คริสเตียนีฯ เปิดอินไซท์ Data Center ไทย ทะยานสู่ "Global AI Hub" ชี้โจทย์ใหญ่ไทย ไม่ใช่ "พลังงาน" แต่คือ "คน" ยัน "พลังงานสะอาด-โครงสร้างพื้นฐาน" ตันดันไทยไล่กวด "สิงคโปร์-มาเลเซีย"
KEY POINTS
- นายพิเชฐ นิ่มพานิชย์ จาก CNT ชี้ว่าความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในไทยถือเป็นจุดแข็งและเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ดึงดูดนักลงทุนระดับโลก ไม่ใช่ปัญหาหลักของประเทศ
- อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในการผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Data Center คือการขาดแคลนบุคลากรที่มีประสบการณ์โดยตรง โดยประเมินว่ามีผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญในงานระดับนี้ไม่เกิน 5 รายในประเทศ
- งานก่อสร้าง Data Center มีความซับซ้อนและต้องการความแม่นยำสูงมาก ทำให้การพัฒนาบุคลากรจากอุตสาหกรรมอื่นทำได้ยาก และเกิดภาวะแย่งตัวบุคลากร (Headhunting) ที่มีจำกัด
- นายพิเชฐย้ำว่า "คน" คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด หากบุคลากรไม่พร้อม ต่อให้มีเทคโนโลยีหรือพลังงานที่ดีเพียงใด ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของนักลงทุนระดับโลกและก้าวขึ้นเป็นผู้นำได้
"ซีเมนส์" ร่วมกับ "กรุงเทพธุรกิจ" จัดงาน Siemens Data Center Conference 2026 "Powering AI: The Next Era of Data Centers" เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับเทรนด์การใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) และบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่มีความต้องการใช้ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
สำหรับหัวข้อ Build It Right: Construction, Power & Cyber Resilience for AI-Ready Data Centers โดยนายพิเชฐ นิ่มพานิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CNT เปิดเผยถึงภาพรวมและการเติบโตของธุรกิจ Data Center ในประเทศไทยว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีล่าสุดที่ได้รับแรงขับเคลื่อนมหาศาลจากเทคโนโลยี AI และ Cloud จากเดิมเมื่อ 10 ปีก่อนที่เป็นเพียงการให้บริการด้านการสื่อสาร (Communication) ขนาดเล็กเพียง 3-10 เมกะวัตต์ แต่ปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ต้องรองรับความต้องการสูงถึง 500 เมกะวัตต์ หรืออาจะถึงระดับกิกะวัตต์
ไทยเร่งสปีดไล่กวด "มาเลเซีย-สิงคโปร์"
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในอดีตไทยอาจจะตามหลังมาเลเซียและสิงคโปร์ในสายตาของนักลงทุนระดับโลก (Global Investor) แต่ปัจจุบันความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ ความเสถียรของระบบไฟฟ้า รวมถึงนโยบายการสนับสนุนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาด (Clean Energy) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลก อาทิ Microsoft และ Google ตัดสินใจเดินหน้าการลงทุนในไทยพร้อมๆ กัน
"ความพร้อมของไทยในมุมมองของผม เรื่องพลังงานสะอาดที่เราพยายามผลักดันนั้นมีความชัดเจนมาก โดยเฉพาะไฟฟ้าจากหน่วยงานหลักอย่าง 3 การไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่นักลงทุนใช้ตัดสินใจ" นายพิเชฐ กล่าว
Data Center กับความซับซ้อนงานก่อสร้าง
นายพิเชฐ กล่าวว่า ในส่วนของงานวิศวกรรมก่อสร้างนั้น Data Center ในปัจจุบันมีความซับซ้อนสูงมากและเปลี่ยนสถานะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความวิกฤติ (Mission Critical Infrastructure) ซึ่งต้องการมาตรฐานความปลอดภัยและความแม่นยำสูงสุดในทุกขั้นตอน (High safety, High standard and Delivery Certainty) โดย CNT ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ผู้รับเหมาทั่วไป แต่ต้องทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ (Design Specialist) และที่ปรึกษาระดับโลกอย่างใกล้ชิด
ความท้าทายที่สำคัญคือเรื่องของ Scale ที่ขยายตัวจาก Building ขนาดเล็ก ไปสู่การสร้างอาคารที่ต้องรองรับเครื่อง Data มากถึง 3-4 ตัวในแคมปัสเดียว นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วมาก (Dynamic Change) ทำให้บริษัทต้องทำ Technical Workshop อย่างละเอียดกับเจ้าของโครงการก่อนเริ่มงาน เพื่อวิเคราะห์ปัญหาล่วงหน้าและการบูรณาการระบบ (Integration) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบไฟฟ้าที่ต้องสร้าง Substation เอง หรือการบริหารจัดการน้ำ
"วิกฤติบุคลากร" โจทย์ใหญ่สู่การเป็น AI Hub
ฃอย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าอุปสรรคสำคัญที่สุดในการก้าวสู่การเป็น AI Data Center Destination คือการขาดแคลนบุคลากรที่มีประสบการณ์โดยตรง เนื่องจากในประเทศไทยมีผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ในงานระดับนี้ไม่เกิน 5 ราย
"การพัฒนาบุคลากรจากงานก่อสร้างอื่นๆ เช่น งานก่อสร้างอาคารทั่วไป Factory Warehouse มาสู่ Data Center มีข้อจำกัด เพราะนี่ไม่ใช่งานก่อสร้างทั่วไปที่ใครจะทำก็ได้ แต่ต้องอาศัยความแม่นยำระดับวินาที (Day per Day) หากเกิดความผิดพลาดเพียงนิดเดียวในขั้นตอนการติดตั้งหรือการส่งมอบวัสดุ จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อโครงการทันที" นายพิเชฐ กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับภาวะการแย่งตัวบุคลากร (Headhunting) เนื่องจากทรัพยากรบุคคลที่มีความเข้าใจในมาตรฐานระดับสากลมีจำกัด
อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยต้องการเป็นที่หนึ่งในด้านนี้ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดคือ เรื่องคน (Human Resources) เพราะหากคนไม่พร้อม ต่อให้มีเทคโนโลยีหรือพลังงานที่ดีเพียงใด ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนระดับโลกได้
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ากระแสการลงทุนใน Data Center จะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 3-4 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและวิศวกรรมของไทยในการยกระดับสู่มาตรฐานโลก





