วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

รัฐวิสาหกิจจีนPowerchina หอบโปรไฟล์เด่น จ่อชิงการลงทุน 7 เมกะโปรเจกต์คมนาคม

พิพัฒน์ ถก ผู้บริหารบริษัท Powerchina International Group Limited และ Sinohydro Thailand รัฐวิสาหกิจจีน ลุยลงทุนในไทย หอบโปรไฟล์ Zero Accident หวังร่วมชิงโปรเจกต์ยักษ์ด้านคมนาคม ด้านทูตจีน พร้อมเป็นสื่อกลางประสานงาน-ทำความเข้าใจกับกลุ่มบริษัทจีน ฯที่เข้าร่วมโครงการ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลัง หารือร่วมกับ นายหยาง เจียง  รองประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท Powerchina International Group Limited และประธานกรรมการบริษัท Sinohydro Thailand พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง เพื่อหารือแนวทางการร่วมลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง  ว่า บริษัท Powerchina ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของจีน ได้แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย โดยมีแผนจัดตั้งบริษัท POWERCHINA (Thailand) Co., Ltd. เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ และพร้อมเสนอเงื่อนไขการร่วมทุน (Joint Venture) กับบริษัทไทย รวมถึงการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากบริษัทได้รับการสนับสนุนและถือหุ้นโดยรัฐบาลจีน 100%

เปิดโปรไฟล์ Powerchina รับงานใหญ่ในไทย

ที่ผ่านมา Powerchina มีผลงานในประเทศไทยมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ ใน 15 โครงการใหญ่ ทั้งด้านพลังงาน (กฟผ., Gulf, พลังงานลม) และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินและสายสีเขียว 

โดยจุดเด่นที่สำคัญคือ “สถิติอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident)” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ได้แสดงความสนใจที่จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมผลงานและวิธีการทำงานของบริษัทในไทย เพื่อประเมินความพร้อมและมาตรฐานสำหรับการพิจารณาร่วมงานในอนาคต

ทั้งนี้ Powerchina ได้แสดงความสนใจเข้าร่วมลงทุนใน 7 โครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประกอบด้วย 1.โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ (ชุมพร-สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่, หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์) 2.โครงการอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต3. โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย (ระยะที่ 2) 4.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานล้านนา 5.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอันดามัน 6.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 และ 7.โครงการก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ไทยยกโครงการไฮสปีดจีนหารือเชิงลึก

ในการหารือครั้งนี้ ฝ่ายไทยได้หยิบยกประเด็น “โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-ลาว-จีน” ขึ้นมาหารือเชิงลึก เพื่อให้เดินหน้าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นและชื่นชมศักยภาพของ Powerchina ที่เคยมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะผู้ลงทุนและผู้ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งทาง Powerchina รับข้อเสนอเพื่อนำไปหารือในรายละเอียดกับรัฐบาลของทั้งสองประเทศต่อไป

“การหารือเชิงรุกในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงคมนาคม ที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนจากต่างชาติเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งเน้นมาตรฐานความปลอดภัย และเดินหน้าโครงการระดับชาติอย่างรถไฟความเร็วสูงให้สำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืน”

สำหรับบริษัท Powerchina ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของจีน ได้แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย โดยมีแผนจัดตั้งบริษัท POWERCHINA (Thailand) Co., Ltd. เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ และพร้อมเสนอเงื่อนไขการร่วมทุน (Joint Venture) กับบริษัทไทย รวมถึงการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากบริษัทได้รับการสนับสนุนและถือหุ้นโดยรัฐบาลจีน 100%

‘พิพัฒน์’สนลงพื้นที่ชมผลงานPowerchina

     ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ฯ ได้แสดงความสนใจ ที่จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมผลงานและวิธีการทำงานของบริษัทในไทย เพื่อประเมินความพร้อมและมาตรฐานสำหรับการพิจารณาร่วมงานในอนาคต

      ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2569 นายพิพัฒน์  ให้การต้อนรับและหารือทวิภาคีร่วมกับ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเดินหน้าความร่วมมือด้านคมนาคมขนส่งระหว่างไทย-จีน โดยบรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างชื่นมื่น 

ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงเจตนารมณ์ที่ตรงกันในการร่วมมือแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้โครงการระดับประเทศเดินหน้าต่อไปได้

“กระทรวงคมนาคมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้หารือกับฝ่ายจีน เรามุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนโครงการสำคัญ โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ - นครราชสีมา) ให้บรรลุผลสำเร็จ ตลอดจนความร่วมมือในโครงการฯ ระยะที่ 2 (นครราชสีมา-หนองคาย) และการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ ไทย - ลาว หนองคาย - เวียงจันทน์ แห่งที่ 2 เพื่อให้การดำเนินงานเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น”

ทูตจีนถกคมนาคมเร่งขับเคลื่อนรถไปไทย-จีน

ด้านเอกอัครราชทูต จาง เจี้ยนเว่ย และผู้แทนฝ่ายจีน ระบุถึง ความพร้อมในการสนับสนุนประเทศไทยอย่างเต็มที่ ผ่านกลไกการทำงานของคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน (JC)เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมระบุว่า เชื่อมั่นไทยสามารถเป็นฮับภูมิภาคได้ โดยจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมกับไทย ไม่เพียงแต่โครงการรถไฟความเร็วสูง แต่ยังรวมถึง โครงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งมีบริษัทจากประเทศจีนเข้าร่วมดำเนินการ โดยทางจีนมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า หากเมกะโปรเจกต์เหล่านี้เสร็จสมบูรณ์ จะเป็นการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมขนส่ง ที่สำคัญในภูมิภาคนี้อย่างแน่นอน

อีกทั้งเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด เอกอัครราชทูตได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมเพิ่มการกำกับดูแลและติดตามการทำงานของโครงการต่างๆ อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ยินดีที่จะเป็นสื่อกลางในการประสานงานและทำความเข้าใจกับกลุ่มบริษัทจีน ฯที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อและตรงตามเป้าหมายของรัฐบาลไทย

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึง โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ซึ่งจะเป็นเส้นทางเดินเรือสายใหม่ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าจากจีนตอนใต้และลุ่มแม่น้ำโขงออกสู่ทั่วโลก

ในช่วงท้ายของการหารือ นายพิพัฒน์ ได้ยืนยันความพร้อมในการประสานงานที่ใกล้ชิดกับฝ่ายจีนในอนาคต เพื่อติดตามและเร่งรัดการดำเนินความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม

รัฐวิสาหกิจจีนPowerchina หอบโปรไฟล์เด่น จ่อชิงการลงทุน 7 เมกะโปรเจกต์คมนาคม