วันแรกของการเปิดลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" มีประชาชนลงทะเบียนสำเร็จแล้วกว่า 18.3 ล้านคน ผู้ลงทะเบียนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง (59%) และอยู่ในกลุ่มวัยทำงานอายุ 31-45 ปี (Gen Y) มากที่สุด มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการเกือบ 1 ล้านราย โดยหมวดร้านอาหาร และเครื่องดื่มมีจำนวนมากที่สุด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นภูมิภาคที่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการสูงสุด ขณะที่กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่มีจำนวนร้านค้ามากที่สุด
KEY POINTS
- วันแรกของการเปิดลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" มีประชาชนลงทะเบียนสำเร็จแล้วกว่า 18.3 ล้านคน
- ผู้ลงทะเบียนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง (59%) และอยู่ในกลุ่มวัยทำงานอายุ 31-45 ปี (Gen Y) มากที่สุด
- มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการเกือบ 1 ล้านราย โดยหมวดร้านอาหาร และเครื่องดื่มมีจำนวนมากที่สุด
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการสูงสุด ขณะที่กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่มีจำนวนร้านค้ามากที่สุด
กระทรวงการคลัง รายงานความคืบหน้าล่าสุดของการเปิดรับลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2569 ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดระบบ พบว่าตัวเลขการเข้าร่วมโครงการจากทั้งภาคประชาชน และภาคธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในฝั่งของประชาชนมียอดผู้ลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 24,439,670 ราย จากเป้าหมายทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ โดยเป็นผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จเนื่องจากเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส 18,322,038 ราย และมีผู้ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ 5,705,982 ราย และไม่ผ่านคุณสมบัติ 411,650 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ทั้งนี้ จากการประมวลผลข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ของผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 18.3 ล้านราย พบว่าสัดส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงจำนวน 10.8 ล้านราย หรือคิดเป็น 59% ขณะที่ผู้ชายมีจำนวน 7.5 ล้านราย คิดเป็น 41% ของยอดรวมทั้งหมด
กลุ่มเจน Y ลงทะเบียนสูงสุด
นอกจากนี้ เมื่อจำแนกข้อมูลสัดส่วนผู้ลงทะเบียนตามกลุ่มช่วงอายุ พบว่ามีการกระจายตัวอยู่ใน 5 กลุ่มหลัก โดยกลุ่มอายุ 31-45 ปี ให้ความสนใจลงทะเบียนมากที่สุดคิดเป็น 35% ของจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด (ประมาณ 6.4 ล้านราย) ตามมาด้วยกลุ่มอายุ 46-60 ปี มีสัดส่วน 29% (5.3 ล้านราย), กลุ่มอายุ 21-30 ปี 18% (3.3 ล้านราย), กลุ่มอายุมากกว่า 60 ปี 14% (2.6 ล้านราย) และกลุ่มที่น้อยที่สุดอายุ 18-20 ปี มีสัดส่วน 4% (8 แสนราย) ตามลำดับ
ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม นำโด่ง
ในฝั่งของภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการ พบว่ามีร้านค้ารายย่อย (Micro SMEs) ให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเพื่อรองรับกำลังซื้อสูงถึง 983,141 ราย โดยหมวดหมู่ธุรกิจที่ตื่นตัวเข้าร่วมมากที่สุดคือ "ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม" ซึ่งมีจำนวนถึง 550,847 ราย ตามด้วยร้านค้าทั่วไป และอื่นๆ 262,656 ราย, ร้านธงฟ้า 157,235 ราย และร้าน OTOP จำนวน 10,498 ราย
โดยโครงการนี้ยังครอบคลุมถึงภาคบริการด้านการเดินทาง โดยมีกิจการขนส่งสาธารณะรายย่อยเข้าร่วมจำนวน 1,838 ราย แบ่งเป็นรถแท็กซี่ 1,498 ราย, รถจักรยานยนต์สาธารณะ 287 ราย, รถยนต์สามล้อสาธารณะ 27 ราย และรถสองแถวรับจ้าง 26 ราย รวมไปถึงกิจการขนส่งมวลชนสาธารณะระดับองค์กรที่เข้าร่วมอีก 67 ราย นำโดยรถโดยสารประจำทาง 58 ราย, รถไฟฟ้าในเขตเมือง 5 ราย, รถไฟ 2 ราย และเรือโดยสาร 2 ราย
อีสาน แชมป์ร้านค้าลงทะเบียนสูงสุด
ด้านสถิติการกระจายตัวระดับภูมิภาคของร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ พบว่า "ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" เป็นพื้นที่ ที่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการสูงที่สุดจำนวน 192,685 ราย (คิดเป็น 19% ของทั้งหมด) ตามด้วยกรุงเทพมหานคร 146,841 ราย (15%), พื้นที่ปริมณฑล 143,820 ราย (15%), ภาคใต้ 140,639 ราย (14%), ภาคกลาง 127,646 ราย (13%), ภาคตะวันออก 103,596 ราย (10%), ภาคเหนือ 90,997 ราย (9%) และภาคตะวันตก 43,812 ราย (4%)
สำหรับ 10 อันดับแรกของจังหวัดที่มีจำนวนร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการสูงสุด มีรายละเอียดดังนี้
อันดับ 1: กรุงเทพมหานคร 146,841 ราย (15%)
อันดับ 2: ชลบุรี 46,708 ราย (5%)
อันดับ 3: สมุทรปราการ 39,060 ราย (4%)
อันดับ 4: นนทบุรี 35,637 ราย (4%)
อันดับ 5: ปทุมธานี 34,799 ราย (4%)
อันดับ 6: นครราชสีมา 32,717 ราย (3%)
อันดับ 7: เชียงใหม่ 31,018 ราย (3%)
อันดับ 8: สงขลา 28,274 ราย (3%)
อันดับ 9: นครศรีธรรมราช 23,655 ราย (2%)
อันดับ 10: นครปฐม 20,159 ราย (2%)
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





