บขส.เปิดแผนเพิ่มรายได้ Non – core ดึงโฉนดที่ดินทุกพื้นที่มาตรวจสอบ และศึกษาแผนสร้างรายได้ใหม่ทั้งหมด นำร่อง “สถานีขนส่งปิ่นเกล้า” ทำสัญญาร่วม ขสมก.รวม 30 ปี เช่าเป็นสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Station) สำหรับรถใหม่ 1,500 คัน สร้างรายได้เพิ่มขึ้น 1 ล้านบาทต่อเดือน
KEY POINTS
- บขส. มีแผนสร้างรายได้ใหม่นอกธุรกิจหลัก โดยนำที่ดินและสินทรัพย์ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่มาพัฒนาเป็นโครงการเชิงพาณิชย์
- เตรียมนำที่ดินทำเลศักยภาพมาพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส อาทิ สถานีขนส่งเอกมัย, ปิ่นเกล้า, ที่ดินย่านสามแยกไฟฉาย และชลบุรี
- เริ่มโครงการนำร่องที่สถานีขนส่งปิ่นเกล้า โดยให้ ขสมก. เช่าพื้นที่ระยะยาวเพื่อสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือน โดยมีอายุสัญญารวม 30 ปี
- มีการลงทุนปรับปรุงสถานีขนส่งทั่วประเทศให้ทันสมัยและมีสิ่งอำนวยความสะดวกเทียบเท่าสนามบิน เช่น การเพิ่มห้องรับรองพิเศษ (Lounge)
นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงแนวทางการหารายได้จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และสินทรัพย์เพื่อสร้างรายได้นอกเหนือจากธุรกิจหลัก (Non - core) โดยระบุว่า ปัจจุบัน บขส.มีสินทรัพย์และที่ดินสามารถนำมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้หลายแห่ง แต่ที่ผ่านมาอาจยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ขณะนี้จึงมีนโยบายนำโฉนดที่ดินในทุกพื้นที่มาตรวจสอบและศึกษาแผนสร้างรายได้ใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารหรือสถานีขนส่ง มุ่งเป้าหมายสร้างโมเดลธุรกิจใหม่จาก Non - core ที่จะช่วยลดการขาดทุน และสร้างกำไรในอนาคต
สำหรับสินทรัพย์และที่ดินทำเลศักยภาพของ บขส.ที่พร้อมนำมาพัฒนาเชิงพาณิชย์สร้างรายได้ อาทิ
1.พื้นที่ย่าน 3 แยกไฟฉาย จำนวน 3 ไร่
2.พื้นที่ย่านชลบุรี จำนวน 5 ไร่
3.พื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีขนส่งปิ่นเกล้า จำนวน 15 ไร่
4.พื้นที่สถานีขนส่งเอกมัย จำนวน 7.3 ไร่
โดยขณะนี้ได้นำร่องสร้างรายได้ในส่วนของสถานีขนส่งปิ่นเกล้า ได้มีการทำสัญญาร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้เช่าพื้นที่เพื่อทำเป็นสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Station) สำหรับรถใหม่ 1,500 คัน ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือน โดยมีอายุสัญญารวม 30 ปี
นอกจากนี้ บขส. ยังมีการลงทุนปรับปรุงพื้นที่สถานีขนส่งเอกมัย ให้สามารถอำนวยความสะดวกผู้โดยสารมากขึ้น โดยปรับปรุงในคอนเซ็ปต์วินเทจ แต่เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ปรับปรุงตู้ขายตั๋วใหม่ เพื่อดึงดูดการใช้งาน เช่นเดียวกับการปรับปรุงสถานีขนส่งหมอชิต ที่ได้เริ่มลงทุนปรับปรุงสถานีขายตั๋วโดยสาร เพิ่มห้องรองรับผู้โดยสาร และเลาจ์ (Lounge) สำหรับบริการผู้โดยสารเหมือนบริการของสนามบิน
“ตอนนี้ บขส.ได้เริ่มปรับปรุงสถานีขนส่งต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อให้ทันสมัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกผู้โดยสารคล้ายกับบริการของสนามบิน โดยเฉพาะการเพิ่มห้องขายตั๋วและห้องรับรอง VIP (Lounge) โมเดลนี้จะนำไปพัฒนาในสถานีขนส่งทั่วประเทศ เช่น อุดรธานี และเชียงใหม่ เพื่อปรับภาพลักษณ์การให้บริการ”
นายอรรถวิท กล่าวด้วยว่า ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ อาจทำให้ผู้ประกอบการยังไม่พร้อมลงทุนมากนัก ซึ่งทำให้แผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ บขส. อาจยังไม่คึกคัก แต่เชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มนำที่ดินต่างๆ มาทบทวนและศึกษาโมเดลทมี่เหมาะสม รวมทั้งขณะนี้ บขส.ยังคงเดินหน้าเจรจากับนักลงทุนหลายกลุ่ม เพื่อเสนอแผนพัฒนาที่ดินในแปลงศักยภาพ โดย บขส.มั่นใจว่าแผนสร้างรายได้จากโมเดลธุรกิจใหม่ และการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีอยู่จะทำให้องค์กรอยู่รอดได้โดยไม่ขาดทุน





