“เอกนิติ” กางแผนรับมือวิกฤติพลังงานโลก สกัดแรงกระแทกเศรษฐกิจ เลี่ยงซ้ำรอยปี 40 เดินเกม “กองทุนน้ำมัน–สวัสดิการรัฐ” อุ้มกลุ่มเปราะบาง
KEY POINTS
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เปิดแผนรับมือวิกฤตพลังงานโลก โดยใช้ “กองทุนน้ำมัน” เข้ามาดูแลเสถียรภาพราคาเพื่อชะลอแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ
- เตือนว่าการอุดหนุนราคาพลังงานแบบไม่จำกัดอาจนำไปสู่ความเสี่ยงเชิงระบบ ทำให้เกิด “วิกฤตซ้อนวิกฤติ” เนื่องจากข้อจำกัดด้านการคลัง
- ยกบทเรียนจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ไทยสูญเสียเงินทุนสำรองจากการแทรกแซงค่าเงิน เป็นอุทาหรณ์ของการฝืนกลไกตลาดจนเกินศักยภาพ
- ย้ำโจทย์สำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างการช่วยเหลือประชาชนระยะสั้น กับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเชิงโครงสร้าง
วันนี้ (28 มี.ค.2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน Meet the Press ในหัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” โดยเปิดแผนรับมือวิกฤติพลังงานโลกจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ชี้เป็นปัจจัยเสี่ยงใหญ่ต่อเศรษฐกิจไทยและโลก โดยเฉพาะผลกระทบด้านราคาพลังงาน หลังช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลกถูกปิดกั้น กระทบซัพพลายเชนพลังงานโดยตรง
โดยย้ำว่า รัฐบาลวางลำดับความสำคัญความปลอดภัยคนไทยเป็นอันดับแรก ก่อนเร่งประเมินผลกระทบเศรษฐกิจที่เริ่มส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชน
กันแรงกระแทกเศรษฐกิจ เลี่ยง “วิกฤตซ้อนวิกฤติ”
นายเอกนิติ ระบุว่า รัฐบาลกำลังใช้ทุกเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่มีอยู่เพื่อชะลอแรงกระแทกไม่ให้กระทบเป็นลูกโซ่ โดยเฉพาะการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการอุดหนุนไม่สามารถดำเนินได้แบบไม่จำกัด เนื่องจากข้อจำกัดด้านฐานะการคลัง หากฝืนตรึงราคาจนเกินศักยภาพ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงเชิงระบบ คล้ายบทเรียนจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ที่ไทยสูญเสียเงินทุนสำรองจากการแทรกแซงค่าเงิน
“โจทย์สำคัญคือการบริหารสมดุลระหว่างการดูแลประชาชนระยะสั้น กับเสถียรภาพเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติซ้อนวิกฤติ”
คุมราคาพลังงาน-ตรึงต้นทุน ไม่ให้ลามทั้งระบบ
ผลจากมาตรการที่ผ่านมา ทำให้ราคาน้ำมันไทยยังอยู่ในระดับแข่งขันได้ เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน สะท้อนบทบาทของกลไกกองทุนน้ำมันในการดูดซับความผันผวน ขณะเดียวกัน รัฐบาลสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งควบคุมต้นทุนในทุกมิติ โดย
- กระทรวงพาณิชย์ ดูแลราคาสินค้า ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา
- กระทรวงคมนาคม ใช้มาตรการตรึงค่าขนส่ง
- ภาครัฐลดรายจ่ายไม่จำเป็น งดเดินทางต่างประเทศ
- ส่งเสริม Work from Home เพื่อลดการใช้พลังงาน
"มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อตัดวงจรต้นทุน ไม่ให้แรงกดดันจากพลังงานลุกลามไปสู่เงินเฟ้อทั้งระบบ"
เล็งเพิ่มงบ “สวัสดิการแห่งรัฐ” เจาะช่วยกลุ่มเปราะบาง
สำหรับระยะถัดไป กระทรวงการคลัง เตรียมยกระดับมาตรการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดจากภาวะค่าครองชีพสูง
นายเอกนิติ เปิดเผยว่า เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อพิจารณาเพิ่มวงเงินช่วยเหลือ รวมถึงมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
“งบประมาณมีจำกัดเพราะมาจากภาษีประชาชน จึงต้องใช้ให้ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด โดยเน้นดูแลกลุ่มที่เปราะบางก่อน”
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันจะใช้ ทุกเครื่องมือ ทั้งนโยบายการคลังและกลไกด้านพลังงาน เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจไทยให้ผ่านพ้นความผันผวนจากวิกฤตโลกครั้งนี้ โดยไม่ให้เกิดความเสียหายเชิงโครงสร้างในระยะยาว





