วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'นักวิชาการ' ชงโรดแมป 20 ปี เร่งอัปเกรด Smart Grid รับการใช้ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

'นักวิชาการ' ชงโรดแมป 20 ปี เร่งอัปเกรด Smart Grid รับการใช้ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวในงานสัมมนาในรูปแบบ Round Table หัวข้อ THE BIG ISSUE ENERGY CRISIS NEW SOLUTIONS ทางออกวิกฤติพลังงานอย่างยั่งยืน จัดโดย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า วิกฤติพลังงาน จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา เป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า พลังงานฟอสซิลไม่เพียงแต่เป็นเชื้อเพลิงที่สกปรก และส่งผลต่อภาวะโลกร้อน แต่ยังแพง และมีความเสี่ยงสูงต่อความขัดแย้งในระดับโลก จนบางกรณีแม้มีเงินก็ไม่สามารถจัดหาซื้อได้ 

จากสถานการณ์ดังกล่าว นำมาสู่ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ในการหาทางออกให้กับประเทศไทย โดยเน้นการลดการพึ่งพาฟอสซิลอย่างมีนัยสำคัญ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นระบบ

ปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิล (น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ) สูงถึง 70-80% ของการใช้พลังงานทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่อันตรายต่อความมั่นคงในอนาคต โดยมีการกำหนดเป้าหมายเชิงรุกในอีก 20 ปีข้างหน้าว่า จะต้องลดสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้เหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่ง หรือต่ำกว่า 50% ของทั้งหมด 

กุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้นคือ Electrification หรือการหันไปใช้พลังงานในรูปของไฟฟ้าให้มากขึ้นในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคการขนส่ง ที่อยู่อาศัย โรงงานอุตสาหกรรม ไปจนถึงภาคเกษตรกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศสามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงที่สะอาดในการผลิตไฟฟ้าทดแทนก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน 

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการมีไฟฟ้าสะอาดเกิน 50% ในอีก 20 ปีข้างหน้า แหล่งพลังงานที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญประกอบด้วย

1. พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) เป็นแหล่งพลังงานอันดับ 1 ในปัจจุบันเนื่องจากต้นทุนเทคโนโลยีสามารถแข่งขันกับฟอสซิลได้แล้ว และเมื่อควบรวมกับระบบแบตเตอรี่ จะทำให้คุณภาพไฟฟ้าเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าหลัก

2. พลังงานชีวมวล และก๊าซชีวภาพ การนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่มีอยู่มหาศาลในไทย เช่น กากอ้อย เหง้ามันสำปะหลัง ซังข้าวข้าว และเศษไม้ มาเพิ่มมูลค่าเป็นพลังงานไฟฟ้า

3. พลังงานน้ำ นอกจากการผลิตในประเทศแล้ว ยังมองถึงโอกาสการนำเข้าพลังงานสะอาดจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น 

4. ขยะชุมชน การบริหารจัดการขยะกองโตให้กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า 

 

นอกเหนือจากพลังงานหมุนเวียนพื้นฐาน แผนพัฒนาพลังงาน (PDP) ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ

1. Green Hydrogen ไฮโดรเจนที่ผลิตจากพลังงานสะอาด แม้ปัจจุบันจะมีต้นทุนสูง และมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ต้องวิจัยต่อ แต่ในร่างแผน PDP เดิม มีเป้าหมายจะเริ่มนำไฮโดรเจนมาผสมกับก๊าซธรรมชาติในสัดส่วน 5% เพื่อผลิตไฟฟ้าภายใน 5 ปีข้างหน้า และในระยะยาว ไฮโดรเจนจะมีศักยภาพทดแทนน้ำมันปิโตรเลียมได้เกือบทั้งหมด ทั้งในภาคการขนส่ง และอุตสาหกรรม 

2. โรงไฟฟ้าพื้นฐานขนาดเล็ก (SMR) หรือนิวเคลียร์ขนาดไม่เกิน 300 เมกะวัตต์ ถือเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยกว่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ สร้างได้เร็ว และใช้งานได้หลากหลาย เช่น การตั้งใกล้เขตนิคมอุตสาหกรรมเพื่อผลิตไฟฟ้า และไอน้ำ โดยคาดหวังว่าจะเห็นโรงไฟฟ้า SMR โรงแรกในไทยภายใน 15 ปีข้างหน้า 

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จำเป็นต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนสายส่งไฟฟ้าให้เป็น Smart Grid หรือโครงข่ายอัจฉริยะ เพื่อรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) 

ระบบใหม่นี้จะเปลี่ยนบทบาทของผู้บริโภคให้กลายเป็น Prosumer ที่เป็นทั้งผู้ผลิต และผู้ใช้ไฟฟ้า สามารถผลิตไฟฟ้าจากบ้านเรือนหรือชุมชนเพื่อขายเข้าระบบได้โดยตรงผ่านระบบการซื้อขายที่เสรีมากขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องมีการใช้ Smart Meter และอัตราค่าไฟฟ้าแบบ TOU (Time of Use) เพื่อจูงใจให้เกิดการบริหารจัดการ การใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อย เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบ

สำหรับแนวทางการใช้เงินกู้ 200,000 ล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน มีข้อเสนอให้มุ่งเน้นใน 4 ด้านหลัก คือ 

1. การวิจัย และพัฒนา (R&D) เร่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ไทยยังไม่เชี่ยวชาญ เช่น แบตเตอรี่, แผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูง และเทคโนโลยีไฮโดรเจน 

2. การพัฒนาบุคลากร แก้ปัญหาการขาดแคลนช่าง และวิศวกรที่มีความรู้ด้านพลังงานใหม่ โดยเฉพาะช่างติดตั้ง และบำรุงรักษาโซลาร์เซลล์ที่มีมาตรฐาน 

3. การสร้างมาตรฐาน ลงทุนในห้องแล็บเพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของแผงโซลาร์ แบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน 

4. โครงการร่วมทุนกับประชาชน แทนที่รัฐจะจ่ายเงินอุดหนุน 100% เสนอให้ใช้รูปแบบ Co-financing โดยรัฐสนับสนุนประมาณ 30% และให้ภาคเอกชนหรือประชาชนร่วมจ่าย 70% ในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ และดูแลรักษาอย่างยั่งยืน 

นอกจากนี้ ยังมองถึงการประยุกต์ใช้พลังงานสะอาดร่วมกับการบริหารจัดการน้ำ เช่น การใช้โซลาร์เซลล์เพื่อการสูบน้ำในภาคการเกษตร ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว 
 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์