วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'พิพัฒน์' หารือทูตรัสเซีย วางกรอบความร่วมมือ MOI คมนาคม

“พิพัฒน์” หารือทูตรัสเซีย วางกรอบความร่วมมือ MOI คมนาคม ตั้งเป้าดึงเทคโนโลยีระดับโลกยกระดับโลจิสติกส์ไทย ขณะที่รัสเซียประกาศสนใจร่วมลงทุนระบบราง และสนามบิน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับ นายเยฟเกนี โทมิคิน เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย (ทูตรัสเซีย) เพื่อหารือกระชับความสัมพันธ์ 128 ปี “ไทย-รัสเซีย” เดินหน้าเตรียมลงนามบันทึกแสดงเจตจำนง (MOI) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่ง พร้อมระบุว่า ความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นนั้น มีไฮไลต์สำคัญ คือการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อยกระดับระบบคมนาคมไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากลและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

อย่างไรก็ดี การหารือระหว่างไทย - รัสเซียครั้งนี้ คือการเดินหน้าสู่การลงนามบันทึกแสดงเจตจำนง (MOI) ด้านการขนส่งร่วมกัน โดยฝ่ายไทยและรัสเซียจะพิจารณาหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในปีนี้ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นห้วงเวลาการจัดประชุม ASEAN-Russia Summit ในเดือน มิ.ย.นี้  ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อให้กรอบความร่วมมือดังกล่าวสามารถขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

'พิพัฒน์' หารือทูตรัสเซีย วางกรอบความร่วมมือ MOI คมนาคม

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ตนได้เน้นย้ำจุดยืนรัฐบาลไทยว่า ประเทศไทยเปิดกว้างรับเทคโนโลยีจากทุกประเทศอย่างเท่าเทียม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในประเทศ เทคโนโลยีที่นำเข้ามาจะต้องสามารถบูรณาการและเชื่อมต่อกับโครงข่ายระบบรางของไทยให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพเทียบเท่านานาอารยประเทศ

ขณะที่นายเยฟเกนี โทมิคิน ได้แสดงความพร้อมและสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาระบบรางไทย อาทิ โครงการก่อสร้างโรงซ่อมบำรุงหัวรถจักรแห่งใหม่ บริเวณชุมทางแก่งคอย จังหวัดสระบุรี รวมถึงโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า และโบกี้บรรทุกตู้สินค้า พร้อมอะไหล่

'พิพัฒน์' หารือทูตรัสเซีย วางกรอบความร่วมมือ MOI คมนาคม

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การพัฒนาระบบคมนาคมเกิดความยั่งยืนสูงสุด ทางกระทรวงฯ ได้ชี้แจงถึงนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างคุ้มค่าและกระทบเพดานหนี้สาธารณะให้น้อยที่สุด โดยได้มอบหมายให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทบทวนรูปแบบการจัดหารถจักรและโบกี้ โดยเพิ่มทางเลือกเพื่อบริหารงบประมาณ เช่น การปรับลดจำนวนการจัดซื้อในระยะแรกเหลือ 50% หรือเปลี่ยนรูปแบบเป็นการเช่าจากภาคเอกชน ซึ่งในรายละเอียดเชิงลึกจะมอบหมายให้ผู้ว่าการรถไฟฯ หารือร่วมกับสถานทูตรัสเซียต่อไป

นอกจากนี้ ทางท่านเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เสนอความสนใจด้านการพัฒนาท่าอากาศยาน โดยสนใจเข้าร่วมโครงการ Smart Car Park ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนที่มาใช้สนามบิน โดยกระทรวงฯ จะมอบหมายให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็นผู้หารือในรายละเอียดต่อไป