10 สมาคมเหล็ก ค้านอนุญาต “ซิน เคอ หยวน” เดินเครื่อง เสนอบูรณาการทุกหน่วยตรวจสอบโรงเหล็กทุกแห่งไม่ได้มาตรฐาน ดำเนินตามกฎหมายเข้มงวด “กรมโรงงาน” ยืนยันผ่านเกณฑ์ปลอดภัย-สิ่งแวดล้อม ย้ำเทคนิคเติมสารในเตา IF ทำได้จริงตามมาตรฐาน
KEY POINTS
- กลุ่ม 10 สมาคมเหล็กเรียกร้องให้กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยข้อมูล และเหตุผลในการอนุญาตให้โรงงานซิน เคอ หยวน กลับมาดำเนินการผลิตอย่างโปร่งใส
- ผู้ผลิตเหล็กไทยตั้งข้อสงสัยว่าโรงงานซิน เคอ หยวนปฏิบัติตามเงื่อนไข EIA และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือไม่ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีเตาหลอม Induction Furnace (IF) ที่มองว่าล้าสมัย และอาจผลิตเหล็กที่ไม่ได้คุณภาพ
- กรมโรงงานอุตสาหกรรมยืนยันว่าการอนุญาตเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากซิน เคอ หยวนได้ปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดมลพิษทางอากาศจนผ่านมาตรฐานที่กำหนด
- กรมโรงงาน ชี้แจงว่าเครื่องจักรของซิน เคอ หยวนเป็นไปตามรายงาน EIA ที่ได้รับอนุมัติ และกระบวนการผลิตผ่านการตรวจสอบแล้วว่าไม่ขัดต่อข้อกำหนด มอก. โดยมีผลทดสอบคุณภาพเหล็กยืนยันว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน
- กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กเสนอให้มีการบูรณาการตรวจสอบโรงงานเหล็กทุกแห่งอย่างเข้มงวด เพื่อยกระดับมาตรฐาน และสกัดกั้นผู้ประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน สร้างการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
กรณีการอนุญาตให้ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้รับอนุญาตให้เดินเครื่องผลิตเหล็กอีกครั้งหลังถูกสั่งระงับมา 1 ปี 5 เดือน จากเหตุเพลิงไหม้ และข้อบกพร่องด้านสิ่งแวดล้อม ยังเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตาใกล้ชิดท่ามกลางเสียงคัดค้านผู้ประกอบการเหล็กบางส่วนที่ตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสกระบวนการอนุญาต และความเหมาะสมของเทคโนโลยีการผลิต
กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2569 ถึงเหตุผล และการตรวจสอบที่ยืนยันว่าดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดหลังจากที่ได้อนุญาตไปตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย.2569
ในขณะที่ 10 สมาคมเหล็ก ออกมาคัดค้านการอนุญาตดังกล่าว ประกอบด้วย สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย, สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย, สมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี
สมาคมโลหะไทย, สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะ และแปรรูปเหล็กแผ่น, สมาคมพัฒนาสเตนเลสไทย, สมาคมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน, สมาคมชุบสังกะสีไทย, สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า และสมาคมหลังคาเหล็กไทย
นายนาวา จันทนสุรคน แกนนำกลุ่ม 10 สมาคมเหล็ก และประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ประเด็นสำคัญที่สังคมตั้งคำถาม คือ เหตุใดกระทรวงอุตสาหกรรมไม่เปิดเผยเหตุผล และรายละเอียดของการอนุญาตให้โรงงานดังกล่าวกลับมาดำเนินกิจการต่อสาธารณชนตั้งแต่ต้น
สำหรับคำชี้แจงของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ ยังไม่เพียงพอที่จะคลี่คลายข้อสงสัย ซึ่งทำให้กลุ่ม 10 สมาคมเหล็กจึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเปิดเผยข้อมูลในประเด็นสำคัญ ดังนี้
1.การปฏิบัติตามเงื่อนไข และมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ครบถ้วน โดยเฉพาะเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการขยายกำลังการผลิต การติดตั้งเครื่องจักร ระบบควบคุมมลพิษ และมาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
2.การปฏิบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และข้อกำหนดทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง โดยเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการอนุญาต การกำกับดูแล การตรวจประเมิน และการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของโรงงานดังกล่าวอย่างละเอียด
นายนาวา กล่าวว่า ประเด็นเทคโนโลยีการผลิตเหล็กมีความพยายามอ้างอิงว่าหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนยังใช้เตาหลอมชนิดเหนี่ยวนำ หรือ Induction Furnace (IF) เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เพราะเตา IF มีข้อจำกัดการกำจัดสิ่งเจือปนออกจากน้ำเหล็ก การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ไม่สม่ำเสมอ ประสิทธิภาพพลังงานและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทำให้รัฐบาลจีนสั่งยกเลิกมาตั้งแต่ปี 2560
เสนอบูรณาสกัดโรงเหล็กไม่ได้มาตรฐานทุกแห่ง
นายบัณฑูรย์ จุ้ยเจริญ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ส.อ.ท.กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีเจตนารมณ์ชัดเจนผลักดันอุตสาหกรรมเหล็กไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเตาหลอมไฟฟ้า หรือ Electric Arc Furnace (EAF) มากขึ้นในระยะไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวในอนาคต
นอกเหนือจากประเด็นด้านเทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตแล้ว ปัญหาสำคัญที่กระทบความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทยคือ ข้อกังวลธรรมาภิบาล การปฏิบัติตามกฎหมาย ความโปร่งใส และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากผู้ประกอบการบางราย
กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กเสนอให้บูรณาการตรวจสอบระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สมอ. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ การตรวจสอบควรครอบคลุมตั้งแต่การอนุญาตก่อสร้างโรงงาน การติดตั้งเครื่องจักร การอนุญาตประกอบกิจการ การขยายกำลังการผลิต การปฏิบัติตามรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตลอดจนการเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส
หากพบการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายต้องดำเนินการตามกฎหมายเคร่งครัดและเท่าเทียมกับผู้ประกอบการทุกราย
กรมโรงงานยืนยัน “ซิน เคอ หยวน”ถูกต้อง
นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การอนุญาตครั้งนี้ถูกต้องทุกขั้นตอนหลังโรงงานหยุดประกอบกิจการตั้งแต่ปลายปี 2567 เพื่อปรับปรุงตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่จากเหตุเพลิงไหม้ถังแก๊ส LPG
ทั้งนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม มีคำสั่งให้ซิน เคอ หยวน หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมด เนื่องจากเหตุเพลิงไหม้เดือนธ.ค.2567 ตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 ประกอบกับการพิจารณาจากกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง
สำหรับช่วงที่ผ่านมาซิน เคอ หยวนยังไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการต่อ เพราะยังไม่แก้ไขตามคำสั่งให้ครบถ้วน แม้จะให้ความร่วมมือปรับปรุงแก้ไขทั้งการตรวจสอบการเก็บตัวอย่างวิเคราะห์คุณภาพอากาศ และผลิตภัณฑ์ ซึ่งยังเหลือการปรับปรุงระบบบำบัดมลพิษอากาศให้มีประสิทธิภาพตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ซิน เคอ หยวน ขออนุญาตทดลองเดินเครื่องจักรเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2568 กรมโรงงาน เข้าตรวจวัดค่าฝุ่นละอองในปล่องระบาย พบค่าที่ 57 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ยังเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จึงสั่งให้หยุดประกอบกิจการ
ต่อมาบริษัท ได้ปรับปรุงระบบรวบรวม และบำบัดมลพิษอากาศ และขอทดลองเดินเครื่องจักรอีกครั้ง โดยวันที่ 7 เม.ย.2569 ศูนย์วิจัย และเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก กรมโรงงาน เก็บตัวอย่างอากาศเพื่อวิเคราะห์ผลในห้องปฏิบัติการ พบค่ามลพิษทางอากาศเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม แสดงว่าได้ปรับปรุงแก้ไขตามคำสั่งครบถ้วนถูกต้อง
ยัน “ซิน เคอ หยวน” ทำถูกต้องตามมาตรฐาน-EIA
ดังนั้น กรมโรงงาน ผู้รับมอบอำนาจจากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มีคำสั่งอนุญาตให้ซิน เคอหยวน ประกอบกิจการโรงงานต่อได้
สำหรับข้อกังวลการใช้เตาหลอมแบบ Induction Furnace (IF) ของซิน เคอ หยวน จากการตรวจสอบพบการติดตั้งเตาหลอมเป็นไปตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
นางสาวอารยา กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบโรงงานซิน เคอ หยวนเริ่มประกอบกิจการปี 2557 โดยระยะแรก (EIA เล่มที่ 1) มีการติดตั้งเตาหลอมแบบ IF จำนวน 4 ชุด ซึ่งในขณะนั้นใช้กระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็กภายในเตาหลอมโดยตรง
ขยายกำลังผลิต เพิ่มเตา-เสริมเทคโนโลยี
ต่อมาปี 2562 บริษัทได้ขยายกำลังการผลิต และจัดทำรายงาน EIA ส่วนขยาย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในส่วนเครื่องจักร ดังนี้
1.เพิ่มเตาหลอม IFจากเดิม 4 ชุด เป็น 5 ชุด
2.ติดตั้งเตาหลอมใหม่ โดยเพิ่มเตาหลอมไฟฟ้าแบบ Electric Arc Furnace (EAF) เข้ามาในระบบ
3.เสริมเตาปรุงน้ำเหล็ก ติดตั้ง เตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace หรือ Refining Furnace) เพื่อใช้งานควบคู่กับเตาหลอมอื่นๆ
ดังนั้น การเพิ่มเตาปรุงน้ำเหล็ก และเตา EAF ในโครงการส่วนขยายมีเพื่อลดเวลาการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็กให้ดีขึ้น ซึ่งได้รับยืนยันว่าตรงตามรายงาน EIA ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สผ.
“ตามรายงาน EIA ฉบับแรกปี 2557 ซิน เคอ หยวนได้รับอนุญาตให้ติดตั้งเตา IF จำนวน 4 ชุด ขณะนั้นระบุกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็กว่าเป็นการปรุงในเตาหลอม (In-furnace refining) ต่อมาปี 2562 จัดทำ EIA ส่วนขยายเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต โดยเพิ่มเตา IF เป็น 5 ชุด และติดตั้งเตาหลอมไฟฟ้าแบบ Electric Arc Furnace เพิ่มเติม”
ยืนยันเติมสารลงเตา IF ตามมาตรฐาน มอก.
ดังนั้น ส่วนขยายนี้มีการระบุถึงการติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace) เพื่อใช้งานควบคู่กับเตา EAF และเตาหลอมอื่น เพื่อลดเวลาการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็กให้ดีขึ้น
“เครื่องจักรที่ติดตั้งเป็นไปตามที่ระบุใน EIA ทุกประการ ดังนั้นข้อกังวลที่ว่าการใช้เตา IF โดยไม่มีเตาปรุงแยกต่างหากจะทำให้เหล็กไม่ได้คุณภาพนั้น ทางโรงงานยืนยันเทคนิคการปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็กด้วยการ เติมสารเคมีลงไปในเตาหลอมโดยตรง ซึ่งกรมโรงงาน ได้หารือสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แล้วพบว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ขัดข้อกำหนด มอก.
นอกจากนี้ ผลการทดสอบตัวอย่างเหล็กเส้นข้ออ้อย (มอก. 24-2559) จากห้องปฏิบัติการมาตรฐานสถาบันยานยนต์ และสถาบันไทย-เยอรมัน 56 ชุดตัวอย่าง ยืนยันว่าคุณภาพเหล็กซิน เคอ หยวนผ่านเกณฑ์มาตรฐานทุกรายการทั้งด้านส่วนผสมทางเคมีและความแข็งแรง
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





