"ศุภาลัย ธาม" ปลุกตลาดคอนโดเชียงใหม่ คัมแบ็กในรอบ 12 ปี ชูห้องขนาดใหญ่ มาตรฐานความปลอดภัย และคุณภาพชีวิต ตอบโจทย์ตลาดที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงราคา แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
จากเมืองท่องเที่ยวสู่หมุดหมายการอยู่อาศัยระยะยาว เชียงใหม่กำลังส่งสัญญาณเปลี่ยนผ่านสำคัญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เมื่ออุปทานคอนโดมิเนียมส่วนเกินทยอยถูกดูดซับ ขณะที่ผู้ซื้อจากต่างถิ่น นักลงทุน และกลุ่มมองหาบ้านพักตากอากาศยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ "ศุภาลัย" มองเห็นโอกาสรอบใหม่ ปักหมุด "ศุภาลัย ธาม เชียงใหม่" ชูห้องขนาดใหญ่ มาตรฐานความปลอดภัย และคุณภาพชีวิต ตอบโจทย์ตลาดที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงราคา แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
เชียงใหม่เศรษฐกิจหลากหลายหนุนอสังหาฯ
ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เล่าว่า เชียงใหม่เป็นหนึ่งในจังหวัดแรกๆ ที่เข้ามาดูแลด้วยตนเอง ตั้งแต่ช่วงก่อนรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ โดยเริ่มจากการลงพื้นที่ศึกษาตลาดและจัดซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นพัฒนาการของตลาดอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่อย่างใกล้ชิด ปัจจุบันศุภาลัยพัฒนาโครงการในจังหวัดนี้สะสมแล้ว 25 โครงการ
"จุดแข็ง" สำคัญของเชียงใหม่ไม่ได้อยู่เพียงการเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง แต่คือความหลากหลายทางเศรษฐกิจ โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ประมาณ 300,000 ล้านบาท อยู่ในอันดับ 12 ของประเทศ มีประชากรราว 1.78 ล้านคน มากเป็นอันดับ 4 และมีผู้มีงานทำประมาณ 1.05 ล้านคน อยู่ในอันดับ 7 ของประเทศ
ตัวเลขเหล่านี้ สะท้อนฐานเศรษฐกิจและประชากรที่รองรับความต้องการที่อยู่อาศัยได้หลายกลุ่ม ทั้งผู้ประกอบอาชีพในท้องถิ่น ผู้ทำงานในภาคบริการและอุตสาหกรรม เกษตรกร ตลอดจนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
ไตรเตชะ มองว่า จากประสบการณ์การพัฒนาโครงการในกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ เชียงใหม่เป็นตลาดที่มีความสมดุลสูง เพราะขับเคลื่อนด้วยทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว ไม่ได้พึ่งพารายได้จากภาคเศรษฐกิจใดเพียงด้านเดียว
คอนโดผ่านจุดต่ำสุด อุปทานใหม่หดตัว โอกาสรอบใหม่
ไตรเตชะ ระบุว่า ยอดขายอสังหาริมทรัพย์รวมในเชียงใหม่เคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดประมาณ 4,500 ยูนิตต่อปี ในช่วงปี 2561–2562 ก่อนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 2,000 ยูนิตต่อปี ส่วนตลาดคอนโดมิเนียมเคยมียอดซื้อขายประมาณ 1,500 ยูนิตต่อปี ปัจจุบันเหลือราว 500 ยูนิตต่อปี
ย้อนกลับไปช่วงปี 2557–2558 เชียงใหม่เคยเผชิญภาวะคอนโดมิเนียม "ล้นตลาด" โดยมีโครงการเปิดใหม่สูงถึงประมาณ 35 โครงการต่อปี จากเดิมที่ตลาดมีโครงการเปิดตัวเพียงปีละ 1–2 โครงการ การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอุปทานในเวลานั้นสร้างแรงกดดันต่อการแข่งขันและการขายสินค้าในตลาด
แต่ภาพปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จำนวนคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ลดลงเหลือประมาณ 3 โครงการต่อปี ขณะที่คอนโดมิเนียมอาคารสูงที่ยังเหลือขายมีเพียง 2 โครงการ โดยระบายยอดขายไปแล้วราว 75–85% ภาพดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าอุปทานส่วนเกินในตลาดอาคารสูงถูกดูดซับไปมากแล้ว และตลาดกำลังขยับเข้าสู่ช่วงที่สินค้าใหม่มีจำกัดมากขึ้น
"การคลี่คลายของโอเวอร์ซัพพลายไม่ได้หมายความว่าตลาดจะกลับมาเติบโตทันที เพราะยังต้องพิจารณากำลังซื้อ ความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อ และความเร็วในการดูดซับสินค้าใหม่เป็นสำคัญ โอกาสของผู้พัฒนาโครงการจึงอยู่ที่การเลือกจังหวะลงทุนให้เหมาะสม พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่เดิม"
ตลาดเช่ายังมีแรงหนุน บ้านหลังที่สองเพิ่มความยืดหยุ่นการลงทุน
นอกเหนือจากตลาดซื้อขาย "ตลาดเช่า" ถือเป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยสะท้อนความต้องการใช้ประโยชน์จากที่อยู่อาศัยในเชียงใหม่ โดยข้อมูลที่ศุภาลัยประเมิน ระบุว่า คอนโดมิเนียมมีราคาเสนอเช่าเฉลี่ยประมาณ 17,000–20,000 บาทต่อเดือน ขณะที่บ้านแนวราบมีราคาเสนอเช่ามากกว่า 20,000 บาทต่อเดือน
"รูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลายทำให้เชียงใหม่มีความต้องการที่อยู่อาศัยมากกว่าการซื้อเพื่อเป็นบ้านหลักเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงการซื้อเพื่อพักผ่อน การถือครองทรัพย์สิน และการลงทุนปล่อยเช่า"
"ศุภาลัย ธาม เชียงใหม่" ชูห้องใหญ่ หนีสงครามคอนโดไซซ์เล็ก
จากภาพตลาดดังกล่าว ศุภาลัย เลือกพัฒนา "ศุภาลัย ธาม เชียงใหม่" ครั้งแรกในรอบ 12 ปี ซึ่งเป็นคอนโดไฮไรส์ 33 ชั้น มูลค่า 2,550 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ บริเวณถนนเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด ตรงข้ามเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ โดยวางจุดขายไว้ที่ขนาดห้องและคุณภาพการอยู่อาศัย หลังประเมินว่าคอนโดมิเนียมในเชียงใหม่ประมาณ 70–80% เป็นห้องขนาดไม่เกิน 30 ตารางเมตร
"บริษัทฯ จึงเลือกนำเสนอห้องพักเริ่มต้นที่ 35 ตารางเมตร พร้อมรูปแบบตั้งแต่ 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus, 2 Bedroom ไปจนถึงห้องขนาด 3–4 ห้องนอน ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 200 ตารางเมตรในยูนิตขนาดใหญ่"
การขยับขนาดห้องสะท้อนความพยายามสร้างความแตกต่างในตลาดที่ไม่ได้แข่งขันด้วยจำนวนยูนิต หรือราคาต่อตารางเมตรเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยที่รองรับชีวิตประจำวันได้จริง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการพักอาศัยต่อเนื่องหรือใช้เป็นบ้านหลังที่สองสำหรับครอบครัวในราคาเริ่มต้นที่ 2.09 ล้านบาท พร้อมแพ็กเกจห้องแบบ Fully Furnished ราคาเฉลี่ย 67,000 บาทต่อตารางเมตร
ด้านมาตรฐานอาคารรับประกันโครงสร้างนาน 10 ปี และส่วนควบห้องชุด 3 ปี ซึ่งยาวกว่าระยะเวลาขั้นต่ำตามกฎหมายที่บริษัทฯ อ้างถึง โดยมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อที่ต้องตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาว
อีกประเด็นที่ถูกยกระดับ คือความปลอดภัยจากแผ่นดินไหว โครงการออกแบบตามมาตรฐาน มยผ. 1302 และใช้เหล็กมาตรฐาน EF พร้อมนำแนวทางการออกแบบโครงสร้างตามเกณฑ์ใหม่มาใช้ โดยบริษัทฯ ระบุว่า เป็นหนึ่งในโครงการอาคารสูงของเชียงใหม่ที่ใช้มาตรฐานดังกล่าว
นอกจากนี้ยังมีระบบลิฟต์ที่ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหว เมื่อเกิดเหตุ ระบบจะสั่งให้ลิฟต์หยุดที่ชั้นใกล้ที่สุดและเปิดประตูตามการทำงานที่ออกแบบไว้ ทั้งนี้ รายละเอียดการใช้งานจริงและขอบเขตการทำงานของระบบขึ้นอยู่กับข้อกำหนดทางวิศวกรรมของโครงการ
ด้านสุขภาวะภายในอาคาร ห้องพักติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่มีแผ่นกรองฝุ่น PM 1.0 ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางระบบปิดมีระบบเติมอากาศและกรองอากาศ เพื่อช่วยดูแลคุณภาพอากาศในพื้นที่ใช้งานร่วมกัน รวมถึงระบบบริหารจัดการขยะในไซต์ก่อสร้างเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
โครงการได้รับการอนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วตามข้อมูลของบริษัท ทำให้สามารถเดินหน้าสู่ขั้นตอนก่อสร้างได้เร็วกว่าแผนเดิม โดยมีกำหนดเปิดรอบพรีเซลวันที่ 21-22 พ.ย. 2569
ดีไซน์เหนือกาลเวลา ผสานธรรมชาติและเทคโนโลยีการอยู่อาศัย
ชัยจักร วทัญญู ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวคิดของ ศุภาลัย ธาม เชียงใหม่ เกิดจากความตั้งใจให้อาคารเป็นส่วนหนึ่งของเมืองได้อย่างกลมกลืน พร้อมสะท้อนความงดงามของเชียงใหม่ที่เชื่อมโยงรากวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด Timeless
การออกแบบจึงให้ความสำคัญกับเส้นสาย สัดส่วน และโทนสีทองที่เชื่อมโยงกับแสงและสีของท้องฟ้า เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้ตัวอาคารโดดเด่นบนเส้นขอบฟ้าของเมือง ขณะเดียวกันยังคงความเรียบหรูและสอดคล้องกับบริบทโดยรอบ ผ่านแนวคิด Timeless Design DNA
พื้นที่สีเขียวรวมเกือบ 2 ไร่ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อจากพื้นที่ต้อนรับและสวนชั้นล่าง ไปยังพื้นที่พักผ่อนบนชั้นสูงและดาดฟ้า ภายใต้แนวคิดการนำธรรมชาติมาอยู่ใกล้ชีวิตประจำวันตั้งแต่ Ground to Sky
ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก บริษัทฯ นำเสนอพื้นที่ส่วนกลางหลายรูปแบบ รองรับทั้งการพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำงาน และการใช้เวลาร่วมกัน อาทิ TYME Infinity Edge Pool พร้อม Jacuzzi, TYME Sky Lounge, Sky Jogging Track และ The Sky Viewpoint โดยข้อมูลของบริษัทฯ ระบุว่า มี Sky Facilities 21 จุด และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรวม 27 รายการ
โครงการยังนำเทคโนโลยี Touchless มาใช้ผ่านระบบ Face Scan และระบบสแกนป้ายทะเบียนรถยนต์ (LPR) เพื่อควบคุมการเข้า-ออก รวมถึงเตรียมจุดรองรับ EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายเพิ่มทั้งความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน
เมื่อพิจารณาภาพรวม "ศุภาลัย ธาม เชียงใหม่" จึงเป็นมากกว่าการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ แต่เป็นความพยายามตอบโจทย์ตลาดที่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณ ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ขนาดพื้นที่ใช้สอย มาตรฐานอาคาร และประสบการณ์การอยู่อาศัย
แม้การลดลงของอุปทานใหม่จะเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาโครงการ แต่ความสำเร็จยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการดึงกำลังซื้อให้กลับมา ท่ามกลางข้อจำกัดด้านสินเชื่อและเศรษฐกิจโดยรวม เชียงใหม่จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพ แต่ไม่ใช่ตลาดที่ผู้ประกอบการจะประมาทได้
การเติบโตในรอบใหม่ของตลาดคอนโดมิเนียมเชียงใหม่อาจไม่ได้วัดกันที่ใครเปิดโครงการได้มากที่สุด แต่อยู่ที่ใครเข้าใจผู้ซื้อได้ลึกกว่า และสามารถเปลี่ยนจุดขายของโครงการให้กลายเป็นคุณค่าที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริงในระยะยาว





