วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2569

Login
Login

GULF กำไรทำนิวไฮต่อเนื่อง รับโรงไฟฟ้า-ดาต้าเซ็นเตอร์หนุน โบรกชี้ยังมีอัพไซด์

แนวโน้มผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น การทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ และการขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจแห่งอนาคตอย่างดาต้าเซ็นเตอร์ สอดรับกับกระแสการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและความต้องการใช้ AI ที่เร่งตัวขึ้น ขณะที่ นักวิเคราะห์มองว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีพอร์ตธุรกิจหลากหลายยังมีศักยภาพสร้างการเติบโตของกำไรได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว จากทั้งธุรกิจพลังงาน โทรคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ชัยวัฒน์ อาศิระวิชัย นักวิเคราะหการลงทุนปัจจยพื้นฐาน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า หุ้น GULF คาดกําไรปกติทําสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งในไตรมาส 2/2569 ประเมินในเบื้องต้นว่า กําไรปกติไตรมาส 2/2569 ของ GULF จะอยู่ที่ 1.14 หมื่่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% YoY และ 22% QoQ โดยได้รบแรงหนุนจาก heat rate margin และความต้องการใช้ไฟฟ้าสําหรับ IPP ที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในประเทศไทย

ประกอบกับการปรับเพิ่มค่า capacity payment (CP) สําหรบโรงไฟฟ้า Jackson (1,200MW, สัดส่วนถือหุ้น 49%) ในสหรัฐฯ โดยค่า CP ถูกปรับขึ้นจาก US$270/MW-day เป็น US$329/MW-day ตั้งแต่เดือนมิ.ย.2569 ถึงพ.ค. 2570 รวมถึงคาดว่าจะมีเงินปันผลรบจาก KBANK เข้ามาอีก 2.8 พันล้านบาท นอกจากนี้ การเติบโตยังได้รับแรงหนุนจากต้นทุนทางการเงินลดลงและการลดลงของหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย 

อีกทั้ง เราคาดว่า GULF จะบันทึกกําไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนจำนวน 1.9 พันล้านบาท จากการขายหุ้น 51% ในโครงการ Pak Lay ในไตรมาส 2/2569 ดังนั้นคาดว่ากําไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ของ GULF จะเพิ่ม 46% QoQ จากการดําเนินงานหลักที่แข็งแกร่ง แต่กําไรสุทธิจะลดลง 79% YoY เน่ื่องจากไม่มีรายการพิเศษที่ได้มาครั้งเดียวเกี่ยวกับการปรับมูลค่าทางบัญชีหลังควบรวมกับ INTUCH ในไตรมาส 2/2568

ทั้งนี้ กําไรปกติปี 2569 จะเติบโตต่อเน่ื่องที่ 18% โดยได้รับแรงหนุนจาก

1) กําไรที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเน่ื่องของ ADVANC+14.7% ในปี 2569

2) ค่า CP ที่สูงขึ้นของโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ซ่ึงปรับข้ึนจาก US$270/MW-day เป็น US$329/MW-day ตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2569 ถึงพ.ค. 2570 

3) การทยอยเริ่มดําเนินงานเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการ solar 4 โครงการ (321MW) และโครงการ solar+BESS 2 โครงการ (302MW) ในครึ่งปีหลังของปี 2569 คาดว่าจะสร้างกำไรให GULF จำนวน 600 ล้านบาทต่อปี และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่เชียงใหม่คาดว่าจะสร้างกําไรให้ GULF จํานวน 120 ล้านบาทต่อปี และ 

4) การเริ่มเปิดให้บริการโครงการ มอเตอร์เวย์สายบางปะอินนครราชสีมา (M6) ในไตรมาส 3/2569 สําหรับธุรกิจ data center คาดว่าจะมีการใช้บริการเต็มกําลังการให้บริการภายในกลางปี 2569 สําหรบโครงการ GSA01 แม้ว่าสัดส่วนกําไรจะยังคงน้อยเม่ือเทียบกับฐานกําไรระดับสูง

นอกจากนี้ GULF ให้ความสําคัญกับธุรกิจ data center มากขึ้น โดยปัจจุบัน GULF มีโครงการ data center ในพอร์ต 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ GSA01 ขนาด 25MW (GULF ถือหุ้น 40%) ในสมุทรปราการ ซึ่งเริ่มดําเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2/2568 และจะมีอัตราการใช้บริการเต็มกําลังการใหบริการในกลางปี 2569 โครงการ GSA02 ขนาด 38MW (GULF ถือหุ้น 40%) ในชลบุรี ซ่ึ่งมีกําหนดเปิดดําเนินการในไตรมาส 1/2570 และโครงการ GEDC01 ขนาด 100MW (GULF ถือหุ้น 70%) ในระยอง ซึ่งมีกําหนดเปิดดําเนินการในไตรมาส 4/2570 ทําใหกำลังการผลิตรวมตามสัดส่วนการถือหนของ GULF อยู่ที่ 95.5MWe คาดว่าธุรกิจ data center จะคิดเป็นสัดส่วนกําไร 3.7% ภายในปี 2572 เพิ่มขึ้นจาก 0.2% และ 0.9% ในปี 2569-70 

ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทที่ประกอบธุรกิจ data center ที่จดตั้งขึ้นใหม่คือ GEDC02 (GULF ถือหุ้น 100%) จะรองรับลูกค้าใหม่ในอนาคต แม้ว่าจะยังไม่มีรายละเอียดเปิดเผยออกมา นอกจากนี้ เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อโครงการ Direct PPA ที่กําลังจะเกิดขึ้น และร่างแผน PDP2026 ฉบับใหม่ GULF มีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าหลายแห่งที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกของโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเฟส 2 ขนาด 2.1GW โดยอาศัยความเชี่ยวชาญและโครงสร้างต้นทุนของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนทํา M&A ในต่างประเทศ โดยเน้นศึกษาโครงการพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และก๊าซธรรมชาติในยุโรปและสหรัฐฯ 

อย่างไรก็ตาม มูลค่าพื้นฐานและคําแนะนํา เราคงคําแนะนํา OUTPERFORM สําหรบ GULF โดยให้ ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 75 บาท (WACC 6% และอัตราการเติบโตระยะยาว 3%