วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

10 สมาคมเหล็กผวา IF คืนชีพ จี้รัฐคุมเข้ม 'มอก. - สิ่งแวดล้อม' ก่อนผลิต

10 สมาคมเหล็กไทย ผวาโรงงานเหล็ก IF คืนชีพ กระทุ้งต่อภาครัฐ คุมเข้มตรวจสอบมาตรฐานสิ่งแวดล้อม - การเลือกใช้ห้อง Lab ทดสอบ ก่อนอนุญาตผลิต

KEY POINTS

  • 10 กลุ่มสมาคมเหล็กไทย ยื่นหนังสือถึงกระทรวงอุตสาหกรรม เรียกร้องให้คุมเข้ม และตรวจสอบโรงงานเหล็กที่ใช้เตาหลอมแบบ Induction Furnace (IF) ที่มีความเคลื่อนไหวจะกลับมาผลิตอีกครั้ง
  • เรียกร้องให้โรงงาน IF ที่จะกลับมาผลิต ต้องติดตั้งระบบปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace - LF) เป็นมาตรฐานพื้นฐาน เพื่อให้สามารถควบคุมส่วนผสมทางเคมี และกำจัดสารมลทินได้ตามมาตรฐาน มอก. ป้องกันปัญหาเหล็กเปราะ ไม่ได้คุณภาพ
  • เสนอให้ภาครัฐตรวจสอบระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ และของเสียจากการผลิตให้ได้มาตรฐานตามกฎหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรม 100% ก่อนพิจารณาอนุญาตให้กลับมาเดินเครื่องจักร
  • เสนอให้ใช้ผลการทดสอบจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (ISIT) เป็นบรรทัดฐานหลักในการตรวจสอบคุณภาพ เพื่อสร้างความโปร่งใส และเป็นธรรม

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน เปิดเผยว่า สมาคมได้ติดตามสถานการณ์กรณีกลุ่มผู้ผลิตเหล็กที่ใช้เทคโนโลยีเตาหลอมแบบ Induction Furnace (IF) ซึ่งเคยถูกสั่งระงับการผลิตไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดพบว่ามีความเคลื่อนไหวที่จะกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง ทางสมาคมจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยกระดับเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง และความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ ในวันที่ 9 เมษายน 2569 ตัวแทนจาก 10 กลุ่มสมาคมเหล็กไทย ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเรียกร้องขอให้คุมเข้ม และตรวจสอบโรงงานเหล็ก IF ก่อนที่จะเปิดให้กลับมาผลิตอีกครั้ง โดยประเด็นที่เรียกร้องประกอบด้วย

ประเด็น1.ด้านคุณภาพน้ำเหล็ก และมาตรฐาน มอก. 20-2559 และ 24-2559 เนื่องจากหัวใจสำคัญของการผลิตเหล็กเส้นคือ การควบคุมส่วนผสมทางเคมี และการกำจัดสารมลทิน (Inclusions) ซึ่งโรงงานในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่มัก “ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็ก หรือ Ladle Furnace (LF)” ทำให้ไม่สามารถปรับปรุงธาตุเคมีให้เสถียรได้ตามที่มาตรฐานกำหนด

ทั้งนี้ หากอ้างอิงมาตรฐาน มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม) และ มอก. 24-2559 (เหล็กข้ออ้อย) จะพบว่าในส่วนประกอบทางเคมี ได้กำหนดค่าสารมลทินอย่างละเอียด เช่น ฟอสฟอรัส (P) และกำมะถัน (S) หากไม่มีระบบ LF การจะควบคุมค่าเหล่านี้ให้ต่ำ และสม่ำเสมอทำได้ยากมาก ส่งผลให้เหล็กที่ผลิตออกมามีความเปราะหรือคุณสมบัติทางกลไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้น้ำเหล็กที่ไม่ผ่านการปรุงด้วย LF จะมีสิ่งปนเปื้อนสูง (Non-metallic inclusions) ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เหล็กขาดง่ายเมื่อรับแรงดึงหรือการดัดโค้ง

ประเด็นที่ 2. ข้อเรียกร้องต่อภาครัฐ ทั้งในส่วนของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) และ กรมโรงงานเพื่อให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ในการควบคุมคุณภาพ สมาคมจึงขอเสนอมาตรการดังนี้  

- เงื่อนไขระบบปรุงน้ำเหล็ก- ladle Furnace LF: เพราะการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวโดยละเลยกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน มอก. นั้น ถือว่ายังไม่เพียงพอต่อการรับรองคุณภาพที่ยั่งยืน ภาครัฐควรตั้งเงื่อนไขว่า โรงงานที่จะกลับมาผลิตใหม่ “ต้องมีระบบปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace)” ติดตั้งเป็นมาตรฐานพื้นฐาน หากโรงงานใดอ้างว่าใช้เทคโนโลยีอื่นทดแทน จะต้องผ่านการพิจารณา และอนุมัติจาก “คณะกรรมการวิชาการของ สมอ.” เท่านั้น เพื่อยืนยันว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถควบคุมสารมลทินได้จริง มิใช่แค่การสุ่มตรวจสอบจากสินค้าเพียงอย่างเดียวแล้วผ่าน โดยมิได้พิจารณากระบวนการผลิตว่ามีความสม่ำเสมอในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากน้อยเพียงใด

-การเลือกห้องปฏิบัติการ (Lab): สมาคม สนับสนุนให้มีการใช้ผลการทดสอบจาก สถาบันเหล็ก และเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (ISIT) เป็นบรรทัดฐานหลัก เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งก่อน และหลังการปรับปรุงระบบการผลิตอย่างเป็นธรรม ป้องกันความพยายามการหลีกเลี่ยงผลทดสอบทางวิชาการที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้ จึงขอให้ สมอ. กำกับดูแลให้มีการใช้ผลทดสอบจากสถาบันเดิมที่เคยตรวจทดสอบ

-มาตรฐานสิ่งแวดล้อม: ต้องมีการตรวจสอบระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ และของเสียจากการผลิตให้ได้มาตรฐานตามกฎหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วน 100% ก่อนการพิจารณาให้กลับมาเดินเครื่องจักร โดยเฉพาะปัญหาเรื่องฝุ่นแดง และมลพิษจากการหลอมเศษเหล็กที่ปนเปื้อน จึงต้องมีการตรวจสอบระบบกำจัดมลพิษทางอากาศให้เป็นไปตามกฎหมายโรงงานอย่างเคร่งครัดก่อนออกใบอนุญาต

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์