ปีทอง Neobank สู่กระแสหลัก | ต้องหทัย กุวานนท์

ปีทอง Neobank สู่กระแสหลัก | ต้องหทัย กุวานนท์

ทิศทางการลงทุนในธนาคารดิจิทัลแบบไร้สาขา หรือที่เรียกกันว่า Neobank ของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งจากฝั่งแบงค์และเทคคอมพานี รวมถึงการลงทุนกว่าพันล้านเหรียญของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ใน Nubank

Nubank เป็นสตาร์ทอัพฟินเทคที่ให้บริการธนาคารดิจิทัลในบราซิล ทำให้นักวิเคราะห์มีมุมมองใหม่กับอนาคตของ Neobank  ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Statista ระบุว่า Neobank จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยถึงปีละ 53% 

และจะมีมูลค่าตลาดสูงถึง สองล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030  สตาร์ทอัพที่อยู่ในกลุ่มนี้กำลังเติบโตแบบฉุดไม่อยู่ Nubank ที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ มีมูลค่าบริษัทพุ่งแตะสี่หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ 

KakaoBank ธนาคารดิจิทัลจากเกาหลีใต้มีผู้ใช้งานถึงสิบล้านคนในปีแรกของการเปิดให้บริการ ปัจจุบันมีมูลค่าธุรกิจประมาณสองหมื่นหกพันล้านเหรียญสหรัฐ ฝั่งอาเซียนเอง SCB ของไทยก็เพิ่งเข้าลงทุนใน Akulaku สตาร์ทอัพด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งของอินโดนีเซียด้วยเงินลงทุนกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ 

ส่วน Mizuho ยักษ์ใหญ่ทางการเงินของญี่ปุ่นก็ได้เข้าลงทุนใน Tonik Financial ผู้ให้บริการธนาคารดิจิทัลในฟิลิปปินส์ด้วยเงินลงทุนกว่าหกสิบล้านเหรียญสหรัฐ

      จากที่เคยถูกมองมาตลอดว่า Neobank คือ ธุรกิจที่ยังไม่ถึงเวลาโตเต็มที่ ยังคงเป็นเทรนด์อนาคตและตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่เท่านั้น ล่าสุดกระแสความร้อนแรงของ Neobank ทำให้ยักษ์ใหญ่สายแบงค์และสายเทคถึงกับนั่งไม่ติด 
 

กระทั่งนักลงทุนที่ระมัดระวังกับการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ยังต้องกลับลำหันมาเก็บหุ้นธนาคารดิจิทัลใส่ในพอร์ต ปรากฏการณ์นี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ “ไม่ธรรมดา” 

ข้อมูล Global Survey ของ EY ในปี 2021 ที่ทำการสำรวจกับผู้บริโภค 12,000 คนใน 14 ประเทศ พบว่า Neobank มีแนวโน้มที่จะก้าวสู่กระแสหลักเร็วกว่าที่คิด ปัจจุบัน 27% ของผู้บริโภคทั่วโลกมีการทำธุรกรรมกับ Neobank และ 37% ของผู้ใช้งานอยู่ในช่วงอายุ 18-34  

ส่วนการยอมรับหรือ Adoption เอเชียแปซิฟิคและลาตินอเมริกาเป็นภูมิภาคที่มีการใช้บริการ Neobank สูงที่สุด 

ผลสำรวจนี้ชี้ให้เห็นว่า ถึงแม้ผู้บริโภคจะยังให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือในสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมแต่จุดเด่นการให้บริการทางการเงินของ Neobank ในหลายด้านเช่นความคล่องตัวและความง่ายในการเปิดบัญชี ค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าแบงค์ การให้บริการชำระเงินรวมถึงการโอนเงินระหว่างประเทศที่สะดวกกว่าแบงค์ทั่วไป 

ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทำให้สามารถให้บริการทางการเงินใหม่ๆที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ ทำให้ Neobank ได้กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง ด้วยจุดแข็งทางด้านเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อเพื่อเข้าถึง  Insights ของผู้บริโภค

ทำให้ Neobank จะสามารถเดินไปสู่จุดของการออกผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เฉพาะเจาะจงในรายบุคคล ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นที่ยักษ์ใหญ่ในวงการธนาคารต้องจับตามองแบบตาไม่กระพริบ

        เส้นทางการเดินหน้าสู่กระแสหลักของ Neobank กำลังดูสดใสเมื่อดูจากการตอบรับที่ดีของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ที่เป็นผู้มีกำลังซื้อและเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต 

แต่ความท้าทายที่สำคัญและต้องคอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดก็คือ ทิศทางการควบคุมของภาครัฐกับความพยายามของปลาใหญ่ที่ต้องการสยายปีกเป็นพันธมิตร และพลิกโมเดลธุรกิจของ Neobank ให้กลายมาเป็นเครื่องมือของการแข่งขันกับปลาใหญ่ด้วยกัน!        

ปีทอง Neobank สู่กระแสหลัก | ต้องหทัย กุวานนท์

คอลัมน์ Business Transform: Corporate Future
ต้องหทัย กุวานนท์ 
หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทเอมสไปร์ Startup Mentor  
บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจและการบริหารนวัตกรรม