วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

กทท. โชว์กำไรครึ่งปีกว่า 3.5 พันล้าน นัดถกปม 'แหลมฉบัง' 19 พ.ค.นี้

กทท. ครบรอบ 75 ปี เผยกำไรครึ่งปีแรกกว่า 3.5 พันล้านบาท เดินหน้าปั้นท่าเรืออัจฉริยะรับการเติบโตของการขนส่งสินค้าทางเรือ ขณะที่ปัญหา “แหลมฉบัง 3” นัดถกร่วมฝ่ายกฎหมายกระทรวงคมนาคม 19 พ.ค.นี้ หาแนวทางออกก่อนเจรจา GPC

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายในงานครบรอบการสถาปนา 75 ปี การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยระบุว่า ภายหลังการเข้ามากำกับดูแล กทท. ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เห็นถึงศักยภาพและบทบาทสำคัญของ กทท. ในการขับเคลื่อนระบบคมนาคมทางน้ำและเศรษฐกิจของประเทศมาตลอดระยะเวลา 75 ปีที่ผ่านมา

สำหรับระยะต่อไปขอให้ กทท. ขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือ เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์และการขนส่งอย่างไร้รอยต่อ พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาบริหารจัดการท่าเรือผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน อีกทั้งต้องเตรียมพร้อมรองรับต่อปัจจัยลบภายนอกที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงาน โดยเฉพาะความท้าทายของภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการนำเข้าและการส่งออกสินค้า

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า โครงการร่วมลงทุนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ที่ปัจจุบันยังติดปัญหาการส่งมอบพื้นที่ให้กับเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด (GPC) ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และกำกับดูแล กทท.นั้น ได้รับทราบปัญหาพร้อมประชุมในส่วนของกระทรวงคมนาคม และ กทท.เพื่อติดตามปัญหา รวมไปถึงแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม โดยจะมีการนัดประชุมร่วมระหว่างฝ่ายกฎหมายกระทรวงคมนาคม และ กทท.อีกครั้งในวันที่ 19 พ.ค.นี้

กทท. โชว์กำไรครึ่งปีกว่า 3.5 พันล้าน นัดถกปม 'แหลมฉบัง' 19 พ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาในโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ที่ขณะนี้ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้กับเอกชนคู่สัญญาได้ ซึ่งเดิมครบกำหนดการส่งมอบในเดือน พ.ย.2568 แต่การส่งมอบติดปัญหาตีความเรื่องการถมทะเลที่แตกต่างกัน ระหว่างเงื่อนไขการจ้างถมทะเลของ กทท. กับเงื่อนไขการประมูลพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ของ GPC ทำให้ภาพรวมโครงการปัจจุบันล่าช้าไปกว่าครึ่งปี โดยเป้าหมายกระทรวงคมนาคมจะหารือแนวทางออกให้เร็วที่สุดภายใน มิ.ย.นี้

ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า กทท. พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กรภายใต้แนวคิด Empowering Thailand’s Future – เสริมพลังอนาคตประเทศไทยโดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ การนำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติมาใช้ในการบริหารจัดการท่าเรือ การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม การสร้างความร่วมมือกับชุมชนและทุกภาคส่วน

กทท. โชว์กำไรครึ่งปีกว่า 3.5 พันล้าน นัดถกปม 'แหลมฉบัง' 19 พ.ค.นี้

โดยขับเคลื่อน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Port) ท่าเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Port) การเสริมศักยภาพชุมชน (Community Empowerment) การเชื่อมโยงโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค (Regional Connectivity) และการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 (Laem Chabang Port Phase 3)

ทั้งนี้ ในด้านผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568–มี.ค. 2569) กทท. มีรายได้รวม 8,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.30% และมีกำไรสุทธิ 3,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีจำนวนเรือเทียบท่า 7,610 เที่ยว เพิ่มขึ้น 3.24% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 63.86 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3.53% และตู้สินค้าผ่านท่า 6.08 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 9.19%

กทท. โชว์กำไรครึ่งปีกว่า 3.5 พันล้าน นัดถกปม 'แหลมฉบัง' 19 พ.ค.นี้

ในส่วนของท่าเรือกรุงเทพ กทท. เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับปริมาณสินค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใช้บริหารจัดการท่าเรือ การพัฒนาท่าเรือกรุงเทพสู่ท่าเรือกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automated Port) การพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าท่าเรือกรุงเทพและศูนย์เชื่อมโยงการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport & Distribution Center) เพิ่มความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่และการกระจายสินค้า รวมถึงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษบางนา-อาจณรงค์ (S1) เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจร

สำหรับท่าเรือแหลมฉบัง กทท. ยังคงดำเนินโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ตามแผนงานที่กำหนดไว้ พร้อมเร่งบริหารจัดการการจราจรและการขนส่งสินค้าให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น รองรับการขยายตัวของภาคการค้าและการขนส่งของประเทศ รวมถึงตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการในอนาคต

ในส่วนของท่าเรือภูมิภาค กทท. มุ่งพัฒนาศักยภาพท่าเรือให้สอดคล้องกับบทบาททางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ โดยท่าเรือระนองมุ่งรองรับการขนส่งสินค้าฝั่งทะเลอันดามัน เชื่อมโยงการค้ากับกลุ่มประเทศ BIMSTEC และสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ขณะที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนและท่าเรือเชียงของ มุ่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการ เพื่อเสริมบทบาทการเป็นศูนย์กลางการค้าของภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน