EA เปิดบ้านต้อนรับ วปอ. รุ่นที่ 65 กว่า 200 คน เยี่ยมชม Gigafactory แห่งแรกใน Southeast Asia เพื่อศึกษาดูงานนำไปต่อยอดทักษะในอนาคต
นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ให้การต้อนรับคณะเยี่ยมชมฯ เปิดเผยว่า EA เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม พลังงานสะอาด เดินหน้าสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน อมิตา เทคโนโลยี แห่งแรกของประเทศ ที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 1 Gwh ต่อปี เตรียมแผนขยายกำลังการผลิตสู่ 4 Gwh ในปี 2567 โรงงานแห่งนี้มีคนไทยเป็นเจ้าของ โดยได้รับองค์ความรู้จากอมิตา เทคโนโลยี อิงค์ (ไต้หวัน) ผู้ผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่มากว่า 20 ปี การร่วมทุนดังกล่าว ทำให้เกิดการถ่ายทอดประสบการณ์ และเทคโนโลยีจนสามารถสร้างโรงงานสำเร็จ และเตรียมขยายกำลังการผลิตโดยฝีมือคนไทย เพื่อเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของประเทศให้คนไทยทุกคนมีความภาคภูมิใจร่วมกัน
นายสมโภชน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดบ้านต้อนรับคณะวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65 กว่า 200 คน ครั้งนี้ ต้องขอบคุณคณะผู้บริหารและนักศึกษา วปอ. ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาประเทศในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และ EA มีความยินดีสนับสนุนเต็มที่ เพื่อส่งเสริมการศึกษาพัฒนาประเทศ โดยล่าสุดได้มี "นายอมร ทรัพย์ทวีกุล" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA เข้าร่วมเป็นนักศึกษาในหลักสูตรดังกล่าวด้วยเช่นกัน
"ไทยจะพัฒนาไปข้างหน้า สิ่งแรกต้องยกระดับฝีมือแรงงานในตลาดอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะด้าน Automation เพื่อควบคุมเครื่องจักร ซึ่งต้องยอมรับว่าคนไทยมีจิตนาการดี หากสามารถนำศักยภาพมาใช้ทุกวินาทีของเครื่องจักรให้มีประโยชน์ จะทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงควรผลักดันให้คนไทยรุ่นใหม่ได้รับโอกาสนำความคิดสร้างสรรค์มาช่วยกันยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม EV ไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น" นายสมโภชน์ กล่าว
พลโท ชาติชาย ชัยเกษม ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ได้กล่าวว่า วปอ. หน่วยงานส่งเสริมวิทยาการและวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันราชอาณาจักร ทั้งข้าราชการ พนักงานองค์การ และรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการร่วมรับผิดชอบร่วมกัน เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งได้มีโอกาสเยี่ยมชมการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ระบบกักเก็บพลังงาน ที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน EV ของประเทศ เห็นได้ว่าธุรกิจมีแนวคิดที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ และรู้สึกภูมิใจที่รัฐบาลได้จัดทำขึ้น มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมโดยภาคเอกชน และจะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทักษะความสามารถคนไทยไปอีกขั้น เพื่ออนาคตของประเทศ





