เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ให้ นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก (WTO) และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ณ นครเจนีวา เป็นผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกในตำแหน่ง รองผู้อำนวยการใหญ่ (Deputy Director General: DDG) และ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ (Assistance Director General: ADG) ของ WIPO
โดยได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำและส่งหนังสือแจ้งชื่อผู้สมัคร (Letter of Nomination) ถึง WIPO ตามช่องทางที่ WIPO กำหนด เพื่อเสนอชื่อ นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เป็นผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกในตำแหน่ง DDG และ ADG ของ WIPO ในนามประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
สำหรับประวัติการศึกษาและการทำงานที่สำคัญ “นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ ” สำเร็จการศึกษาในระดับสูงทางด้านการต่างประเทศและการเจรจาจากสถาบันชั้นนำปริญญาตรี อักษรศาสตรบัณฑิต (สาขาภาษาอังกฤษ) เกียรตินิยมอันดับ 1 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปริญญาโท Master of Arts in Law and Diplomacy (M.A.L.D.) จาก The Fletcher School of Law and Diplomacy, Tufts University สหรัฐอเมริกา
ปริญญาเอก Ph.D. ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) จาก The Fletcher School of Law and Diplomacy, Tufts University สหรัฐอเมริกา
ด้านการทำงาน นางพิมพ์ชนก เติบโตมาในสายงานเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นอัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) เคยประจำการ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางยุทธศาสตร์การค้าของประเทศไทย ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำ WTO และ WIPO ตั้งแต่ 8 ก.พ. 2564 จนถึงปัจจุบัน โดยผิดชอบการเจรจาและปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าและทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในเวทีระดับโลก
การเสนอชื่อ “นางพิมพ์ชนก” เริ่มต้นมาจาก นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นผู้ประสานและดำเนินการขั้นตอนต่างในการเสนอชื่อให้กับนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเสนอให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เสนอเรื่องให้ครม.เห็นชอบ โดยนางพิมพ์ชนก มีประสบการณ์ยาวนานในฐานะ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำ WTO และ WIPO สามารถสร้างพันธมิตรกับประเทศสมาชิกและสนับสนุนธุรกิจไทยให้เข้าถึงระบบ IP ระดับสากลได้
“อรมน” กล่าวว่า คาดว่าผลการคัดเลือกจะประกาศได้ภายในช่วง 4 เดือน ก่อนเริ่มเทอมใหม่ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ หากผู้แทนไทยได้รับเลือก จะถือเป็นคนไทยคนแรกที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในองค์การดังกล่าว ซึ่งจะช่วยเสริมบทบาทและภาพลักษณ์ของประเทศไทยบนเวทีระหว่างประเทศ พร้อมเพิ่มโอกาสในการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางนโยบายและมาตรฐานด้านทรัพย์สินทางปัญญาในระดับสากล
“ไทยมีบุคลากรที่มีศักยภาพและความรู้ความเชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญา จึงมีความพร้อมที่จะก้าวสู่ตำแหน่งสำคัญในองค์กรระหว่างประเทศได้ ขณะเดียวกันยังคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการผลักดันนโยบายที่สอดคล้องกับการส่งเสริมผู้ประกอบการ การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการพัฒนานวัตกรรมของประเทศ” นางอรมน กล่าว
สำหรับขั้นตอนขั้นตอนการเสนอชื่อผู้บริหาร WIPO (DDG/ADG) ของประเทศไทย หลังครม.อนุมัติ โดยกระทรวงต่างประเทศจะส่งเอกสารเสนอชื่อผู้สมัคร พร้อมประวัติและคุณสมบัติไปยัง สำนักงานกลางของ WIPO ที่เจนีวา จากนั้นเอกสารจะถูกตรวจสอบโดย Director General และเริ่มกระบวนการสรรหาและคัดเลือก โดยWIPO จะจัดให้มี การพิจารณาและสัมภาษณ์ผู้สมัคร ให้สมาชิก WIPO จะลงคะแนนเพื่อเลือกผู้บริหาร จากนั้นจะประกาศผลและเริ่มดำรงตำแหน่ง ผู้ที่ได้รับเลือกจะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการและเริ่มทำงานในตำแหน่ง DDG หรือ ADG ของ WIPO โดยระหว่างนี้ ผู้สมัครยังคงทำหน้าที่เดิม เช่น เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำ WIPO/WTO
การเสนอชื่อครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของรัฐบาลต่อศักยภาพของไทยในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งมุ่งส่งเสริมบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาในเวทีโลก
โดย WIPO หรือองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) เป็นองค์กรระหว่างประเทศภายใต้องค์การสหประชาชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนก.ค. พ.ศ. 2510 มีหน้าที่ส่งเสริมและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทั่วโลก รวมถึงสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ และเครื่องหมายการค้า มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ปัจจุบัน WIPO มีสมาชิก 192 ประเทศ รวมทั้งไทย ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี พ.ศ. 2532 มีหน่วยงานหลักที่ทำงานร่วมกันคือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขับเคลื่อนระบบทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
สำหรับตำแหน่ง DDG และ ADG เป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ การประสานงานกับประเทศสมาชิก และการสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญา

