วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

"วีระพงษ์ ประภา" ผู้แทนการค้าไทย เผย ไทยพร้อมเร่งเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู

"วีระพงษ์ ประภา"ผู้แทนการค้าไทย โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว  “อาร์ท วีระพงษ์ ประภา - Art Werapong” เผย ถกทูตอียู ไทยพร้อมเจรจา เอฟทีเอไทย-อียู ให้เสร็จโดยเร็ว ย้ำ win-win ทั้งสองฝ่าย เดินหน้ายกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 2 ฝ่าย

นายวีระพงษ์ ประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว  “อาร์ท วีระพงษ์ ประภา - Art Werapong” เกี่ยวกับการเจรจาเอฟทีเอ Thai-EU โดยระบุว่า Thailand is BACK! เราพร้อมเร่งเจรจา Thai-EU FTA ให้สำเร็จโดยเร็ว สร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ win-win ทั้งสองฝ่าย

เช้าวันนี้ ผมได้รับเกียรติให้กล่าวปาฐกถาและร่วมหารือกับท่านทูต ลุยซา ราแกร์ (H.E. Mrs. Luisa Ragher) เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจำนวน 19 ประเทศครับ สัญญาณจากวงหารือวันนี้ชัดเจนมากว่า อียูมองไทยเป็น "พันธมิตรที่พึ่งพาและไว้ใจได้" และพร้อมเดินหน้ายกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจร่วมกับเรา

"วีระพงษ์ ประภา" ผู้แทนการค้าไทย  เผย ไทยพร้อมเร่งเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู                                                                                                      ขอบคุณภาพ : เฟสบุ๊ค  “อาร์ท วีระพงษ์ ประภา - Art Werapong

สำหรับประเด็นสำคัญที่ผมได้แลกเปลี่ยนกับคณะทูตอียู มีดังนี้

1. FTA ไทย-อียู คือวาระเร่งด่วน: ปัจจุบันเจรจาจบไปแล้ว 11 บท เป้าหมายของเราคือการเร่งเครื่องให้จบโดยเร็วที่สุด เพื่อดึงธุรกิจไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอียู โดยเฉพาะการเป็น ASEAN Digital Gateway (เช่น AI และ Cloud) พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง

2. เปลี่ยนกติการักษ์โลก ให้เป็นโอกาส: สำหรับกติกาด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ของยุโรป จุดยืนของไทยคือ เรามองเรื่องนี้ไม่ใช่ภาระที่ต้องจำใจทำ (Not a compliance burden) แต่คือ "โอกาส" เราพร้อมปรับตัวเชิงรุก

3. จากผู้ตามสู่การ "ร่วมสร้างมาตรฐาน": ผมได้ย้ำว่า เราต้องการเป็น "พาร์ทเนอร์" ที่เติบโตไปพร้อมกับอียู ไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อยกระดับให้ไทยเข้าไปฝังตัวอยู่ใน Supply Chain ของอียูอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะการร่วมสร้างมาตรฐานมาด้วยกัน ย่อมแข็งแกร่งกว่าแค่การรับรองมาตรฐานกันเพียงผิวเผิน

นอกจากมิติเศรษฐกิจแล้ว ข่าวดีที่ผมยินดีมากคือ การที่อียูเพิ่งอนุมัติระบบ EU Visa Cascade ให้กับคนไทย ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางและเชื่อมโยงผู้คน (People-to-people connection) ระหว่างกันได้ง่ายขึ้นมาก

"โลกเปลี่ยนไปแล้ว ประเทศไทยเราตั้งรับไม่ได้ เราต้องรุกเพื่อเป็นข้อต่อที่แข็งแกร่งในภูมิภาคนี้"นายวีระพงษ์ ระบุ