วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2569

Login
Login

37 ปี 'แม็คโคร' จากค้าส่งสู่ Retail Ecosystem เติบโตเคียงข้างผู้ประกอบการไทย

แม็คโคร ครบรอบ 37 ปี ตอกย้ำบทบาทจากห้างค้าส่งสู่ Retail Ecosystem พัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันธุรกิจครบวงจร หนุนผู้ประกอบการไทยลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมต่อยอดองค์ความรู้สู่ตลาดอาเซียน

เมื่อพูดถึงความสำเร็จของ ธุรกิจค้าปลีก หลายคนมักนึกถึงจำนวนสาขา ยอดขาย หรือส่วนแบ่งตลาด แต่สำหรับแม็คโคร ความสำเร็จตลอด 37 ปีที่ผ่านมา ถูกวัดด้วยอีกตัวชี้วัดหนึ่ง นั่นคือจำนวนผู้ประกอบการที่เติบโตไปพร้อมกัน หากย้อนกลับไปในปี 2532 ยุคที่การค้าขายยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีสมาร์ตโฟน และการจัดซื้อสินค้าต้องอาศัยการเดินทางจากตลาดหนึ่งไปอีกตลาดหนึ่ง ผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านโชห่วย และธุรกิจค้าปลีกรายย่อยต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวันเพื่อรวบรวมสินค้าให้ครบ ผ่านพ่อค้าคนกลางหลายทอด ก่อนจะกลับมาเปิดร้านทันในช่วงเช้า

วันที่ 12 สิงหาคม 2532 แม็คโครเปิดสาขาแรกบนถนนลาดพร้าว พร้อมนำโมเดล Cash & Carry เข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดห้างค้าส่งแห่งแรกของประเทศ แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างการจัดซื้อของผู้ประกอบการไทย ให้สามารถเข้าถึงสินค้ามาตรฐานในราคาที่แข่งขันได้ ภายใต้ระบบที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ตลอด 37 ปีที่ผ่านมา บทบาทของแม็คโครจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากผู้ขายสินค้า มาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับผู้ประกอบการในทุกช่วงของการเปลี่ยนผ่าน

เมื่อผู้ประกอบการไม่ได้ต้องการแค่สินค้าราคาดี

เมื่อการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และค้าปลีกทวีความเข้มข้น การมีสินค้าครบและราคาคุ้มค่าเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป โจทย์ใหม่ของผู้ประกอบการคือ การบริหารต้นทุน รักษาคุณภาพสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และตอบสนองผู้บริโภคที่เปลี่ยนพฤติกรรมอย่างรวดเร็ว ทำให้แม็คโครพัฒนาบทบาทของตัวเองไปไกลกว่าการเป็น Wholesale Destination ด้วยการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่ช่วยผู้ประกอบการในหลายมิติ

หนึ่งในก้าวสำคัญคือการพัฒนา Own Brand ภายใต้แบรนด์ Aro (เอโร่) ที่อยู่เคียงข้างผู้ประกอบการไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยแนวคิดที่ยึดมั่นมาตลอด คือ คุณภาพ มาตรฐาน และความคุ้มค่า เพื่อช่วยบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนต่อยอดสู่ Aro Gold สำหรับตลาดพรีเมียมที่ต้องการวัตถุดิบคุณภาพสูง 

จากนั้น แม็คโครขยายบทบาทสู่การเป็น Fresh Food Destination อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งสินค้า Ready to Cook และ Ready to Eat ที่พัฒนาร่วมกับร้านอาหารชื่อดังและเชฟมืออาชีพภายใต้ Chef's Club by Makro เพื่อช่วยลดขั้นตอนในครัว ลดภาระด้านแรงงาน และรักษามาตรฐานของร้านอาหารได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งหมดสะท้อนแนวคิดที่ชัดเจนว่า วันนี้แม็คโครไม่ได้แข่งขันด้วยจำนวนสินค้า แต่แข่งขันด้วยความสามารถในการช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้ดีขึ้น

จาก Cash & Carry สู่ Retail Tech

การเปลี่ยนผ่านอีกครั้งเกิดขึ้นเมื่อโลกค้าปลีกเข้าสู่ยุคดิจิทัล แม็คโครไม่ได้มองว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นเพียงช่องทางการขายใหม่ แต่เป็นเครื่องมือยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการทั้งระบบ จากโมเดลค้าส่งแบบดั้งเดิม วันนี้แม็คโครพัฒนาเป็น Fully Omnichannel Wholesale Platform ที่เชื่อมต่อการซื้อขายระหว่างสาขา ทีมขาย และแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง Makro PRO ทำให้ผู้ประกอบการสามารถสั่งซื้อ เติมสต็อก หรือวางแผนการจัดซื้อได้ทุกที่ทุกเวลา เบื้องหลังความสะดวกนั้น คือการให้ความสำคัญกับเรื่องของ Data-Driven และการลงทุนระยะยาวใน ระบบ Supply Chain, ศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center), Fulfillment Center รวมถึงการทำงานร่วมกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อยกระดับความแม่นยำในการบริหารสินค้าคงคลังและการจัดส่ง

ผลลัพธ์คือ Makro PRO ได้รับการจัดอันดับจาก Euromonitor International ให้เป็น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยอันดับ 1 และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของประเทศไทยในด้านยอดขายแบบ First-party (1P) สะท้อนความมุ่งมั่นของซีพี แอ็กซ์ตร้า สู่การเป็นผู้นำ Retail Tech ของภูมิภาคอาเซียน

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่คือการลงทุนเพื่อทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และมีต้นทุนที่แข่งขันได้มากขึ้น

ห้างค้าส่งที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์อย่างครบวงจร

เมื่อความต้องการของลูกค้าแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ แม็คโครจึงไม่ได้ใช้โมเดลร้านเพียงรูปแบบเดียวอีกต่อไปแต่มีการพัฒนา Store Format ที่แต่ละโมเดลถูกออกแบบจากอินไซด์ของผู้ประกอบการและผู้บริโภคในแต่ละพื้นเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ทั้งธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม ผู้ค้าปลีก ไปจนถึงผู้บริโภคทั่วไป แนวคิดนี้สะท้อนภาพของธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ ที่ไม่ได้แข่งขันด้วยขนาดสาขาเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันด้วย ความเข้าใจลูกค้า

การเติบโตที่ไม่ได้วัดแค่ยอดขาย

อีกบทบาทสำคัญที่แม็คโครเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง คือการสนับสนุนและสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการผ่านหลากหลายกิจกรรมที่จัดขึ้นต่อเนื่องมาตลอดหลายปี ไม่ว่าจะเป็นงาน Makro HoReCa ที่กลายเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารไทย หรือโครงการ มิตรแท้โชห่วย ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้การบริหารร้านให้ค้าปลีกรายย่อยทั่วประเทศ ขณะที่ แพลตฟอร์มแห่งโอกาส (Platform of Opportunity) ได้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและ SME นำสินค้าคุณภาพเข้าสู่ตลาดผ่านเครือข่ายของแม็คโคร เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในอีกมิติหนึ่ง แม็คโครยังเดินหน้าสื่อสารกับผู้ประกอบการยุคใหม่ผ่านภาษาที่ใกล้ชิดและร่วมสมัยมากขึ้น โดยมี MILLI ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของธุรกิจค้าส่งซึ่งพร้อมปรับตัวให้ทันโลกที่เปลี่ยนแปลง แต่ยังคงยึดมั่นในบทบาทการเป็นพันธมิตรของผู้ประกอบการเช่นเดิม เพราะตลอด 37 ปีที่ผ่านมา แม็คโครไม่ได้อยู่เคียงข้างผู้ประกอบการเฉพาะในวันที่ธุรกิจเติบโต หากยังร่วมฝ่าฟันทุกช่วงเวลาที่ท้าทาย ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ การแพร่ระบาดของโควิด-19 และภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

ล่าสุด จากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดสงขลาช่วงปลายปี 2568 ที่ทำให้ร้านค้าจำนวนมากต้องปิดกิจการชั่วคราว แม็คโครและโลตัสได้ส่งทีมอาสาลงพื้นที่ช่วยทำความสะอาดร้านค้า ฟื้นฟูพื้นที่ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาเปิดกิจการได้โดยเร็วที่สุด เพราะในวันที่ธุรกิจต้องหยุดเดิน การได้กลับมาเปิดร้านอีกครั้ง คือจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวที่สำคัญที่สุด และนี่คือบทบาทที่แม็คโครยึดถือมาตลอด นั่นคือการไม่ได้เป็นเพียงผู้ส่งมอบสินค้า แต่เป็นพันธมิตรที่พร้อมอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการในทุกช่วงของการเติบโต และทุกช่วงเวลาที่ต้องก้าวผ่านความท้าทาย

จากผู้นำค้าส่งของไทย สู่ Retail Ecosystem ของอาเซียน

ปี 2567 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ เมื่อแม็คโครและโลตัสรวมพลังภายใต้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า สร้างเครือข่ายค้าส่งค้าปลีกที่มีสมาชิกกว่า 33 ล้านราย และสาขากว่า 2,700 แห่งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงการเกิดขึ้นของ Hybrid Store ภายใต้แนวคิด Happy & Healthy Mall คือภาพสะท้อนของการหลอมรวมจุดแข็งของธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก ร้านค้า และบริการต่าง ๆ ไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และชุมชน ขณะเดียวกัน ประสบการณ์กว่า 37 ปีที่แม็คโครสั่งสมจากการเติบโตเคียงข้างผู้ประกอบการไทย กำลังถูกต่อยอดสู่เวทีระดับภูมิภาค ผ่านความร่วมมือกับ Ayala Corporation กลุ่มธุรกิจชั้นนำของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการขยายการลงทุน แต่คือการส่งออกองค์ความรู้และโมเดลธุรกิจค้าส่งที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทย เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้สินค้าไทย ผู้ผลิตไทย และผู้ประกอบการไทย สามารถเชื่อมต่อกับตลาดอาเซียนผ่านเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

37 ปีที่โลกธุรกิจเปลี่ยน แต่จุดยืนของแม็คโครไม่เคยเปลี่ยน

จากวันที่ผู้ประกอบการขับรถกระบะเข้ามาเลือกซื้อสินค้าที่สาขาลาดพร้าวแห่งแรก วันนี้การจัดซื้อเชื่อมต่อผ่านหลากหลายช่องทางการจัดจำหน่ายแบบ Fully Omnichannel  ทั้งจากสาขา ทีมขาย และแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง Makro PRO ผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทยอยนำรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าเข้ามาเสริมประสิทธิภาพของระบบกระจายสินค้า

เครื่องมืออาจเปลี่ยน เทคโนโลยีอาจก้าวไกล และธุรกิจอาจขยายจากประเทศไทยสู่ระดับภูมิภาค แต่สิ่งที่แม็คโครยึดมั่นมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือการทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินค้าได้รวดเร็ว บริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงในทุกช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง

เพราะตลอด 37 ปีที่ผ่านมา แม็คโครไม่ได้เติบโตจากการมีสาขามากขึ้น หรือขายสินค้าได้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว หากเติบโตจากการพัฒนาตัวเองให้ทันกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยพร้อมก้าวไปข้างหน้าได้ก่อนใครเสมอ เพราะความสำเร็จของแม็คโคร เริ่มต้นจากความสำเร็จของผู้ประกอบการ