วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

'โตโยต้า' ขอร่วมรถเก่าแลกรถใหม่ 'กลินท์' เสนอนายกฯ ปกป้องตลาดรถยนต์ไทย

“กลินท์” ชงรัฐปกป้องตลาดรถยนต์ไทย หลังโดนจีนแย่งส่วนแบ่ง ชี้ รถนำเข้าจากจีนไม่ต้องภาษี พร้อมหนุน “รถเก่าแลกรถใหม่” เพิ่มเงื่อนไขรวมรถกระบะและรถ Eco Car ใช้แลกรถใหม่ที่ผลิตเฉพาะในประเทศ หนุนเพิ่ม Local Content หวังให้ SME ได้ประโยชน์ ขอทบทวนภาษีส่งออกรถยนต์ให้กลับมาอยู่ที่ 1.18% เหมือนเดิม

KEY POINTS

  • นายกลินท์ สารสิน ประธานโตโยต้า เสนอนายกรัฐมนตรีออกมาตรการปกป้องตลาดรถยนต์ในประเทศ หลังได้รับผลกระทบจากรถนำเข้าที่ได้เปรียบด้านภาษี โดยเฉพาะจากจีน
  • สนับสนุนโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” โดยเสนอให้รวมรถกระบะและอีโคคาร์ และกำหนดให้รถใหม่ที่แลกต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศไทย
  • เสนอให้ผลักดันการเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (Local Content) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและ SME ไทยให้ได้รับประโยชน์มากขึ้น

รัฐบาลจัดเวที “The Listening Forum : Voices to the PM - ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เชิญซีอีโอมาร่วมแสดงความเห็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ได้เสนอเรื่องมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยขอให้รัฐบาลเร่งปกป้องตลาดในประเทศ หลังรถนำเข้าบางส่วน โดยเฉพาะจากจีนที่ได้เปรียบด้านภาษีจากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน นำเข้ารถยนต์ภาษีเป็น 0% 

ทั้งนี้รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไรในการปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ และผู้ประกอบการเห็นว่าประเทศไทยควรเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของภูมิภาค

'โตโยต้า' ขอร่วมรถเก่าแลกรถใหม่ 'กลินท์' เสนอนายกฯ ปกป้องตลาดรถยนต์ไทย

นอกจากนี้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ แนวคิดโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” หรือ End of Life Vehicle ซึ่งภาคเอกชนแสดงความเห็นชอบในหลักการแต่ขอให้ภาครัฐพิจารณารูปแบบการดำเนินงานอย่างรอบคอบ โดยเสนอให้รวมรถกระบะและรถ Eco Car เข้าร่วมโครงการด้วยและกำหนดเงื่อนไขว่ารถใหม่ที่ใช้แลกควรเป็นรถที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ

ส่วนภาษีส่งออกในลักษณะ compensation tax ที่เคยอยู่ที่ 1.18% แต่ถูกปรับลดลงเหลือ 0.89% ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งภาคยานยนต์เห็นว่าการปรับลดดังกล่าวอาจกระทบต่อการส่งออก จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณากลับไปใช้อัตราเดิม

อีกข้อเสนอสำคัญคือ การผลักดันเพิ่มสัดส่วน Local Content ในการลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทย เพื่อให้เกิดการใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากผู้ประกอบการไทยมากขึ้น เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยได้ประโยชน์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

“ด้านบรรยากาศการหารือ ถือว่าเป็นไปด้วยดี รัฐบาลมาถูกทางแล้วที่รับฟังข้อเสนอจากหลายภาคส่วน และมีแนวคิดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อเดินหน้าติดตามผลและผลักดันมาตรการต่างๆ ต่อไป ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจขณะนี้มองว่ายังทรงตัว โดยบางภาคส่วนดีขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวยังต้องปรับตัวรับนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น”นายกลินท์ กล่าว