คลังหารือ 3 หน่วยงาน เตรียมเสนอโปรเจ็กต์ พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน กางเป้า 1 ปี ลดพึ่งพาพลังงานนำเข้าครึ่งหนึ่ง
KEY POINTS
- รัฐบาลเตรียมจัดสรรเงินกู้ 2 แสนล้านบาท เพื่อผลักดันโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่นำเข้าจากต่างประเทศ
- มี 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง กำลังจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติงบประมาณก้อนดังกล่าว
- โครงการที่นำเสนอครอบคลุมการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนอาคารราชการ และการส่งเสริมให้เปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งในกลุ่มรถสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล
กระทรวงการคลัง เดินหน้าผลักดันการใช้จ่ายจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ที่ 2 วงเงิน 200,000 ล้านบาท มุ่งเป้าหมายใหญ่ในการพลิกโฉมโครงสร้างพลังงานของประเทศ (Energy Transition) อย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งเป้าหมายเชิงรุกที่จะลดการพึ่งพิงพลังงานฟอสซิลที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในกรอบเวลาจำกัดเพียง 1 ปี
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับการใช้เงินกู้วงเงิน 200,000 ล้านบาท ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน นั้น เป้าหมายหลักคือการลดการพึ่งพิงพลังงานนำเข้า ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า เพื่อป้องกันผลกระทบหากเกิดวิกฤติพลังงานยืดเยื้อที่อาจทำให้ราคาน้ำมันแพงและเกิดภาวะขาดแคลน
ขณะนี้มี 3 หน่วยงาน ที่อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายวงเงินกู้ ขออนุมัติเบิกจ่ายเงินกู้ก้อนนี้ ได้แก่
1.) กระทรวงมหาดไทย บูรณาการร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในการจัดทำโครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สำหรับอาคารของหน่วยงานราชการให้ได้มากที่สุดภายในระยะเวลา 1 ปี
2.) กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก เตรียมความพร้อมโครงการเปลี่ยนผ่านยานยนต์สาธารณะ อาทิ รถจักรยานยนต์ รถแท็กซี่ รถบรรทุก และรถบัสโดยสาร ให้หันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
3.) กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการสนับสนุนสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่รถสาธารณะ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายลวรณ ย้ำว่าโครงการทั้งหมดจะต้องผ่านการกลั่นกรองและตอบโจทย์วัตถุประสงค์ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างแท้จริง โดยทาง กระทรวงการคลัง ยังรอพิจารณาข้อเสนอฉบับสมบูรณ์
"เบื้องต้น อยู่ระหว่างการพูดคุยกับ 3 หน่วยงานข้างต้น ทั้งนี้ยังไม่เห็นว่าหน้าตาสุดท้ายของโครงการจะเป็นอย่างไร เมื่อมีความชัดเจนแล้วและหน่วยงานเสนอโครงการเข้ามา ก็จะมีการประชุมในคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ต่อไป"
นายลวรณ กล่าวว่า รัฐบาลวางเป้าหมายในการใช้เงินกู้ก้อนนี้ว่าจะต้องการลดการพึ่งพิงพลังงานนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยต้องนำเข้าในสัดส่วนที่สูงมาก การเปลี่ยนผ่านพลังงานจึงถือเป็นวาระสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นคงและลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้
"เจตนาของรัฐบาลคือลดการพึ่งพิงการใช้พลังงานที่ต้องนำเข้า ด้วยเงินก้อน 200,000 ล้านบาท ที่เราใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน เห็นการลดใช้พลังงานฟอสซิลลงสักครึ่งหนึ่ง ซึ่งโครงการต้องพร้อมดำเนินการเพราะเงินกู้ต้องใช้ให้หมดภายใน 1 ปี เนื่องจาก พ.ร.ก. มีอายุ ถึง 30 ก.ย.2570" นายลวรณ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมองภาพระยะยาวไปถึงการสร้างระบบนิเวศน์อุตสาหกรรมในประเทศ (Supply Chain) ล่าสุดในการประชุมร่วมกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อหาโอกาสให้ผู้ผลิตไทยสร้างซัพพลายเชนขึ้นมา เพื่อเปลี่ยนผ่านในสเกลใหญ่ทั้งประเทศ
พร้อมเสริมว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนประชาชนทั่วไปในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนเช่นกัน โดยจะมีสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เข้ามาช่วยออกแบบโครงการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนภาคประชาชนด้วย





