วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย  4 เดือนแรกปี 69  ยอดรับจดทะเบียน IP พุ่ง 12.86%

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย  4 เดือนแรกปี 69  ยอดรับจดทะเบียน IP พุ่ง 12.86% ขณะที่ภาพรวมคำขอใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นผู้ประกอบการไทย-ต่างชาติพร้อมเดินหน้าสร้างระบบนิเวศ IP รองรับการค้าการลงทุน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค. – เม.ย.) มีสถิติยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ทั้งเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์  รวมสูงถึง 25,537 คำขอ เพิ่มขึ้นกว่า 10.30% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 (23,153 คำขอ)

ขณะที่สถิติรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นทุกประเภท โดยกรมรับจดทะเบียนรวม 19,684 ฉบับ/รายการ เพิ่มขึ้นกว่า 12.86% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 (17,441 ฉบับ/รายการ) สำหรับลิขสิทธิ์ แม้จะเป็นทรัพย์สินทางปัญญาเพียงประเภทเดียวที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่เจ้าของผลงานสามารถยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ไว้กับกรมได้

โดย 4 เดือนแรกของปี 2569 มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 5,523 รายการ เพิ่มขึ้น 8.85% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 (5,074 รายการ) โดยมีรายละเอียดคำขอจด/แจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภท ดังนี้

1.เครื่องหมายการค้า ช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอ 18,761 คำขอ เพิ่มขึ้น 12.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (16,728 คำขอ) กลุ่มสินค้า/บริการที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่  ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ ขยับจากอันดับ 3 ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 1 โดยมี 2,371 คำขอ

สะท้อนเทรนด์การค้าที่มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น , บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด 2,069 คำขอ , ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 1,977 คำขอ ,  เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1,600 คำขอ และ  ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช ธัญพืช เครื่องปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร 1,273 คำขอ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย  4 เดือนแรกปี 69  ยอดรับจดทะเบียน IP พุ่ง 12.86%

โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 54% และต่างชาติ 46% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท ฟ็อกซ์ ฟอร์มูเลท จำกัด 160 คำขอ  บริษัท ไดมิเทค (ประเทศไทย) จำกัด 140 คำขอ  บริษัท บอร์น อโกรไซเอนซ์ จำกัด 136 คำขอ (4) บริษัท เอสทีม อินเตอร์เทรด จำกัด 80 คำขอ

ทั้ง 4 อันดับแรกล้วนเป็นบริษัทด้านเคมีเกษตรครบวงจรของไทย และ  บริษัท เยติ คูลเลอร์, แอลแอลซี ในธุรกิจแก้วน้ำ กระติก และกล่องอุปกรณ์เก็บอุณหภูมิ จากสหรัฐอเมริกา 53 คำขอ

 ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 14,349 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 4.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (13,704 เครื่องหมาย)

2.สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอ 2,984 คำขอ เพิ่มขึ้น 9.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (2,734 คำขอ) กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยาเคมีสังเคราะห์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ 358 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมด้านสุขภาพยังคงเป็นสาขาสำคัญที่มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง , นวัตกรรมด้านการสื่อสาร เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ–ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ 261 คำขอ 

นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ 116 คำขอ (4) เทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับแอนติบอดีเอนไซม์ ขยับขึ้นมาจากอันดับ 5 โดยมี 64 คำขอ และ วัสดุเหล็กกล้า กลับมาติดอันดับ Top5 อีกครั้ง โดยมี 62 คำขอ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย  4 เดือนแรกปี 69  ยอดรับจดทะเบียน IP พุ่ง 12.86%

โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 14% และต่างชาติ 86% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นผู้ยื่นต่างชาติทั้งหมด ได้แก่  บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด จากสหรัฐอเมริกา 115 คำขอ  บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา จากญี่ปุ่น 103 คำขอ  บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 60 คำขอ  บริษัท ซินเจนต้า ครอป โพรเท็คชั่น เอจี จากสวิตเซอร์แลนด์ ขยับขึ้นมาจากอันดับ 5 โดยมี 53 คำขอ และ บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น ลงมาจากอันดับ 4 โดยมี 45 คำขอ

ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ในช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 1,929 ฉบับ เพิ่มขึ้น 18.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (1,627 ฉบับ)

3.อนุสิทธิบัตร ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 1,806 คำขอ เพิ่มขึ้น 17.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (1,542 คำขอ) กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ครองอันดับ 1 แบบทิ้งห่างที่ 197 คำขอ  ,ยาสมุนไพร 94 คำขอ สะท้อนความสนใจ ด้านสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ , อุปกรณ์ทางการแพทย์ 66 คำขอ , ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ 60 คำขอ และ เทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับแอนติบอดีเอนไซม์ 52 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 95% และต่างชาติ 5%

สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ขยับขึ้นมาจากอันดับ 2 โดยมี 54 คำขอ  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลงมาจากอันดับ 1 โดยมี 50 คำขอ มหาวิทยาลัยบูรพา 33 คำขอ  , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มี 32 คำขอเท่ากัน

ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร ในช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 883 ฉบับ เพิ่มขึ้น 44.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (613 ฉบับ)

4.สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 1,986 คำขอ ลดลง 7.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (2,149 คำขอ) แบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ลวดลายผ้า 217 คำขอ , บรรจุภัณฑ์ 192 คำของ ,  รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 162 คำขอ , เครื่องประดับ 147 คำขอ และ อุปกรณ์ก่อสร้าง 121 คำขอ

โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 56% และต่างชาติ 43% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พุ่งขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 โดยมี 52 คำขอ  บริษัท บีอีจีเอ กันเทนบริงค์-ลอยช์เทน เคจี ในธุรกิจอุปกรณ์ให้แสงสว่างจากเยอรมนี ลงมาจากอันดับ 1 โดยมี 49 คำขอ มหาวิทยาลัยบูรพา 46 คำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 33 คำขอ และ บริษัท แอปเปิล อิงค์. จากสหรัฐอเมริกา เข้ามาติดอันดับ Top5 ครั้งแรกของปี 2569 โดยมี 25 คำขอ

ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 2,523 ฉบับ เพิ่มขึ้น 68.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (1,497 ฉบับ)

5. ลิขสิทธิ์ ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นแจ้งข้อมูล 5,523 ผลงาน เพิ่มขึ้น 8.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (5,074 ผลงาน) ผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่   วรรณกรรม เช่น งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 2,310 ผลงาน  ,ศิลปกรรม เช่น งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ 1,673 ผลงาน , ดนตรีกรรม 1,155 ผลงาน , โสตทัศนวัสดุ 244 ผลงาน และ , สิ่งบันทึกเสียง กลับมาติดอันดับ Top5 อีกครั้ง โดยมี 71 ผลงาน สัดส่วนผู้ยื่นแจ้งข้อมูลผลงานลิขสิทธิ์  คนไทย 99% และต่างชาติ 1%

สำหรับผู้ยื่นแจ้งข้อมูลมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่  มหาวิทยาลัยมหิดล 125 ผลงาน มหาวิทยาลัยทักษิณ 112 ผลงาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขยับขึ้นมาจากอันดับ 4 โดยมี 66 ผลงาน  บริษัท ยอวานี จำกัด ของไทย ลงมาจากอันดับ 3 โดยมี 61 ผลงาน และ  มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี กลับมาติดอันดับ Top5 อีกครั้ง โดยมี 51 ผลงาน

ทั้งนี้ ลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด อย่างไรก็ดี กรมจะเดินหน้าส่งเสริมให้ศิลปินนักสร้างสรรค์เห็นความสำคัญของการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรม เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น

“จากสถิติในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 จะเห็นได้ว่าจำนวนคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในภาพรวมยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการตื่นตัวของผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมากขึ้น”  นางอรมน กล่าว