“ดนุชา” ฉายภาพแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 เร่งสร้างการเติบโตเศรษฐกิจ หลังไทยจีดีพีโตต่ำมานาน ชูเกษตรอัจฉริยะ-อุตสาหกรรมใหม่ นำทัพเศรษฐกิจไทยพ้นจุดโตต่ำ
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะต่อไปว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ซึ่งเป็นแผนที่จะประกาศใช้ในปี 2571 – 2575
ทั้งนี้เป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14คือการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Growth) ของประเทศ โดยเรื่องนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากหากเศรษฐกิจของประเทศไม่มีการเติบโตที่เพียงพอก็จะไม่สามารถกระจายผลประโยชน์หรือสวัสดิการไปสู่ประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโจทย์สำคัญคือการผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศโตพ้นจากระดับที่เคยเติบโตต่ำมากจนเรียกว่าต่ำเตี้ยในช่วงที่ผ่านมา
“ตอนนี้เราทำกรอบขึ้นมาแล้ว จริงๆเป้าหมายหลักของแผนฯ 14 จริงๆคือต้องการสร้าง Growth คือต้องสร้าง Growth ของ ประเทศเพราะว่าถ้าประเทศไทยมันไม่โต หลายๆเรื่องมันก็คงไม่ได้มีประโยชน์ที่จะกระจายประโยชน์ไปให้กับคนทั่วไปได้แต่ว่ามันต้องเป็นการเติบโตที่มันสามารถที่จะกระจายประโยชน์ไปยังกลุ่มต่างๆได้ด้วย”
นายดนุชา กล่าวต่อว่าในส่วนของการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจโดยใช้แนวคิดในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเดิม และรุกอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโต นายดนุชาระบุว่าต้องเร่งลงทุนและพัฒนาในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อประเทศ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- อุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีศักยภาพเดิม เช่น เกษตรกรรม และ Wellness ซึ่งต้องปรับโฉมให้มีการใช้เทคโนโลยีและแรงงานที่มีทักษะสูง (High Skill) เข้ามาขับเคลื่อนมากขึ้น, โดยเฉพาะภาคเกษตรซึ่งเป็นฐานรากของคนส่วนใหญ่ หากปรับเป็น "เกษตรอัจฉริยะ" (Smart Farm) จะช่วยเพิ่มผลผลิต (Yield) และกระจายรายได้สู่คนในชนบทได้จริง
- อุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต โดยต้องมุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่โลกมีความต้องการ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) หรือการผลิตชิปขั้นสูงควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการลงทุนนวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม
“เราต้องการสร้างจุดต่างให้กับสินค้าและบริการของไทย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอาหารหรือ Wellness ต้องเน้นที่คุณภาพและตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) แทนการแข่งขันด้านปริมาณ" นายดนุชากล่าว
นายดนุชา กล่าวต่อว่าแนวทางการทำงานร่วมกับภาคเอกชนถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยภาครัฐต้องทำงานร่วมกันกันเอกชน โดยที่ผ่านมามีการทำงานในรูปแบบที่เรียกว่า Reinvent Thailand เพื่อมุ่งไปที่การแก้ปัญหาคอขวดในการทำงานของภาคเอกชนให้มีความรวดเร็วขึ้น และโครงการต่างๆรวดเร็วมากขึ้น ความ
“แพลตฟอร์ม ได้มีการ Reinvent Thailand เพื่อก้าวข้ามปัญหาความไม่ต่อเนื่องของนโยบายรัฐและความล่าช้าของระบบคณะกรรมการชุดใหญ่แบบเดิม โดยแพลตฟอร์มนี้จะใช้การทำงานแบบกลุ่มย่อยที่มีความคล่องตัวสูงในแต่ละสาขาอุตสาหกรรม และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเป็นผู้เสนอประเด็นปัญหา เนื่องจากเป็นผู้ที่รู้รายละเอียดการดำเนินงานในเรื่องต่างๆดีที่สุด” นายดนุชา กล่าว





