วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569

Login
Login

'CNT' เผยโจทย์ใหญ่ Data Center ไทย ไม่ใช่ 'พลังงาน' แต่คือ 'คน'

คริสเตียนีฯ เปิดอินไซท์ Data Center ไทย ทะยานสู่ "Global AI Hub" ชี้โจทย์ใหญ่ไทย ไม่ใช่ "พลังงาน" แต่คือ "คน" ยัน "พลังงานสะอาด-โครงสร้างพื้นฐาน" ตันดันไทยไล่กวด "สิงคโปร์-มาเลเซีย"

KEY POINTS

  • นายพิเชฐ นิ่มพานิชย์ จาก CNT ชี้ว่าความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในไทยถือเป็นจุดแข็งและเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ดึงดูดนักลงทุนระดับโลก ไม่ใช่ปัญหาหลักของประเทศ
  • อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในการผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Data Center คือการขาดแคลนบุคลากรที่มีประสบการณ์โดยตรง โดยประเมินว่ามีผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญในงานระดับนี้ไม่เกิน 5 รายในประเทศ
  • งานก่อสร้าง Data Center มีความซับซ้อนและต้องการความแม่นยำสูงมาก ทำให้การพัฒนาบุคลากรจากอุตสาหกรรมอื่นทำได้ยาก และเกิดภาวะแย่งตัวบุคลากร (Headhunting) ที่มีจำกัด
  • นายพิเชฐย้ำว่า "คน" คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด หากบุคลากรไม่พร้อม ต่อให้มีเทคโนโลยีหรือพลังงานที่ดีเพียงใด ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของนักลงทุนระดับโลกและก้าวขึ้นเป็นผู้นำได้

"ซีเมนส์" ร่วมกับ "กรุงเทพธุรกิจ" จัดงาน Siemens Data Center Conference 2026 "Powering AI: The Next Era of Data Centers" เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับเทรนด์การใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) และบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่มีความต้องการใช้ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

สำหรับหัวข้อ Build It Right: Construction, Power & Cyber Resilience for AI-Ready Data Centers โดยนายพิเชฐ นิ่มพานิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CNT เปิดเผยถึงภาพรวมและการเติบโตของธุรกิจ Data Center ในประเทศไทยว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ 

โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีล่าสุดที่ได้รับแรงขับเคลื่อนมหาศาลจากเทคโนโลยี AI และ Cloud จากเดิมเมื่อ 10 ปีก่อนที่เป็นเพียงการให้บริการด้านการสื่อสาร (Communication) ขนาดเล็กเพียง 3-10 เมกะวัตต์ แต่ปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ต้องรองรับความต้องการสูงถึง 500 เมกะวัตต์ หรืออาจะถึงระดับกิกะวัตต์

'CNT' เผยโจทย์ใหญ่ Data Center ไทย ไม่ใช่ 'พลังงาน' แต่คือ 'คน'

ไทยเร่งสปีดไล่กวด "มาเลเซีย-สิงคโปร์"

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในอดีตไทยอาจจะตามหลังมาเลเซียและสิงคโปร์ในสายตาของนักลงทุนระดับโลก (Global Investor) แต่ปัจจุบันความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ ความเสถียรของระบบไฟฟ้า รวมถึงนโยบายการสนับสนุนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาด (Clean Energy) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลก อาทิ Microsoft และ Google ตัดสินใจเดินหน้าการลงทุนในไทยพร้อมๆ กัน

"ความพร้อมของไทยในมุมมองของผม เรื่องพลังงานสะอาดที่เราพยายามผลักดันนั้นมีความชัดเจนมาก โดยเฉพาะไฟฟ้าจากหน่วยงานหลักอย่าง 3 การไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่นักลงทุนใช้ตัดสินใจ" นายพิเชฐ กล่าว

'CNT' เผยโจทย์ใหญ่ Data Center ไทย ไม่ใช่ 'พลังงาน' แต่คือ 'คน'

Data Center กับความซับซ้อนงานก่อสร้าง

นายพิเชฐ กล่าวว่า ในส่วนของงานวิศวกรรมก่อสร้างนั้น Data Center ในปัจจุบันมีความซับซ้อนสูงมากและเปลี่ยนสถานะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความวิกฤติ (Mission Critical Infrastructure) ซึ่งต้องการมาตรฐานความปลอดภัยและความแม่นยำสูงสุดในทุกขั้นตอน (High safety, High standard and Delivery Certainty) โดย CNT ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ผู้รับเหมาทั่วไป แต่ต้องทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ (Design Specialist) และที่ปรึกษาระดับโลกอย่างใกล้ชิด

ความท้าทายที่สำคัญคือเรื่องของ Scale ที่ขยายตัวจาก Building ขนาดเล็ก ไปสู่การสร้างอาคารที่ต้องรองรับเครื่อง Data มากถึง 3-4 ตัวในแคมปัสเดียว นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วมาก (Dynamic Change) ทำให้บริษัทต้องทำ Technical Workshop อย่างละเอียดกับเจ้าของโครงการก่อนเริ่มงาน เพื่อวิเคราะห์ปัญหาล่วงหน้าและการบูรณาการระบบ (Integration) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบไฟฟ้าที่ต้องสร้าง Substation เอง หรือการบริหารจัดการน้ำ

'CNT' เผยโจทย์ใหญ่ Data Center ไทย ไม่ใช่ 'พลังงาน' แต่คือ 'คน'

"วิกฤติบุคลากร" โจทย์ใหญ่สู่การเป็น AI Hub

ฃอย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าอุปสรรคสำคัญที่สุดในการก้าวสู่การเป็น AI Data Center Destination คือการขาดแคลนบุคลากรที่มีประสบการณ์โดยตรง เนื่องจากในประเทศไทยมีผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ในงานระดับนี้ไม่เกิน 5 ราย

"การพัฒนาบุคลากรจากงานก่อสร้างอื่นๆ เช่น งานก่อสร้างอาคารทั่วไป Factory Warehouse มาสู่ Data Center มีข้อจำกัด เพราะนี่ไม่ใช่งานก่อสร้างทั่วไปที่ใครจะทำก็ได้ แต่ต้องอาศัยความแม่นยำระดับวินาที (Day per Day) หากเกิดความผิดพลาดเพียงนิดเดียวในขั้นตอนการติดตั้งหรือการส่งมอบวัสดุ จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อโครงการทันที" นายพิเชฐ กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับภาวะการแย่งตัวบุคลากร (Headhunting) เนื่องจากทรัพยากรบุคคลที่มีความเข้าใจในมาตรฐานระดับสากลมีจำกัด 

อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยต้องการเป็นที่หนึ่งในด้านนี้ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดคือ เรื่องคน (Human Resources) เพราะหากคนไม่พร้อม ต่อให้มีเทคโนโลยีหรือพลังงานที่ดีเพียงใด ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนระดับโลกได้

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ากระแสการลงทุนใน Data Center จะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 3-4 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและวิศวกรรมของไทยในการยกระดับสู่มาตรฐานโลก