วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

จีไอที เผย ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับเดือน เม.ย.69  ขยายตัว 29.88 % ต่อเนื่อง 2 เดือนติด

จีไอที เผย ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับเดือน เม.ย.69  ขยายตัว 29.88 % ต่อเนื่อง 2 เดือนติด

ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับเดือน เม.ย.69 ไม่รวมทองคำ 928.71 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 29.88% ขยายตัว 2 เดือนติด ได้แรงส่งจากความต้องการของหลายตลาด เว้นสหรัฐฯ ที่ยังลดลง จากการเร่งนำเข้าก่อนหน้า รวม 4 เดือน เพิ่ม 12.46% เฉพาะทองคำยังแรงต่อ มูลค่า 1,216.89 ล้านดอลลาร์เพิ่ม 20.27% จากความต้องการซื้อที่มีต่อเนื่องแม้ราคาลด

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือน เม.ย.2569 มีมูลค่า 928.71 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29.88% ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 หากรวมทองคำ มีมูลค่า 2,145.61 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24.25% รวม 4 เดือนปี 2569 (ม.ค.-เม.ย.) ส่งออกไม่รวมทองคำ มูลค่า 6,511.18 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12.46% รวมทองคำมูลค่า 13,389.46 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 29.36%

 

ทั้งนี้ การส่งออกเฉพาะทองคำ เดือน เม.ย.2569 มีมูลค่า 1,216.89 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 20.27% จากความต้องการซื้อทองคำในตลาดโลก แม้ว่าเดือน เม.ย.2569 ราคาทองจะลดลงจากเดือน มี.ค.2569 มาอยู่ที่ 4,723.88 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 และเดือนนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย และมีการเจรจา ส่งผลให้การถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยชะลอตัวลง และกองทุน SPDR Gold ก็มีการขายทองคำออกมา หลังจากซื้อต่อเนื่องก่อนหน้านี้ และรวม 4 เดือน ส่งออกทองคำ 6,878.29 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 50.80% 

โดยหากแยกการส่งออกแต่ละเดือน ม.ค.2569 มูลค่า 2,758.08 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 136.16% ก.พ.2569 มูลค่า 1,103.74 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18.22% มี.ค.2569 มูลค่า 1,799.58 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24.28%

 

ทางด้านตลาดส่งออก อินเดีย เพิ่ม 6.54% ฮ่องกง เพิ่ม 5.47% เยอรมนี เพิ่ม 43.75% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 174.90% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 89.10% อิตาลี เพิ่ม 34.43% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 2.69% ญี่ปุ่น เพิ่ม 44.70% สิงคโปร์ เพิ่ม 162.01% ส่วนสหรัฐฯ ลด 17.61% จากการที่ผู้นำเข้าได้เร่งนำเข้าก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดนำเข้าชะลอตัวลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน

ส่วนการส่งออกสินค้า เครื่องประดับแท้ เพิ่ม 91% เครื่องประดับทอง เพิ่ม 20.28% เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่ม 3,281.84% เครื่องทองหรือเครื่องเงินและส่วนประกอบ เพิ่ม 88,450.50% พลอยก้อน เพิ่ม 120.67% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่ม 3.78% เพชรก้อน เพิ่ม 12.82% เพชรเจียระไน เพิ่ม 8.06% โลหะเงิน เพิ่ม 179.92% ส่วนเครื่องประดับเงิน ลด 0.49% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน ลด 2.11% 

นายสุเมธ กล่าวว่า สถานการณ์ส่งออกในช่วง 4 เดือนของปี 2569 สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับยังเติบโตได้ในเกือบทุกตลาดสำคัญ แต่มีความเสี่ยงหลักที่ส่งผลต่อแนวโน้มในอนาคต คือ ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อหรือขยายวงกว้างขึ้น การแตกแยกทางภูมิศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น หรือความตึงเครียดทางการค้าที่เกิดขึ้นใหม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างใกล้ชิด 

โดยภายใต้สภาวการณ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการไทยควรปรับตัวจากการแข่งขันด้านต้นทุนและคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การแข่งขันด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการมุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับบนที่ยังมีกำลังซื้อสูงในตลาดสำคัญ ๆ อย่างสหรัฐฯ เพื่อรักษาโอกาสทางการค้าและเพิ่มมูลค่าสินค้า เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความโปร่งใสมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมรับมือกับเศรษฐกิจโลก ที่เริ่มมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลง จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กดดันให้เงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้น ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า ที่เป็นปัจจัยกดดันการส่งออก ค่าเงินบาทผันผวนในทางแข็งค่า กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน และราคาทองคำเริ่มไม่เคลื่อนไหวไปตามทฤษฎี ทำให้คาดการณ์ต้นทุนได้ยาก