ออมสิน ปิดดีลเสนอขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนครั้งแรกทุบสถิติมูลค่าสูงสุดในกลุ่มสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ 20,000 ล้านบาท กวาดยอดจองซื้อจากบิ๊กอินเวสเตอร์เฉียด 70,000 ล้านบาท ปักธงเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050
KEY POINTS
- ธนาคารออมสินเสนอขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนเป็นครั้งแรก วงเงิน 20,000 ล้านบาท โดยมียอดจองซื้อจากนักลงทุนสูงถึง 70,000 ล้านบาท
- การเสนอขายครั้งนี้สร้างสถิติเป็นหุ้นกู้ที่มีมูลค่าสูงสุดในกลุ่มรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
- เงินที่ระดมทุนได้จะนำไปใช้สนับสนุนโครงการสินเชื่อเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามกรอบการเงินเพื่อความยั่งยืน (ESG) และเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ออมสิน เปิดเสนอขาย “หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2569” วงเงิน 20,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการออกหุ้นกู้ด้านความยั่งยืนเป็นครั้งแรกของธนาคาร โดยปรากฏการณ์ยอดความต้องการจองซื้อจากนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ที่ทะลักเข้ามากว่า 70,000 ล้านบาท ทำให้ธนาคารสามารถปิดการเสนอขายตามวงเงินโครงการไปเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา พร้อมสร้างสถิติเป็นหุ้นกู้ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงสุดในกลุ่มองค์กรรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ทั้งนี้ การระดมทุนในครั้งนี้ จะนำไปใช้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการจัดหาเงินทุนและรีไฟแนนซ์โครงการภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ทางการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance Framework) เพื่อเร่งเครื่องการขยายสินเชื่อเพื่อสังคมและสินเชื่อด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง
การดำเนินงานดังกล่าวสอดรับกับวิสัยทัศน์การเป็นธนาคารเพื่อสังคม (Smart Social Bank for All Lives) ที่มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมตามหลัก ESG เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและดูแลคนไทยทุกชีวิต ควบคู่ไปกับการเดินหน้าสู่เป้าหมายระดับชาติในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
สำหรับโครงสร้างของหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนมูลค่า 20,000 ล้านบาทในรอบนี้ แบ่งออกเป็น หุ้นกู้อายุ 2 ปี ที่ให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.40% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.59% ต่อปี
โดยสะท้อนความแข็งแกร่งด้านฐานะทางการเงินด้วยการได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุด “AAA” ด้วยแนวโน้ม “คงที่” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นผลลัพธ์จากการยกระดับมาตรฐานเทียบชั้นสากล ผ่านความร่วมมือเชิงรุกกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่เข้ามาเป็นที่ปรึกษาในการจัดทำกรอบหลักเกณฑ์ และการผ่านการประเมินจาก DNV (Thailand) ในฐานะผู้ชำนาญการอิสระ





