เอกนิติ” ชู “Data Bureau” ตรวจสอบทุนเทา เห็นเส้นทางการเงินทั้งระบบ ชี้เป็นแนวทางที่ทำให้เห็นการทุจริตที่เกิดขึ้นในธุรกรรมการเงินได้ทั้งระบบ ไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบตาบอดคลำช้างเหมือนที่ผ่านมาในอดีต เผยช่วงเลือกตั้ง กกต.ขอใช้ข้อมูลส่วนนี้ช่วยตรวจจับการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นช่วงเลือกตั้ง
KEY POINTS
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แจงข้อดีการตั้ง "Data Bureau" เพื่อเป็นเครื่องมือแก้ปัญหา "ทุนเทา" โดยการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ระบบใหม่นี้จะช่วยให้การตรวจสอบเส้นทางการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เป็นแบบ "ตาบอดคลำช้าง" ที่แต่ละหน่วยงานเห็นข้อมูลเพียงบางส่วน
- "Data Bureau" ใช้เทคโนโลยี Open Data API เชื่อมข้อมูลจาก ปปง., ธปท., ก.ล.ต. และสถาบันการเงิน เพื่อให้เห็นภาพรวมธุรกรรมที่ผิดปกติทั้งหมด แม้จะถูกแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลหรือโอนไปยังบัญชีม้า
- นอกจากปราบปรามทุนเทาแล้ว กกต. ยังสามารถใช้ข้อมูลจากระบบนี้เพื่อตรวจสอบความผิดปกติทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียงได้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวถึงความสำคัญในการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการฟอกเงินว่าเป็นการทำงานเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของเส้นทางการเงิน ธุรกรรมทางการเงินที่มีความผิดปกติ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากในการแก้ปัญหาเรื่องของ “ทุนเทา” ที่เข้ามาทำธุรกรรมการเงินในประเทศไทย
นายเอกนิติกล่าวว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้ตนได้ขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงนามในคำสั่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดนี้ โดยการทำงานนั้นมีการทำงานใกล้ชิดกับหลายหน่วยงานรวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีการนำเอาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน (Data Bureau) มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ
นายเอกนิติ ระบุว่า ระบบ Data Bureau นี้ กกต. สามารถเข้ามาขอใช้ข้อมูลได้เพื่อความโปร่งใส โดยได้รับความร่วมมือจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการเชื่อมโยงข้อมูล ระบบจะทำหน้าที่ตรวจสอบพฤติกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย (Suspicious Transaction) โดยวิเคราะห์จาก 3 องค์ประกอบหลัก คือ บุคคลนั้นคือใคร มีพฤติกรรมอย่างไร และเส้นทางการเงินไหลเข้า–ไหลออกมีความผิดปกติหรือไม่
ซึ่งในช่วงที่มีการเลือกตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถที่จะขอใช้ข้อมูลในส่วนนี้เพื่อดูความปิดปกติที่อาจเข้าข่ายซื้อเสียงได้ด้วย โดย Data Bureau เน้นการใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อระบบที่มีอยู่แล้ว จึงแทบไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมแต่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายเอกนิติ ชี้ว่าระบบ Data Bureau จะเข้ามาช่วยในการทำงานเหมือนกับการที่สามารถวาดรูปช้างให้เห็นทั้งตัวด้วยการใช้เทคโนโลยี Open Data API เชื่อมต่อฐานข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสถาบันการเงิน เพื่อให้เห็นธุรกรรมที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด ไม่ว่าจะไหลไปที่บัญชีม้าหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามเส้นทางเงินสีเทาหรือเงินที่ใช้ในการทุจริตได้อย่างทันท่วงที
“ที่ผ่านมา การตรวจสอบเส้นทางการเงินมักติดขัด เนื่องจากหน่วยงานต่าง ๆ เห็นข้อมูลไม่ครบถ้วน เปรียบเสมือน ตาบอดคลำช้าง บางหน่วยงานเห็นแค่ต้นทาง บางหน่วยงานเห็นแค่ปลายทาง แต่เมื่อเงินถูกแปลงไปเป็นสินทรัพย์อื่น เช่น ทองคำ หรือคริปโทเคอร์เรนซี (Digital Asset) การตรวจสอบมักจะขาดตอนซึ่งจะการใช้ระบบ Data Bureau มาช่วยจะทำให้สามารถเห็นความเคลื่อนไหวของธุรกรรมทางการเมืองที่ผิดปกติมากขึ้น”นายเอกนิติ กล่าว





