วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ศุภจี"  ไม่กังวล "ศาล รธน." รับคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

"ศุภจี"  ไม่กังวล "ศาล รธน." รับคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ รัฐบาลพยุงเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง ชู ไตรมาส​ 4 GDP ขยับ 2.5.% ทั้งที่ประมาณการไว้แค่ 0.3 % ลั่น หากหยุดทำ ปัญหาหมุนกลับแน่ จึงต้องเดินหน้าเชิงรุกตัดตอนก่อนเกิดวิกฤต ด้าน "กระทรวงพาณิชย์" ลมใต้ปีกช่วยเต็มที่ เตรียมแจกคูปองลดค่าครองชีพ 100 บาท 4 มิ.ย. นี้

KEY POINTS

  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ยืนยันไม่กังวลกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องให้วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
  • ชี้ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจและรู้ว่ากำลังทำอะไร โดยมาตรการที่ผ่านมาช่วยผลักดันให้ GDP ไตรมาส 4 ของปีก่อนขยับขึ้นจาก 0.3% เป็น 2.5%
  • ระบุว่าหากรัฐบาลหยุดดำเนินการหรือไม่ทำอะไรต่อ เศรษฐกิจอาจจะหมุนกลับไปในทิศทางที่ไม่ดีและไม่สามารถพยุงขึ้นมาได้เหมือนเดิม

เวลา17.00น. ที่ทำเนียบ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณี ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องของฝ่ายค้านที่ให้วินิจฉัย​  พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะทำให้งานรัฐบาลสะดุดหรือไม่ ว่า ไม่มีความกังวล เราตั้งใจทำอะไร เรารู้อยู่แล้ว เพราะรู้ว่าพายุเกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้อาจจะเห็นว่า GDP ของประเทศดูดี แต่ไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว GDP ถูกประมาณการไว้อยู่ที่ 0.3% รัฐบาลพยายามทำกิจกรรมทุกอย่าง อย่าง Quick big win ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ แม้จะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ แต่ก็ช่วยผลักดันเต็มที่  ทำให้ GDP ขยับตัวขึ้นมา 2.5 % ในไตรมาสที่ 4 เป็นเหมือนลมใต้ปีก

พอมาที่เดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ จะเห็นว่าการส่งออกดีมาก เป็นประวัติการณ์​ ดังนั้น ไตรมาสที่ 1 ที่เกิดผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน มาที่เดือนมีนาคม ซึ่งยังไม่เต็มรูปแบบ ทุกอย่าง ยังเหมือนลมส่งมา GDP ยังขึ้นอยู่ แต่ถ้าหยุดหรือไม่ได้ทำอะไรต่อ จะหมุนกลับมา ไม่สามารถพยุงกลับขึ้นมาได้เหมือนเดิม

นางศุภจี กล่าวต่อว่า วิธีการที่กระทรวงพาณิชย์ทำงานคือ ทำก่อนที่จะเกิด เพราะหากเกิดขึ้นแล้ว ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้นแล้วของประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการ จึงพยายามต้องป้องกันตัดตอนไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้น

นางศุ​ภจี ยังกล่าวถึงกระแสตอบรับโครงการ ไทยช่วยไทย ว่า  ถือว่ากระแสตอบรับดี กระทรวงพาณิชย์ มีการสำรวจความพึงพอใจอยู่ตลอด ซึ่งการทำงานเป็นลักษณะบูรณาการร่วมกันทุกกรม ในกระทรวงพาณิชย์ เพราะความตั้งใจที่ทำโครงการนี้ มาจากวิกฤตน้ำมัน และกระทบค่าครองชีพของประชาชน จึงหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ราคาถูก เข้าถึงได้ เป็นทางเลือกให้กับประชาชน 

ทั้งนี้ วันที่ 4 มิถุนายน จะมีคูปองให้กับคนซื้อของ  สามารถนำไปลดราคาได้ 100 บาท เพื่อช่วยลดภาระทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ พร้อมทั้งส่งเสริมสินค้าเอสเอ็มอี และสินค้าชุมชนให้สามารถเติบโตและเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น