วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โตโยต้า' ขอร่วมรถเก่าแลกรถใหม่ 'กลินท์' เสนอนายกฯ ปกป้องตลาดรถยนต์ไทย

“กลินท์” ชงรัฐปกป้องตลาดรถยนต์ไทย หลังโดนจีนแย่งส่วนแบ่ง ชี้ รถนำเข้าจากจีนไม่ต้องภาษี พร้อมหนุน “รถเก่าแลกรถใหม่” เพิ่มเงื่อนไขรวมรถกระบะและรถ Eco Car ใช้แลกรถใหม่ที่ผลิตเฉพาะในประเทศ หนุนเพิ่ม Local Content หวังให้ SME ได้ประโยชน์ ขอทบทวนภาษีส่งออกรถยนต์ให้กลับมาอยู่ที่ 1.18% เหมือนเดิม

KEY POINTS

  • นายกลินท์ สารสิน ประธานโตโยต้า เสนอนายกรัฐมนตรีออกมาตรการปกป้องตลาดรถยนต์ในประเทศ หลังได้รับผลกระทบจากรถนำเข้าที่ได้เปรียบด้านภาษี โดยเฉพาะจากจีน
  • สนับสนุนโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” โดยเสนอให้รวมรถกระบะและอีโคคาร์ และกำหนดให้รถใหม่ที่แลกต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศไทย
  • เสนอให้ผลักดันการเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (Local Content) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและ SME ไทยให้ได้รับประโยชน์มากขึ้น

รัฐบาลจัดเวที “The Listening Forum : Voices to the PM - ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เชิญซีอีโอมาร่วมแสดงความเห็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ได้เสนอเรื่องมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยขอให้รัฐบาลเร่งปกป้องตลาดในประเทศ หลังรถนำเข้าบางส่วน โดยเฉพาะจากจีนที่ได้เปรียบด้านภาษีจากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน นำเข้ารถยนต์ภาษีเป็น 0% 

ทั้งนี้รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไรในการปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ และผู้ประกอบการเห็นว่าประเทศไทยควรเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของภูมิภาค

'โตโยต้า' ขอร่วมรถเก่าแลกรถใหม่ 'กลินท์' เสนอนายกฯ ปกป้องตลาดรถยนต์ไทย

นอกจากนี้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ แนวคิดโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” หรือ End of Life Vehicle ซึ่งภาคเอกชนแสดงความเห็นชอบในหลักการแต่ขอให้ภาครัฐพิจารณารูปแบบการดำเนินงานอย่างรอบคอบ โดยเสนอให้รวมรถกระบะและรถ Eco Car เข้าร่วมโครงการด้วยและกำหนดเงื่อนไขว่ารถใหม่ที่ใช้แลกควรเป็นรถที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ

ส่วนภาษีส่งออกในลักษณะ compensation tax ที่เคยอยู่ที่ 1.18% แต่ถูกปรับลดลงเหลือ 0.89% ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งภาคยานยนต์เห็นว่าการปรับลดดังกล่าวอาจกระทบต่อการส่งออก จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณากลับไปใช้อัตราเดิม

อีกข้อเสนอสำคัญคือ การผลักดันเพิ่มสัดส่วน Local Content ในการลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทย เพื่อให้เกิดการใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากผู้ประกอบการไทยมากขึ้น เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยได้ประโยชน์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

“ด้านบรรยากาศการหารือ ถือว่าเป็นไปด้วยดี รัฐบาลมาถูกทางแล้วที่รับฟังข้อเสนอจากหลายภาคส่วน และมีแนวคิดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อเดินหน้าติดตามผลและผลักดันมาตรการต่างๆ ต่อไป ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจขณะนี้มองว่ายังทรงตัว โดยบางภาคส่วนดีขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวยังต้องปรับตัวรับนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น”นายกลินท์ กล่าว