ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการภาษี 2 มาตรการ หักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า พร้อมลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1% ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนมาใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ มีผลถึง 31 ธันวาคม 2570
KEY POINTS
- คณะรัฐมนตรีมีมติขยายเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
- นิติบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนและค่าบริการระบบ e-Tax Invoice และ e-Withholding Tax มาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า
- ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับธุรกรรมผ่านระบบ e-Withholding Tax เหลือเพียง 1% จากเดิมที่เคยเป็น 2%, 3% และ 5%
นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการภาษี 2 มาตรการ เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนมาใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570
มาตรการแรกคือการให้สิทธิ์บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนติดตั้งและค่าบริการระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) และระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) ไปหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง
โดยขยายความครอบคลุมไปถึงค่าตรวจประเมินระบบที่ผู้ให้บริการ (Service Provider) ต้องจ่ายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) อีกด้วย
มาตรการที่สอง คือการลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านระบบ e-Withholding Tax โดยปรับลดจากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 5%, 3% และ 2% ให้เหลือเพียง 1% ทั้งหมด โดยธุรกิจที่รับชำระเงินผ่านระบบดังกล่าวจะถูกหักภาษีน้อยลง มีเงินสดหมุนเวียนในมือมากขึ้น และไม่ต้องรอขอคืนภาษีส่วนเกินในภายหลัง
อธิบดีกรมสรรพากรระบุว่า มาตรการทั้งสองจะช่วยลดต้นทุนและภาระด้านเอกสารให้ภาคธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการสนใจเข้ามาเป็นผู้ให้บริการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ซึ่งในภาพรวมจะช่วยเพิ่มเงินสดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ





