วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘ออมสิน’ นำร่องลดดอกเบี้ยอุ้มผู้กู้วินัยดี ส่งเสริมทุกช่วงวัย

‘ออมสิน’ นำร่องลดดอกเบี้ยอุ้มผู้กู้วินัยดี ส่งเสริมทุกช่วงวัย

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตที่ทับซ้อนและลากยาวมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเริ่มต้นจากการระบาดของโควิด-19 ตามมาด้วยปัญหาสงครามและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ต่างๆ ส่งผลให้ช่วง 7 ปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายและยากลำบากอย่างยิ่งสำหรับประชาชน

“แม้สถานการณ์จะเริ่มทยอยดีขึ้นบ้าง แต่วิกฤตก็ยังไม่จบลงอย่างแท้จริง ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันทางการเงินของประชาชนลดน้อยถอยลงไปอย่างมาก เนื่องจากหลายคนจำเป็นต้องนำเงินสะสมออกมาใช้จ่ายเพื่อประคองชีวิต”

นายทรงพล กล่าวต่อว่า หากโครงสร้างเหล่านี้ไม่มีการปรับเปลี่ยน ก็จะยิ่งส่งผลให้การดำรงชีวิตยากลำบากมากขึ้นในอนาคต โดยธนาคารออมสินได้ตั้งโจทย์สำคัญในการเข้าไปช่วยเหลือและดูแลทุกชีวิตในสังคม โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการช่วยให้ประชาชนสามารถหลุดพ้นจากภาระหนี้สินตลอดชีวิต

โดยที่ผ่านมาธนาคารได้ริเริ่มโครงการนำร่องลดอัตราดอกเบี้ย 0.5% ทันทีให้กับลูกหนี้กลุ่มสินเชื่อบ้านที่มีประวัติการผ่อนชำระดีต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี โดยที่ลูกค้าไม่ต้องทำเรื่องร้องขอ โดยจะขยายไปยังสินเชื่อกลุ่มอื่นๆ ในระยะต่อไป

"การดำเนินการเช่นนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่แข็งแรงว่าธนาคารพร้อมที่จะสนับสนุนลูกค้ากลุ่มนี้ในรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต เพราะหากลูกค้ากู้เงินแล้วสามารถรักษาวินัยในการผ่อนชำระคืนได้ตามข้อตกลง โอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อในครั้งต่อไปก็จะเพิ่มสูงขึ้น"

 

ทั้งนี้ ธนาคารพร้อมเดินหน้าต่อเพื่อยกระดับการดำเนินงานมุ่งเป้าหมายการเป็น ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย 

นายทรงพล กล่าวว่า การดูแลลูกค้ารายย่อยและฐานรากนั้นมีต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงกว่าการดูแลลูกค้ารายใหญ่ ในขณะที่ปัจจุบันส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของธนาคารออมสินอยู่ที่ระดับประมาณ 1.7% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไปในระบบที่อยู่ระดับ 3% กว่าถึงครึ่งหนึ่ง

ในมิติของการสนับสนุนสังคมให้ก้าวข้ามความเปราะบางทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของโลก ธนาคารออมสินได้เตรียมแพ็กเกจสินเชื่อเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Green Financing) โดยเตรียมวงเงินสำหรับสินเชื่อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และโซลาร์รูฟ จำนวน 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการได้ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ 

ตลอดจนการพิจารณาให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงิน 100,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาน้ำมันและสงคราม

นายทรงพล กล่าวต่อว่า ภายใต้พระราชบัญญัติธนาคารออมสิน ซึ่งเอื้อให้ธนาคารสามารถมอบสวัสดิการรูปแบบอื่นๆ เช่น การสงเคราะห์ชีวิตและการประกันภัยให้แก่ผู้ฝากเงิน ผลิตภัณฑ์เงินฝากสำหรับเด็กแรกเกิดไปจนถึงวัยรุ่น ที่มอบสิทธิประโยชน์ด้านประกันอุบัติเหตุพ่วงให้ฟรี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลให้แก่ครอบครัว โดยในช่วงเปิดภาคเรียนที่ผ่านมา ธนาคารยังได้อนุมัติสินเชื่อเปิดเทอมวงเงิน 5,000 - 10,000 บาท เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องให้แก่ผู้ปกครองไปแล้วกว่า 80,000 ราย

นอกจากนี้ ธนาคารออมสินคาดหวังที่จะยกระดับสาขาของธนาคารทั้ง 1,000 กว่าแห่งทั่วประเทศ รวมทั้งขยายสาขาเพิ่มขึ้น โดยสาขาของธนาคารออมสินจะต้องก้าวข้ามการเป็นเพียงช่องทางให้บริการทางการเงิน สู่การเป็นศูนย์กลางในการมอบโอกาส ให้คำปรึกษา และสร้างภูมิคุ้มกันความเสี่ยงให้กับทุกชีวิตในสังคมไทย