วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

เส้นตายตรึงราคาสินค้า 17 มี.ค.‘พาณิชย์’ลุ้นต่อมาตรการอุ้มดีเซล

“พาณิชย์” ย้ำตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคถึง 17 มี.ค.ลุ้นต่อมาตรากรตรึงดีเซล “กรมการค้าภายใน” จับตาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ข้าวสาร ไข่ไก่ ปุ๋ย “หอการค้า” ยอมรับน้ำมันดันต้นทุนสูงขึ้น “คาราบาวแดง” ชี้จำกัดเติมน้ำมันกระทบขนส่งแฝง “มาม่า” ชี้ ต้นทุนแป้งสาลี น้ำมันปาล์ม แพ็คเกจจิ้งขึ้นพร้อมกัน

KEY POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคถึงวันที่ 17 มี.ค. ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาดีเซลของกระทรวงพลังงาน
  • การพิจารณาอนุญาตให้ขึ้นราคาสินค้าจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลว่าจะต่ออายุมาตรการช่วยเหลือราคาดีเซลหรือไม่
  • กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าการอ้างต้นทุนดีเซลเพื่อขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ยังไม่สมเหตุสมผล และจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ฉวยโอกาส
  • ผู้ประกอบการเอกชนระบุว่าสามารถแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในระยะสั้น แต่หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงสูงต่อเนื่อง อาจต้องยื่นขอปรับราคาสินค้าในอนาคต

กระทรวงพาณิชย์กำหนดแนวทางดูแลราคาสินค้าหลังจากที่การสู้รบในตะวันออกกลางครบ 2 สัปดาห์และทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงเกินบาร์เรลละ 100 ดอลลาร์ โดยจะควบคุมไม่ให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับขึ้นราคา โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าควบคุมทุกประเภท รวมถึงสินค้าที่มีโครงสร้างราคาน้ำมันเป็นส่วนประกอบหลัก

ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน ขอความร่วมมือผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก ตรึงราคาสินค้าถึงวันที่ 17 มี.ค.2569 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาดีเซล 15 วัน ของกระทรวงพลังงาน โดยการพิจารณาให้ขึ้นราคาสินค้าจะขึ้นกับการตัดสินใจต่ออายุมาตรการควบคุมราคาดีเซลต่อหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงานมีแนวคิดทยอยปรับขึ้นเพดานราคาดีเซลครั้งละ 0.5 บาท

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ช่วงนี้ไม่สมเหตุสมผลที่จะขึ้นราคาสินค้าหากอ้างต้นทุนดีเซล โดยกระทรวงพาณิชย์จะตรวจสอบและใช้กฎหมายเอาผิดผู้ฉวยโอกาส

นอกจากนี้ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ติดตามโครงสร้างต้นทุนสินค้าในสินค้าควบคุม 59 รายการ อาทิ บะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม อาหารสัตว์ รวมถึงสินค้าอื่นที่จะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันสูงขึ้น 

รวมทั้งทำฐานสมมติฐานราคาน้ำมันสูงขึ้น 3 ระดับ ประกอบด้วย ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล, ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และระดับเกิน 115-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาทิ ไข่ไก่ จะทำให้ราคาขยับขึ้นตั้งแต่ 3.6-12.4% ส่วนอาหารจานด่วน จะมีโอกาสขยับ 10% หากวัตถุดิบปรุงอาหารปรับราคาขึ้น

เส้นตายตรึงราคาสินค้า 17 มี.ค.‘พาณิชย์’ลุ้นต่อมาตรการอุ้มดีเซล

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค.กล่าวว่า จากบทเรียนจากปี 2565 ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีที่ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้เงินเฟ้อไทยพุ่งถึง 6.08% สะท้อนว่าพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาสินค้า

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ สั่งการสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าที่เชื่อมโยงกับพลังงาน และหากขอปรับราคาสินค้าจะพิจารณาอนุญาตตามต้นทุนที่เพิ่มเท่านั้น

ประเมินผลกระทบราคาสินค้า 3 ด้าน

สำหรับผลกระทบจากราคาน้ำมันแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 

1.ผลกระทบทางตรง ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับขึ้นทันทีจากหมวดพลังงาน อาทิ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีก ค่าไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม 

2.ผลกระทบทางอ้อม (การส่งผ่านต้นทุน) โดยพลังงานเป็นต้นทุนหลักของการผลิตและโลจิสติกส์ ผลักดันให้ค่าขนส่งบรรจุภัณฑ์ พลาสติก และเคมีภัณฑ์ ราคาสูงขึ้น ซึ่งสินค้าหมวดอาหารสำเร็จรูปน่ากังวลที่สุด เพราะมีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อสูงถึง 16.9%

3.ผลกระทบเชิงโครงสร้างที่ตามมา คือ ภาคประชาชนจะเผชิญวิกฤติค่าครองชีพและอำนาจซื้อลดลง ขณะที่ SMEs แบกต้นทุนสูงขึ้นและกำไรหดตัว ขาดสภาพคล่อง และอาจทำให้ขีดความสามารถการส่งออกชะลอ 

ทั้งนี้ บทเรียนจากปี 2565 แม้ราคาน้ำมันลดลงแต่ราคาสินค้าหลายรายการโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปมักจะไม่ลดลงตามทำให้เกิดแรงกดดันต่อค่าครองชีพถาวร

จับตาสินค้าอาหาร-ปุ๋ยเคมี

นายวิทยากร มณีเนตรอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กำชับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรวจสอบราคาสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าควบคุมและสินค้าที่จับตาเป็นพิเศษ อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช ปุ๋ยเคมี

สำหรับสินค้าที่นำเข้าวัตถุดิบหากขึ้นราคาน้ำมันอาจกระทบต้นทุน ซึ่งกรมการค้าภายในจะเข้าไปดูโครงสร้างต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งราคาจำหน่ายอาจแปรผันตามต้นทุน และหากปรับราคาก็พร้อมทำโครงการปุ๋ยเขียวราคาถูกเพื่อช่วยเกษตรกร รวมทั้งมีแผนนำเข้าจากแหล่งอื่น เช่น โอมาน มาเลเซียและบรูไน

ห่วงน้ำมันกระทบต้นทุนการผลิต

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานที่เป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการ ทั้งการส่งออกสินค้า ระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ และต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม

ขณะนี้ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์แนวโน้ม และจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น

ต้นทุนแป้งสาลี น้ำมันปาล์ม แพ็คเกจจิ้งขึ้นพร้อมกัน

นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์จำกัด(มหาชน) หรือผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า”กล่าวว่า ระยะ 3-4 เดือน ในฐานะผู้ผลิตสินค้าจำเป็นยังคงแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ผลกระทบด้านกำไรอาจหายไปเล็กน้อย 

ซึ่งเบื้องต้นประเมินที่ระดับ 1.4% เนื่องจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกขณะนี้เพิ่มขึ้น 20% และแพ็คเกจจิ้งคิดเป็นต้นทุนรวม 7-8% ที่สำคัญบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นหนึ่งในสินค้าควบคุมโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ไม่สามารถปรับขึ้นราคาสินค้าได้เอง

นอกจากต้นทุนแพ็คเกจจิ้งขยับ การขนส่งสินค้าที่เผชิญการจำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน ส่งผลต่อต้นทุนแฝงเพิ่มด้วย แต่จากสถานการณ์สู้รบสหรัฐ-อิหร่านที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมารัฐตรึงราคาน้ำมันไว้ และใช้เงินจากกองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนค่อนข้างมาเพื่อไม่ให้เอกชนใช้เป็นข้ออ้างในการขึ้นราคาสินค้า

ทั้งนี้ หลังจากสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาพลังงาน ต้องรอดูว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นไปอีกมากน้อยเพียงใด หากพุ่งขึ้น 5 บาทต่อลิตร ประเมินว่ายังไม่มากนัก

กรณีสินค้าควบคุม หากจะขึ้นราคาแนวทางปฏิบัติ จะต้องประเมินแนวโน้มต้นทุนการผลิตโดยรวมและผลกระทบที่เกิดขึ้น แล้วชี้แจงต่อหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งบะหมี่ฯ หากน้ำมันปาล์ม แป้งสาลีในตลาดโลกพุ่งรวมกับค่าขนส่งที่แพง และต้นทุนแพ็คเกจจิ้งเพิ่ม ครบองค์ประกอบ อาจยื่นต่อกรมการค้าภายในเพื่อขอปรับราคา 

ล่าสุดที่บะหมี่ฯ ขึ้นราคาหารือกับเรื่องต้นทุนเดือน พ.ย.2564 ขอปรับขึ้นราคาเดือน มี.ค.2565 และได้ขึ้นราคาสินค้าเดือน ส.ค.2565 อย่างไรก็ตาม วันที่ 16 มี.ค.2569 กระทรวงพาณิชย์ เตรียมหารือผู้ประกอบการเพื่อแจงแนวทางการดูแลราคาสินค้าเพื่อไม่ให้ซ้ำเติมประชาชน

“บะหมี่ฯ เป็นสินค้าควบคุม ก็ต้องแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นให้ไหว ซึ่งหากสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐ-อิหร่านยืดเยื้อ 3-4 เดือน เราไหว แต่หลังจากนั้นยากที่จะประเมินผลกระทบได้”

แหล่งข่าวสินค้าจำเป็น กล่าวว่า ขณะนี้แพ็คเกจจิ้งพลาสติกพีอีที(PET) สำหรับผลิตขวดเครื่องดื่มต้นทุนพุ่งขึ้น 40% แล้ว โดยที่น่าเป็นห่วงคือเครื่องดื่มที่จำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ ต้นทุนราว 50% ถูกจ่ายเป็นกำไรให้ร้านค้าปลีก ราคาพลังงานที่สูงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกภาระค่อนข้างมาก

จำกัดเติมน้ำมันกระทบขนส่งสินค้า

นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาราบาว เปิดเผยว่า จากการสู้รบของสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ยอมรับว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงสุดคือผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และหากสงครามยืดเยื้อและดันให้ราคาพลังงานน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น 

ขณะนี้ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว และหากมีผลต่อเนื่องทำให้ราคาขายปลีกดีเซลเพิ่มขึ้น 9-10 บาทต่อลิตร หรือราคาขยับเป็น 40 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ค่าขนส่ง ค่าเดินทางแพงขึ้น รวมถึงราคาพลังงานไฟฟ้าขยับ ล้วนมีผลต่อภาระค่าครองชีพผู้บริโภค

ด้านผลกระทบธุรกิจ ในฐานะที่กลุ่มคาราบาว มีธุรกิจครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยสิ่งที่กระทบขั้นต้นรวดเร็ว คือ รถขนส่งสินค้าไปห้างซีเจที่มีสาขาทั่วไทย 2,000 สาขา ระหว่างทางเมื่อรถขนส่งจะเติมน้ำมันเต็มถัง แต่ปั๊มปฏิเสธไม่ให้เติมเต็มถังทำให้ต้องหาปั๊มตลอดทางจึงกระทบการวางแผนและกลายเป็นต้นทุนแฝง

3 เดือน กัดฟันตรึงราคาสินค้าไหว

นายเสถียร กล่าวว่า จากการสู้รบสหรัฐ อิสราเอล -อิหร่าน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าปรับตัวสูงขึ้น แต่ในฐานะผู้ผลิตบริษัทมีผู้จัดหาวัตถุดิบและเพียงพอต่อการผลิตสินค้าอย่างน้อย 45 วัน และการทำธุรกิจอย่างยาวนานมีความรู้ในการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ในราคาที่ต่ำลงได้ เช่น เดิมวัตถุดิบในการผลิตสินค้าบางหมวดหมู่จะนำเข้าจากเยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษ ปัจจุบันสามารถหาในประเทศจีนได้

ทั้งนี้ เบื้องต้นบริษัทมอง 3 เดือน ยังคงราคาขายสินค้าเดิมได้ ส่วนพ้น 3 เดือนไปต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ 

“ถ้าสถานการณ์ทุกอย่างยืดเยื้ออยู่ภายในระยะเวลา 3 เดือน ไม่ว่าราคาน้ำมันจะขึ้นไปเท่าไหร่ก็ตาม เราอาจกำไรน้อยลงบ้าง แต่ระยะสั้นยังไหว และตรึงราคาสินค้าได้ช่วง 3 เดือน เช่น เครื่องดื่มชูกำลังที่ขาย 10 บาท แต่ห่วงกำลังซื้อและค่าครองชีพของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น”

“เบียร์ช้าง” ประกาศขึ้นราคา

การสู้รบระหว่างสหรัฐ อิสราเอลและอิหร่านเกิดขึ้นกว่า 2 สัปดาห์ มีสินค้าประกาศขึ้นราคาแล้ว โดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ขึ้นราคาเบียร์ช้างโคลด์บรูว์ กระป๋องยาวขนาด 490 มิลลิลิตร (มล.) ขนาด 1 ลัง ราคาขยับเป็น 589 บาท หรือขึ้นราคา 20 บาทต่อลัง จากเดิม 569 บาทต่อลัง โคลด์บรูว์ขวดเล็กขนาด 320 มล.จำนวน 1 ลัง ราคาขยับเป็น 826 บาทหรือขึ้นราคา 8 บาทต่อลัง

รวมทั้งมีรายงานว่าเบียร์ช้างคลาสสิคทั้งกระป๋องยาว ขวดเล็กและขวดใหญ่ขอขึ้นราคาหลังวันที่ 15 มี.ค.2569 ราคาใหม่ที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ที่ 8-15 บาทต่อลัง

“ทีโอเอ”ประกาศงดออเดอร์ใหม่

ด้านบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ส่งจดหมายถึงลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจทุกราย แจ้งสถานการณ์การส่งสินค้าล่าช้า โดยระบุถึงการสู้รบในตะวันออกกลางกระทบห่วงโซ่อุปทานโดยตรงทั้งการจัดหาวัตถุดิบปิโตรเคมี และระบบขนส่งระหว่างประเทศ บริษัทได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดตลอด และส่งผลต่อการขนส่งสินค้านานขึ้น และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเร็วทำให้ต้นทุนสูงขึ้นด้วย

ทั้งนี้ เพื่อบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทต้องระงับการรับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ชั่วคราว ขณะที่คำสั่งซื้อค้างในระบบ บริษัทจะบริหารจัดการเต็มกำลัง แต่ไม่สามารถระบุจำนวนสินค้าที่จะจัดส่งได้ ซึ่งการแจ้งดังกล่าวเพื่อให้ลูกค้าคู่ค้าวางแผนธุรกิจได้เหมาะสม