'ฟิวร์เจอร์ สกาย" ร้อง รมว.แรงงาน หลังกรมการจัดหางาน เบี้ยวจ่ายค่าจ้าง 6 งวด รวด รื้อปม "แบกภาระเกิน TOR" หวั่นกระทบสภาพคล่องทำระบบชะงัก
KEY POINTS
- กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขอความเป็นธรรมกรณีที่กรมการจัดหางานไม่ชำระค่าจ้างดำเนินงานโครงการผลิตใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว
- ระบุว่า กรมการจัดหางานค้างชำระค่าจ้างตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 - มี.ค. 2569 รวม 6 งวด เป็นเงินทั้งสิ้น 378,872,000 บาท
- ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของบริษัทอย่างรุนแรง โดยสาเหตุเกิดจากกระบวนการตรวจรับงานที่ล่าช้าอย่างยิ่ง
วันนี้ (11 พ.ค. 2569) นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย เดินทางมาขอความเป็นธรรมและขอให้ดำเนินการชำระเงินค่าจ้างทำงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยอ้างถึง
(1) สัญญาเลขที่ 370/2566 ลงวันที่ 25 ก.ค. 2566 สัญญาจ้างดำเนินงานโครงการผลิตใบอนุญาตทำงานและให้บริการรับคำขอและการแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว (Outsourcing Service)
(2) สัญญาแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่1 ฉบับวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 สัญญาจ้างดำเนินงานโครงการผลิตใบอนุญาตทำงานและให้บริการรับคำขอและการแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว (Outsourcing Service)
(3) หนังสือกิจการร่วมค้าที่ JVFS6904001-LT ลงวันที่ 17 เม.ย. 2569 เรื่อง ขอให้เร่งรัดดำเนินการเบิกจ่ายค่าจ้างตามสัญญาเลขที่ 370/2566
ทั้งนี้ กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย ในฐานะผู้รับจ้างของกรมการจัดหางาน ได้ดำเนินงานและบริหารจัดการการผลิตใบอนุญาตทำงานภายใต้นโยบาย รวดเร็ว ทันสมัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ของกระทรวงแรงงานอย่างเต็มกำลังความสามารถมาโดยตลอด
โดยที่ผ่านมา กิจการร่วมค้าฯ ได้นำส่งรายงานผลการดำเนินงานเพื่อเรียกเก็บเงินค่าจ้างตามสัญญา ตั้งแต่เปิดให้บริการเดือนต.ค. 2568 จนถึงเดือนมี.ค. 2569 รวมทั้งสิ้นจำนวน 6 งวดแต่จนถึงปัจจุบัน กิจการร่วมค้าฯ กลับยังไม่ได้รับการชำระเงินค่าจ้างทั้ง 6 งวดดังกล่าวจากกรมการจัดหางานแต่อย่างใด (โดยมีจำนวนผลิตบัตรถึงวันที่ 28 เม.ย. 2569 รวมแล้วทั้งสิ้น 728,600 คิดเป็นมูลค่าเงินทั้งสิ้น 378,872,000 บาท)
แม้จะได้ส่งหนังสือติดตามทวงถามไปแล้ว แต่ก็มิได้รับการชี้แจงถึงข้อขัดข้องหรือเหตุผลของการไม่ชำระค่าจ้าง
จากการติดตามความคืบหน้า กิจการร่วมค้าฯ พบว่ากระบวนการตรวจรับงานมีความล่าช้าอย่างยิ่ง โดยกรมการจัดหางานมีการพิจารณาเพียงผลการดำเนินงานของเดือนต.ค. 2568 เพียงเดือนเดียว และยังมิได้แจ้งผลกลับมาอย่างเป็นทางการ อีกทั้งค่าจ้างอีกจำนวน 5 งวดที่เหลือ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการตรวจรับเมื่อใด
แม้ว่าจะมีการประชุมร่วมกับกรมการจัดหางานเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ความล่าช้าที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของกิจการร่วมค้าฯ อย่างรุนแรง
การไม่ได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนใดๆ จึงได้มีการประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2569 อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเมื่อท่านอธิบดีกรมการจัดหางานได้รับทราบปัญหา ท่านได้กรุณามอบนโยบายและสั่งการอย่างชัดเจนให้คณะกรรมการตรวจรับเร่งดำเนินการโดยเร็ว โดยระบุว่า "เห็นใจกิจการร่วมค้าฯ ที่ดำเนินงานมามากแต่ยังไม่ได้รับเงิน ซึ่งไม่เป็นการสมควร" อันเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ของผู้บริหารระดับสูงที่ตระหนักถึงความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น และต้องการเร่งรัดกระบวนการนี้ให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม
นอกจากปัญหาการค้างชำระค่าจ้างแล้ว กิจการร่วมค้าฯ ยังต้องเผชิญกับความยากลำบากในการแบกรับปริมาณงานและจำนวนผู้เข้ารับบริการที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าสมมติฐานใน TOR อย่างมหาศาล ซึ่งอ้างอิงจากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ปี 2565) ที่ประเมินความสามารถในการตรวจสอบคำร้องไว้ที่ระดับปกติเพียง 6,000 รายการต่อวัน
ที่ผ่านมา กิจการร่วมค้าฯ พยายามหารือและทำหนังสือขออนุมัติแนวทางแก้ไขปัญหาเป็นรายเรื่องไปอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่เคยได้รับการตอบรับอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานผู้ว่าจ้าง ทำให้เกิดความล่าช้าและเกิดความไม่พอใจแก่ผู้ใช้บริการจำนวนมาก
จนกระทั่งในการประชุมเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2569 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ท่านอธิบดีกรมการจัดหางานยอมรับว่าหน่วยงานของกรมฯ มีการดำเนินการที่ต้องปรับปรุง และได้สั่งการปลดล็อคข้อจำกัดโดยให้นโยบายว่า "หากสิ่งใดที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแล้ว กิจการร่วมค้าฯ สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องรอหนังสือก่อน และจะออกหนังสือย้อนหลังให้ มิฉะนั้นก็จะไม่สามารถดำเนินการใดได้เลย" ข้อสั่งการนี้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า กิจการร่วมค้าฯ ไม่ได้รับความร่วมมือในการแก้ปัญหาจากทางกรมฯ และต้องเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงในการให้บริการมาโดยตลอด
แม้จะเผชิญกับข้อจำกัดและไม่ได้รับความร่วมมือที่ดีนัก กิจการร่วมค้าฯ ยังคงทุ่มเททรัพยากรอย่างเต็มที่ในทุกด้านเพื่อให้การดำเนินการแก้ไขระบบและการบริการผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่การต้องแบกรับภาระโดยไม่ได้รับเงินค่าจ้างอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 6 งวด ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องและขีดความสามารถในการให้บริการประชาชน ซึ่งหากปล่อยให้ปัญหานี้ยืดเยื้อต่อไป อาจลุกลามส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงภาพลักษณ์ในการบริหารงานของกรมการจัดหางานและกระทรวงแรงงานในภาพรวมได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้น จึงขอกราบเรียนมายังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้กำกับดูแล ได้โปรดพิจารณาให้ความเป็นธรรม และสั่งการหรือเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการเบิกจ่ายค่าจ้างการดำเนินงานทั้ง 6 งวดโดยเร่งด่วนที่สุด เพื่อให้สอดคล้องกับข้อสั่งการของท่านอธิบดีกรมการจัดหางาน และเพื่อให้กิจการร่วมค้าฯ สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานและรักษามาตรฐานการให้บริการประชาชนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ



