กรมศุลกากร เตรียมคิกออฟระบบ "Tariff e-Service" ภายใน ส.ค. นี้ พลิกโฉมการเช็กพิกัดอัตราศุลกากรสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ มุ่งลดการใช้ดุลพินิจและปิดช่องโหว่ทุจริต
KEY POINTS
- กรมศุลกากรเตรียมเปิดใช้ระบบบริการภาษีออนไลน์ "Tariff e-Service" ภายในเดือน ส.ค. เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนสืบค้นพิกัดอัตราภาษีล่วงหน้าได้ด้วยตนเอง
- ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และปิดช่องโหว่การทุจริตคอร์รัปชัน โดยเป็นระบบไร้การเผชิญหน้า และคำวินิจฉัยมีผลผูกพันทางกฎหมาย 3 ปี
- ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเบ็ดเสร็จที่เชื่อมโยงกับระบบ National Single Window ช่วยให้ผู้ใช้งานทราบข้อมูลพิกัด ภาระภาษี และหน่วยงานที่ต้องขอใบอนุญาตได้ในที่เดียว
- กรมศุลกากรจะยกเลิกเงินรางวัลสินบนนำจับสำหรับผู้บริหารระดับสูง เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรเตรียมเปิดใช้งานระบบบริการภาษีศุลกากรแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ "Tarriff e-Service" อย่างเต็มรูปแบบภายในเดือน ส.ค. นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ พร้อมทั้งสร้างความโปร่งใสและสกัดกั้นวงจรการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม
ที่ผ่านมา การตีความพิกัดอัตราศุลกากรนับเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งมักนำไปสู่การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และกลายเป็นช่องโหว่ในการเรียกรับผลประโยชน์ การนำระบบ Tariff e-Service เข้ามาใช้จะพลิกโฉมให้ผู้ที่ต้องการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าสามารถยื่นขอและสืบค้นพิกัดอัตราภาษีล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง
โดยสามารถอัปโหลดข้อมูล สเปก และรูปถ่ายสินค้าเข้าสู่ระบบ การดำเนินการผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบไร้การเผชิญหน้านี้ จะช่วยลดข้อโต้แย้งและปิดตายช่องทางการจ่ายเงินใต้โต๊ะได้อย่างชะงัด
โดยภายใต้บริการของระบบใหม่ เมื่อมีคำวินิจฉัยพิกัดภาษีออกมาแล้ว จะมีผลผูกพันทางกฎหมายยาวนานถึง 3 ปี ผู้ประกอบการสามารถนำคำวินิจฉัยไปแนบกับใบขนสินค้าในขั้นตอนนำเข้าได้ทันที เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศและตัดปัญหาการโต้แย้งที่หน้าด่าน
นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังตอบรับนโยบาย Open Government โดยเปิดกว้างให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาสืบค้นข้อมูลพิกัดภาษีได้ด้วยตนเอง เพื่อประเมินต้นทุนความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจลงทุนนำเข้าสินค้า จากเดิมที่สิทธิ์นี้ถูกจำกัดความสะดวกไว้ให้เฉพาะผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกเท่านั้น
“ระบบดังกล่าวยังเข้ามาทลายข้อจำกัดหลักที่เป็นความท้าทายของภาคธุรกิจ ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ National Single Window เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้ากว่า 21,000 พิกัด ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 9,400 พิกัดที่ต้องขอใบอนุญาตจาก 23 หน่วยงานที่แตกต่างกัน ระบบ Tariff e-Service จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเบ็ดเสร็จที่ทำให้ผู้ใช้งานทราบทันทีว่าสินค้าของตนจัดอยู่ในพิกัดใด มีภาระภาษีเท่าไหร่ และต้องเดินเรื่องขออนุญาตจากหน่วยงานใดบ้าง”
นายพันธ์ทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า เตรียมลงนามในระเบียบเพื่อยกเลิกการจ่าย "เงินรางวัลสินบน" นำจับ สำหรับผู้บริหารระดับสูงทั้งหมด ตั้งแต่อธิบดี รองอธิบดี ที่ปรึกษา ลงมาจนถึงระดับผู้อำนวยการสำนัก โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย. นี้





