที่ตัดสินใจ คนยังเป็นสิ่งที่จำเป็น

2. Org Structure โครงสร้างองค์กรจะเป็นลักษณะ Network คนทำหน้าที่พิจารณา ใช้วิจารณญาณในสิ่งที่ AI ผลิต AI ทำตาม Work Flow ที่คนกำหนด นี่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนไปในโครงสร้างองค์กร

3. Decision Making บทบาทของฝ่ายจัดการ จะเป็นเรื่องของการ coach คน ในเรื่องของวิจารณญาณต่าง ๆ การตัดสินใจ ในเรื่องที่ AI เจนออกมา ออกแบบ Work flow

4. Performance KPI จะให้ KPI กับผลสำเร็จที่ได้ มากกว่าเวลาทำงาน มากกว่าความขยัน มากกว่า KPI ที่วัดกันอยู่ในปัจจุบัน 

10 ทักษะพรีเมี่ยมที่คนทำงานต้องมี

ทั้งนี้ ทักษะพรีเมี่ยม (Skill Premium) ที่จำเป็นในคนนั้น มีดังนี้  

1.AI and Big Data Literacy ความรู้ความสามารถด้าน AI และ Big Data

2.Analytical Thinking ความคิดวิเคราะห์

3.Creative Thinking ความคิดสร้างสรรค์

4. Resillence & Agillity เป็นเรื่องสำคัญ ทำให้คนแต่ละองค์กรต่างกัน Resillence เป็นความสามารถที่ทำให้คนล้มแล้วลุก ไม่ว่าจะเป็นคนหรือองค์กร สู้ไม่ถอย

5.Leadership & Social influence ความสามารถจูงใจ โน้มน้าวคน Social influence เป็น skill ที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน

6.Curiosity & LifeLong Learning ความอยากรู้อยากเห็น Growth Mind Set การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด

7.Technological Literacy ต้องเข้าใจบริบของเทคโนโลยีว่าจะมีผลกระทบต่อองค์กรอย่างไร ต้องปรับตัวอย่างไร

8 Motivation & Self Awareness ต้องมีความสามารถในการโน้มน้าว กระตุ้นให้คนมีกำลังใจลูกน้อง เพื่อนร่วมทีม เป็นอีกหนึ่งทักษะที่ต้องฝึก

9.Emphaty & Active Learning ความเห็นอกเห็นใจ เป็นบริบทที่เครื่องจักรทำไม่ได้ บางคนขาด ก็ต้องฝึก

10.System Thinking ความสามารถในการเข้าใจผลกระทบขององค์กรจากการทำงานที่ซับซ้อนระหว่างคนกับ AI

บทบาทใหม่ของ HR ต้องสอดคล้องกับ AI

สุนทร  กล่าวอีกว่าสำหรับ HR นี่คือช่วงเวลาที่ท้าทายและสำคัญที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เพราะ 56% ของงาน HR สามารถถูกทำให้เป็นระบบอัตโนมัติได้ด้วย AI ขณะที่ 73% ของ HR ยังใช้เวลากว่าครึ่งหนึ่งไปกับงานธุรการและงานประจำวัน ข้อมูลยังระบุว่า องค์กรที่ออกแบบบทบาท HR ใหม่ให้สอดคล้องกับยุค AI สามารถสร้างผลลัพธ์ได้มากกว่าองค์กรที่เพียงเพิ่มเครื่องมือ AI ถึง 4.7 เท่า มีเพียง 3% ขององค์กรเท่านั้นที่ได้ปรับบทบาท HRBP ให้สอดคล้องกับยุค AI อย่างจริงจัง

“HR ในอนาคตจึงต้องเปลี่ยนจากผู้ดูแลงานธุรการ ไปสู่บทบาทใหม่ เช่น Employee Experience Architect, AI Governance Partner, Workforce Intelligence Analyst, Capability Builder, Culture Steward และ Ethical Guardian เพราะในยุค Human-Agent การสร้างคุณค่าไม่ได้เกิดจากการทำงานแทน AI แต่เกิดจากการออกแบบให้มนุษย์และ AI ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”สุนทร กล่าว