“พิพัฒน์” หารือทูตรัสเซีย วางกรอบความร่วมมือ MOI คมนาคม ตั้งเป้าดึงเทคโนโลยีระดับโลกยกระดับโลจิสติกส์ไทย ขณะที่รัสเซียประกาศสนใจร่วมลงทุนระบบราง และสนามบิน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับ นายเยฟเกนี โทมิคิน เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย (ทูตรัสเซีย) เพื่อหารือกระชับความสัมพันธ์ 128 ปี “ไทย-รัสเซีย” เดินหน้าเตรียมลงนามบันทึกแสดงเจตจำนง (MOI) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่ง พร้อมระบุว่า ความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นนั้น มีไฮไลต์สำคัญ คือการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อยกระดับระบบคมนาคมไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากลและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
อย่างไรก็ดี การหารือระหว่างไทย - รัสเซียครั้งนี้ คือการเดินหน้าสู่การลงนามบันทึกแสดงเจตจำนง (MOI) ด้านการขนส่งร่วมกัน โดยฝ่ายไทยและรัสเซียจะพิจารณาหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในปีนี้ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นห้วงเวลาการจัดประชุม ASEAN-Russia Summit ในเดือน มิ.ย.นี้ ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อให้กรอบความร่วมมือดังกล่าวสามารถขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ตนได้เน้นย้ำจุดยืนรัฐบาลไทยว่า ประเทศไทยเปิดกว้างรับเทคโนโลยีจากทุกประเทศอย่างเท่าเทียม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในประเทศ เทคโนโลยีที่นำเข้ามาจะต้องสามารถบูรณาการและเชื่อมต่อกับโครงข่ายระบบรางของไทยให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพเทียบเท่านานาอารยประเทศ
ขณะที่นายเยฟเกนี โทมิคิน ได้แสดงความพร้อมและสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาระบบรางไทย อาทิ โครงการก่อสร้างโรงซ่อมบำรุงหัวรถจักรแห่งใหม่ บริเวณชุมทางแก่งคอย จังหวัดสระบุรี รวมถึงโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า และโบกี้บรรทุกตู้สินค้า พร้อมอะไหล่
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การพัฒนาระบบคมนาคมเกิดความยั่งยืนสูงสุด ทางกระทรวงฯ ได้ชี้แจงถึงนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างคุ้มค่าและกระทบเพดานหนี้สาธารณะให้น้อยที่สุด โดยได้มอบหมายให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทบทวนรูปแบบการจัดหารถจักรและโบกี้ โดยเพิ่มทางเลือกเพื่อบริหารงบประมาณ เช่น การปรับลดจำนวนการจัดซื้อในระยะแรกเหลือ 50% หรือเปลี่ยนรูปแบบเป็นการเช่าจากภาคเอกชน ซึ่งในรายละเอียดเชิงลึกจะมอบหมายให้ผู้ว่าการรถไฟฯ หารือร่วมกับสถานทูตรัสเซียต่อไป
นอกจากนี้ ทางท่านเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เสนอความสนใจด้านการพัฒนาท่าอากาศยาน โดยสนใจเข้าร่วมโครงการ Smart Car Park ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนที่มาใช้สนามบิน โดยกระทรวงฯ จะมอบหมายให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็นผู้หารือในรายละเอียดต่อไป





