เทรนด์ตลาดแรงงานกับทางเลือกสู่ “อาชีพอิสระ” ใน Gig Economy | แจงสี่เบี้ย

เทรนด์ตลาดแรงงานกับทางเลือกสู่ “อาชีพอิสระ” ใน Gig Economy | แจงสี่เบี้ย

โควิด 19 เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงต่อโครงสร้างตลาดแรงงานไทย ภาคธุรกิจได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตและการทำงานหลายรูปแบบทั้งทำงานที่ออฟฟิศ (Onsite) และ ทำที่บ้าน

แรงงานที่ได้รับผลกระทบต้องหาทางรอดเปลี่ยนอาชีพ บทความนี้นำเสนอผลสำรวจว่าแรงงานยุคโควิด 19 สนใจเส้นทางอาชีพอะไร และการพัฒนาทักษะแรงงานให้ไปถึงเป้าหมายควรมีรูปแบบอย่างไร 

แรงงานยุคโควิด 19 กับทางเลือกสู่เทรนด์ “อาชีพอิสระ” 
ก่อนวิกฤตโควิด 19 เทรนด์การทำงานแบบฟรีแลนซ์ (Freelance) ในยุค Gig economy ที่ทำงานไม่ประจำ ทำงานหลายจ๊อบ มีอิสระ ในสหรัฐฯ เริ่มนิยมมานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่ก่อตั้ง Freelancers Union ปี 1995 ส่วนใหญ่ทำงานผ่านแพลตฟอร์ม (Platform economy)

ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้ธุรกิจจับคู่ระหว่างผู้เสนอขายกับผู้เสนอซื้อในสินค้าบริการ ผ่านกลไกช่องทางแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ สหรัฐฯ มีแรงงานฟรีแลนซ์อยู่ประมาณ 53 ล้านคนในปี 2015 หรือหนึ่งในสามของแรงงานทั้งหมด

การประกอบอาชีพอิสระเป็นทางเลือกทางรอดของแรงงานยุคโควิด-19
จากผลสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากรล่าสุด Q4-2021 ระบุว่า วิกฤตโควิด 19 ส่งผลให้ โครงสร้างการจ้างงานไทยเปลี่ยนไปมาก ธุรกิจลดการจ้างแรงงานลง เร่งให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ ผู้ผลิตเร่งการใช้เทคโนโลยี หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาแทนที่แรงงานคน เพื่อให้กระบวนการผลิตไม่หยุดชะงักในช่วงของมาตรการ Social distancing 

ประกอบกับได้เห็นเทรนด์ที่แรงงานจบใหม่มีแนวโน้มที่จะประกอบอาชีพอิสระมากขึ้น ผู้เขียนสังเคราะห์ข้อมูลระดับลึก จากผลสำรวจความต้องการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน (Reskill/Upskill/Newskill) ของผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน 1,425 คน (รูป F.1) 

พบว่าจากผู้ตอบ 1,381 คน เกือบ 60% ต้องการประกอบอาชีพอิสระ โดย 4 อันดับแรกอาชีพที่สนใจ คือ เกษตรกร Smart farmer 26% รองลงมาคือ ร้านขายอาหาร/ขายกาแฟ 24% ขายของออนไลน์ 19% และขับรถส่งของเดลิเวอรี 10%

เทรนด์ตลาดแรงงานกับทางเลือกสู่ “อาชีพอิสระ” ใน Gig Economy | แจงสี่เบี้ย

โดยสรุปแรงงานที่จบปริญญาตรีสนใจประกอบอาชีพอิสระเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ขายของออนไลน์มากสุด น่าจะมาจากมีทักษะการใช้เครื่องมือดิจิทัลและใช้ทุนตั้งต้นไม่มากนัก ส่วนแรงงานที่จบมัธยมศึกษา/ปวช. สนใจเป็นเกษตรกร Smart Farmer มากกว่า ขณะที่ทั้งสองกลุ่มสนใจเป็นผู้ประกอบการรายย่อย เปิดร้านขายอาหารและขายกาแฟในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน 

ติดอาวุธทางปัญญา: Reskill/Upskill และความสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่
งานศึกษาในอดีต พบว่า แรงงานตอนต้น (อายุ 15-29 ปี) ได้รับผลกระทบการถูกเลิกจ้าง/ลดชั่วโมงทำงานจากวิกฤตโควิด 19 มากกว่าแรงงานผู้ใหญ่ (อายุ 30 ปีขึ้นไป) เนื่องจากมีสัดส่วนแรงงานในกลุ่มนี้ทำงานในธุรกิจบริการท่องเที่ยว ร้านอาหารและธุรกิจค้าปลีกค้าส่งมากกว่า เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นทั่วโลก 

สอดคล้องกับผลสำรวจความต้องการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ฯ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบกลุ่มใหญ่สุดคือ แรงงานอายุ 26-35 ปี (39%) รองลงมาคืออายุ 36-45 ปี (26%) สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการพัฒนาทักษะฝีมือแก่แรงงานกลุ่มนี้ไม่ว่าจะทำทำอาชีพเดิม หรือเลือกอาชีพใหม่เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการหารายได้ในระยะยาว

ผลสำรวจฯ (รูป F2) พบว่า 50% ของผู้ตอบแบบสอบถาม (935 คน) มีความต้องการพัฒนาทักษะฝีมือ โดยการฝึกอบรมเพิ่มเติมและการสนับสนุนเพิ่มเติม ส่วนอีก 50% ไม่ต้องการฝึกทักษะ ที่น่าสนใจคือ ข้อค้นพบนี้ สอดคล้องกับผลสำรวจของ WEF กรณีของไทยที่จัดทำในปี 2018 (รูป F3) 

เทรนด์ตลาดแรงงานกับทางเลือกสู่ “อาชีพอิสระ” ใน Gig Economy | แจงสี่เบี้ย

โดยระบุเพิ่มเติมว่า 30% ของคนทำงานทั้งหมดต้องพัฒนาทักษะ 1-6 เดือน และ 20% ต้องพัฒนาทักษะ 6 เดือนขึ้นไป ทั้งนี้ 60% ต้องการพัฒนาทักษะในงานเดิมเมื่อสถานประกอบการกลับมาเปิดดำเนินการ และ 40% เพื่อหางานใหม่ สะท้อนถึงดีมานด์การฝึกอบรมของลูกจ้างอย่างขนานใหญ่ในระยะข้างหน้า เพื่อตอบสนองต่อความต้องการ New skill sets ในการทำงานรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้มข้นขึ้น รวมถึงการทำงานทางไกลด้วย

ทักษะสำคัญที่แรงงานต้องการเพิ่มเติมคือ (1) ด้านการบริหาร/ธุรกิจ/การตลาด (2) ทักษะการพัฒนาตนเอง (3) ภาษา (4) การขายสินค้าออนไลน์ และ (5) คอมพิวเตอร์และโปรแกรม ตามลำดับ

 ขณะที่ด้านนายจ้างต้องการให้แรงงานพัฒนาทักษะระดับงานในหน้าที่ทั้ง Hard skill และ Soft skill (แก้ปัญหาเชิงซับซ้อนและการสื่อสาร) ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล ภาษา ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม การทำงานได้รอบด้าน และทักษะการเป็นผู้ประกอบการ

การยกระดับทักษะของฟรีแลนซ์ และสร้าง Fair Work Ecosystem
ปัจจุบันภาครัฐกับภาคเอกชนตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อเตรียมพร้อมกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในเศรษฐกิจดิจิทัล โดยได้จัดตั้ง 3 สถาบันที่ได้ดำเนินการแล้ว คือ การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและหุ่นยนต์สถาบัน AHRDA และสถาบัน MARA และด้านทักษะดิจิทัล สถาบัน DISDA และอีก 2 สถาบันด้านการเกษตร Smart Farmer ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ด้านการเกษตรให้มีต้นทุนถูกลง

ในระยะข้างหน้า ยังมีความท้าทายด้านการพัฒนาทักษะอาชีพอิสระ 2 กลุ่ม ดังนี้
1) กลุ่มทำงานฟรีแลนซ์ มีแนวโน้มเติบโตครอบคลุมทั่วโลก ไม่เฉพาะแต่ในอียูและสหรัฐ ฯ ในไทยงานฟรีแลนซ์ที่ใช้ทักษะระดับกลางและสูงรวมถึงทักษะดิจิทัลยังขาดแคลนแรงงานกลุ่มนี้อยู่มาก ซึ่งแตกต่างจากในต่างประเทศที่แรงงานฟรีแลนซ์กระจายในหลากหลายอาชีพและมีรายได้สูงกว่าของไทย (รูป F4) 

เทรนด์ตลาดแรงงานกับทางเลือกสู่ “อาชีพอิสระ” ใน Gig Economy | แจงสี่เบี้ย

เช่น ด้าน Web & Graphic Design มีสัดส่วน 30% ด้าน Programming (19%) และ IT (10%) (ข้อมูลรายงาน 2020 Freelance Income Report) นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายของการสร้างระบบนิเวศน์การทำงานที่เป็นธรรม (Fair work ecosystem)  5 ด้านหลักให้เกิดขึ้นด้วย คือ ค่าจ้าง สภาพการทำงาน (การป้องกันจากโรคระบาด) สภาพการทำงาน (กรณีเจ็บป่วย) สัญญาการว่าจ้าง และการบริหารจัดการ (Fair management)

2) กลุ่มผู้ประกอบรายย่อยทั้งด้านเกษตรและธุรกิจทั่วไป โดยเฉพาะความรู้ด้านบริหารธุรกิจ และการตลาดผ่านระบบออนไลน์ และการขาดเงินทุนเริ่มต้นและการลงทุนเครื่องจักรและเทคโนโลยี เป็นต้น

เทรนด์อาชีพและความต้องการพัฒนาทักษะแรงงานย่อมปรับเปลี่ยนตามเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คน โดยได้สร้างความท้าทายต่อการสร้างแรงงานที่มีทักษะแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นแรงงาน หรือจะเป็นผู้ประกอบการ ย่อมส่งผลต่อการออกแบบระบบการศึกษาที่สอดคล้องกัน และสิ่งสำคัญคือ การมีทักษะการเรียนรู้ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในชีวิตในยุคนี้

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของ ธปท.

เทรนด์ตลาดแรงงานกับทางเลือกสู่ “อาชีพอิสระ” ใน Gig Economy | แจงสี่เบี้ย
คอลัมน์ : แจงสี่เบี้ย
ดร.เสาวณี จันทะพงษ์ 
ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน 
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)