วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘สภาพัฒน์’ ชี้ตั้งรัฐบาลเร็วส่งผลดีเศรษฐกิจ เร่งรัฐวิสาหกิจลงทุน 9 หมื่นล้าน อุดช่องโหว่งบฯล่าช้า

สภาพัฒน์ชี้ว่าหากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้รวดเร็วภายในเดือนมีนาคม-เมษายน จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ ทำให้งบประมาณปี 2570 ล่าช้าเพียงเล็กน้อยหากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดทำงบประมาณปี 2570 และกระทบต่อเม็ดเงินลงทุนใหม่ในระบบเศรษฐกิจ

KEY POINTS

  • สภาพัฒน์ชี้ว่าหากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้รวดเร็วภายในเดือนมีนาคม-เมษายน จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ ทำให้งบประมาณปี 2570 ล่าช้าเพียงเล็กน้อย
  • หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดทำงบประมาณปี 2570 และกระทบต่อเม็ดเงินลงทุนใหม่ในระบบเศรษฐกิจ
  • เพื่อลดผลกระทบจากงบประมาณที่ล่าช้า สภาพัฒน์ได้เร่งรัดให้รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายงบลงทุนประมาณ 9.2 หมื่นล้านบาทในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569
  • เม็ดเงินลงทุนจากรัฐวิสาหกิจจะทำหน้าที่พยุงเศรษฐกิจและอุดช่องว่างในช่วงที่งบประมาณแผ่นดินยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 ว่า ในการบริหารเศรษฐกิจในปีนี้มีความจำเป็นในการรักษาบรรยากาศทางเศรษฐกิจ และการเมืองหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่คือเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2570 เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายเม็ดเงิน เข้าสาระบบเศรษฐกิจได้โดยเร็วโดยไม่ล่าช้าจนเกินไป

โดยในปีนี้เป็นปีที่มีการเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้งทั่วไป กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้รวดเร็วภายในช่วงไม่เกินเดือนมีนาคม หรืออย่างช้าไม่เกินต้นเดือนเมษายน จะช่วยให้การจัดทำงบประมาณแผ่นดินปี 2570 ล่าช้าน้อยที่สุด โดยคาดว่าอาจจะล่าช้าไปประมาณ 2 เดือนเท่านั้น  แต่หากการตั้งรัฐบาลล่าช้ากว่ากำหนด จะส่งผลให้การจัดทำงบประมาณปี 2570 ล่าช้าออกไปมากขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อเม็ดเงินลงทุนใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

 

นายดนุชา กล่าวว่า จากการที่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายฯปี 2570 มีความล่าช้า การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจ โดยจากการคาดการณ์ของ สศช.ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 (ต.ค. – ธ.ค.) คาดว่าจะมีเม็ดเงินจากงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่สามารถเบิกจ่ายเข้าสู่ระบบได้ประมาณ 9.2 หมื่นล้านบาท โดยเม็ดเงินส่วนนี้จะทำหน้าที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจในกรณีที่งบประมาณแผ่นดินปี 2570 ล่าช้าออกไป เพื่อชดเชยเม็ดเงินลงทุนของภาคส่วนอื่นโดยเฉพาะเม็ดเงินงบประมาณของภาครัฐที่อาจขาดหายไปในช่วงรอยต่อของการจัดทำงบประมาณ

นายดนุชา กล่าวว่า ในขั้นตอนของการเตรียมความพร้อมในการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่จะต้องเร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ต้นปี โดยสศช.จะมีการทำหนังสือไปถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายในช่วงปลายปี ซึ่งรัฐวิสาหกิจก็ต้องพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้งว่าเป็นการลงทุนในส่วนของงานก่อสร้างหรือการนำเข้าเครื่องจักรในสัดส่วนเท่าใด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่มีการจะฟ้องร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่ทราบ และไม่มีความเห็น แต่รัฐบาลปัจจุบันจะรักษาการไปก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำงานอย่างเป็นทางการ

“การจัดตั้งรัฐบาลใช้เวลา ซึ่งหากสามารถทำได้เร็ว ในช่วงมี.ค.-เม.ย. การจัดทำงบประมาณ ก็จะล่าช้าไปแค่ 2 เดือน แต่หากตั้งรัฐบาลล่าช้าไปมากกว่านั้น ก็จะส่งผลต่อเม็ดเงินลงทุนใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งในระหว่างบประมาณปี 2570 ยังไม่ประกาศใช้ นั้นการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจจะช่วยพยุงเศรษฐกิจของปีนี้ ซึ่งต้องเร่งให้มีการเตรียมความพร้อมในการเบิกจ่ายงบฯในส่วนนี้” นายดนุชา กล่าว