“ศุภจี”โชว์บทบาทไทยบนเวทีการประชุม รัฐมนตรีการค้าเอเปค หรือ APEC Ministers Responsible for Trade Meeting (MRT 2026) ณ เมืองซูโจว โดย เน้นเดินหน้าเชิงรุกชูนโยบายและการดำเนินงานของไทย และพบหารือทวิภาคีอย่างเข้มข้น เพื่อผลักดันโอกาสทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อไทย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค หรือ APEC Ministers Responsible for Trade Meeting (MRT 2026) ซึ่งเป็นเวทีการประชุมสำคัญประจำปีของรัฐมนตรีด้านการค้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
โดยการประชุมเอเปคปีนี้ มุ่งเน้นการหารือและแลกเปลี่ยน ความเห็นระหว่างเขตเศรษฐกิจในการรักษาระบบการค้าให้เปิดกว้าง คาดการณ์ได้ และน่าเชื่อถือ ท่ามกลางความ ท้าทายทางเศรษฐกิจการค้าโลก เน้นการสร้างความร่วมมือด้านดิจิทัล นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเทคโนโลยี และเศรษฐกิจสีเขียว ในฐานะเครื่องยนต์การค้าสมัยใหม่
ในเวทีดังกล่าวไทยได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับสมาชิกเอเปคอื่น ๆ และเสนอแนวทางความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เช่น การลดความแตกต่างของกฎระเบียบระหว่างกันเพื่อเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น และเดินหน้า การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการพัฒนาศักยภาพร่วมกัน เพื่อให้แต่ละสมาชิก เอเปคสามารถปรับตัวและรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจได้ตามความพร้อมของตนเอง
ทั้งนี้ ไทยพร้อมมีบทบาทสำคัญ ในสาขาศักยภาพ เช่น ความมั่นคงทางอาหาร เกษตรมูลค่าสูง การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการเพิ่มขีดความสามารถ ของ SMEs
นางศุภจี กล่าวว่า ไทยได้ชูมาตรการภายในประเทศที่เสริมบทบาทของไทยในการเป็นฐานการผลิตและโลจิสติกส์ ที่น่าเชื่อถือของภูมิภาค ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ อาทิ การปฏิรูปกฎหมาย (Omnibus Law และมาตรการ Regulatory Guillotine) ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการค้า (Business Data Exchange: BDEX) และระบบเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติ/อนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI FastPass)
ควบคู่กับการค้าไร้กระดาษผ่านระบบ Customs e-Invoicing Plus และ Thailand National Single Window เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและยกระดับประสิทธิภาพการค้า
พร้อมกันนี้ ไทยยังส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและนวัตกรรมสมัยใหม่ เช่น เกษตรแม่นยำด้วย AI โซลาร์ชุมชน โครงสร้างพื้นฐาน EV และตลาดคาร์บอนเครดิต เพื่อช่วยให้ SMEs เกษตรกร และผู้ประกอบการไทย สามารถแข่งขันและเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียวที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมได้แท้จริง
ทั้งนี้ตนได้หารือสองฝ่ายกับผู้แทนจากสมาชิกเอเปคที่สำคัญ เช่น แจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานของไทยสำหรับการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา (Agreement on Reciprocal Trade: ART) กับ Ambassador Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หลังจากได้ประชุมคณะทำงานยุทธศาสตร์การเจรจาการค้าสหรัฐฯ กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งไทยคาดหวังให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มความชัดเจนให้ภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย
นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับออสเตรเลีย เพื่อมุ่งต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน เกษตรมูลค่าสูง พลังงานสะอาด การค้าดิจิทัล และอุตสาหกรรมอนาคต เพื่อส่งเสริมการลงทุนคุณภาพและสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ รวมทั้งยังได้หารือทวิภาคีกับรองนายกรัฐมนตรีของจีน และรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบด้านความสัมพันธ์ทางการค้าของสิงคโปร์ เพื่อผลักดันโอกาสความร่วมมือการค้าและการลงทุนอีกด้วย
“การเข้าร่วม APEC MRT 2026 ไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมประชุม แต่เป็นการใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อผลักดัน ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการรักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้าเดิม การเปิดประตูการค้า การลงทุน การขยายตลาดสินค้าและบริการไทย และการสร้างความเชื่อมั่นว่าไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่ไว้ใจได้โดยกระทรวงพาณิชย์จะติดตามผลการหารืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลจากเวที APEC MRT 2026สามารถต่อยอดเป็น ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย ผู้ประกอบการ และประชาชนได้อย่างแท้จริง” นางศุภจีกล่าว
ทั้งนี้ เอเปคหรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม
โดยในปี 2568 การค้ารวมทั้งหมดของไทย กับเอเปคมีมูลค่า 495 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 72.24 %ของการค้ารวมทั้งหมด ของไทย โดยเป็นการส่งออกไปเอเปค 7 238 พันล้านดอลลาร์ และการนำเข้าจากเอเปค มูลค่า 257 พันล้านดอลลาร์

