ศุภาลัยชูแนวคิด Circular Economyชุบชีวิต “ถังสีไซต์งาน” สู่ถังหมักปุ๋ยจัดการขยะเปียก ดันบ้านจัดสรรสู่สังคมยั่งยืนชวนกว่า 130 ครัวเรือนลงมือแยกขยะ
KEY POINTS
- ศุภาลัยนำถังสีที่ใช้แล้วจากไซต์ก่อสร้างมาดัดแปลง (Upcycling) เป็นถังหมักปุ๋ยสำหรับจัดการขยะเปียกในครัวเรือน
- โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “Supalai Green Village” เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะและสร้างสังคมยั่งยืนใน 8 โครงการบ้านจัดสรร
- มีลูกบ้านเข้าร่วมกว่า 130 ครัวเรือน สามารถเปลี่ยนเศษอาหารเป็นปุ๋ย และรวบรวมขยะรีไซเคิลได้ถึง 275 กิโลกรัม
“ขยะ” ไม่จำเป็นต้องจบลงที่ถังขยะเสมอไป ศุภาลัยหยิบแนวคิด Circular Economy มาปรับใช้ตั้งแต่ไซต์ก่อสร้างถึงบ้านลูกค้า เปลี่ยนถังสีใช้แล้วให้กลายเป็นถังจัดการขยะเปียก พร้อมชวนกว่า 130 ครัวเรือนลงมือแยกขยะเก็บขยะรีไซเคิลได้ 275 กิโลกรัม สะท้อนว่า ESG ที่ดี อาจเริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัวที่สุดอย่าง “เศษอาหารในครัว”
จาก “ถังสีเก่า” สู่จุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจหมุนเวียน
ภาพของถังสีที่ใช้หมดแล้วในไซต์งานก่อสร้าง อาจดูเป็นเพียงของเหลือใช้ที่รอวันถูกทิ้งแต่สำหรับศุภาลัย ถังเหล่านี้กลับมี “ชีวิตที่สอง” ศุภาลัย นำแนวคิด Circular Economy เข้ามาเชื่อมต่อระหว่างฝ่ายก่อสร้างกับชุมชน ด้วยการนำถังสีที่ใช้แล้วมา Upcycling ผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนให้กลายเป็น “ถังแยกขยะเปียกแบบฝังดิน”
ก่อนส่งต่อให้ลูกบ้านนำไปใช้ภายในบ้านแนวคิดนี้จึงไม่ได้จบอยู่แค่การ “ลดขยะจากไซต์ก่อสร้าง” แต่ต่อยอดไปถึงการจัดการขยะในระดับครัวเรือนเพราะเศษอาหารจากมื้อหนึ่ง อาจไม่จำเป็นต้องกลายเป็นขยะที่ต้องขนไปฝังกลบ หากสามารถเปลี่ยนให้กลับมาเป็นปุ๋ยและคืนคุณค่าให้กับดินได้
ESG ที่ไม่ได้อยู่แค่ในรายงาน
ภายใต้กิจกรรม “Supalai Green Village” ศุภาลัยขยายการส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางไปยัง 8 โครงการแนวราบประกอบด้วย ศุภาลัย วิลล์ ลำลูกกา คลอง 7, ศุภาลัย พาร์ควิลล์ รังสิต คลอง 4, ศุภาลัย พรีโม่ นิมิตใหม่-วงแหวน, ศุภาลัย พาร์ควิลล์ นิมิตใหม่-วงแหวน, ศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ รังสิต คลอง 2, ศุภาลัย พาร์ควิลล์ รามคำแหง 174, ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ พระราม 2 และศุภาลัย ทัสคานี พระราม 2-วงแหวน
หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการบอกลูกบ้านว่า “ต้องแยกขยะ” แต่คือการทำให้เห็นว่า แยกอย่างไร และขยะที่แยกแล้วจะไปไหนต่อกิจกรรมจึงถูกออกแบบให้เป็นเวิร์กชอปที่ลงมือทำจริง ตั้งแต่การเปลี่ยนเศษอาหารในครัวเรือนให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ไปจนถึงเทคนิคการปรุงดินสำหรับปลูกต้นไม้จากเรื่องที่หลายคนมองว่า “ยุ่งยาก” จึงถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นกิจวัตรที่ทำได้จริง
เปลี่ยนพฤติกรรมให้ยั่งยืนกว่าเดิม
นายประตินันท์ วัชราจิตติธรรม ผู้จัดการฝ่าย สายงานบริการชุมชน บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทต้องการเปลี่ยนภาพจำของการแยกขยะ จากเรื่องที่เป็นเพียง “หน้าที่” ให้กลายเป็น “ไลฟ์สไตล์” ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
มุมมองนี้น่าสนใจ เพราะโจทย์ของการจัดการขยะในปัจจุบันอาจไม่ได้อยู่ที่การมีถังขยะเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้คน อยากแยกขยะและรู้ว่าต้องทำอย่างไรดังนั้น การส่งต่อ “องค์ความรู้ที่จับต้องได้” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ
ตั้งแต่การจัดการขยะอินทรีย์แบบ Zero Waste ไปจนถึงการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ เมื่อสิ่งที่บริษัททำไม่ได้หยุดอยู่ที่พื้นที่ส่วนกลาง แต่ถูกส่งต่อไปถึงห้องครัวและสวนหน้าบ้าน การสร้างความยั่งยืนจึงมีโอกาสกลายเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวันมากขึ้น
130 ครัวเรือน กับขยะรีไซเคิล 275 กิโลกรัม
ผลตอบรับจากโครงการสะท้อนว่าแนวคิดเรื่องการแยกขยะสามารถขยับจาก “ความตระหนักรู้” ไปสู่ “การลงมือทำ” ได้ กิจกรรมครั้งนี้มีลูกบ้านเข้าร่วมกว่า130 ครัวเรือนและสามารถรวบรวมขยะรีไซเคิลได้ถึง275 กิโลกรัม
ตัวเลขดังกล่าวอาจไม่ได้ใหญ่โตเมื่อเทียบกับปริมาณขยะของทั้งเมืองแต่ในมุมของการสร้างพฤติกรรม ตัวเลขนี้กำลังบอกว่า หากการจัดการขยะถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย มีเครื่องมือให้ใช้จริง และมีชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม การเปลี่ยนแปลงก็สามารถเริ่มต้นได้จากระดับครัวเรือนและเมื่อหลายสิบหรือหลายร้อยครัวเรือนทำพร้อมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่แค่การลดขยะ แต่คือการสร้าง “วัฒนธรรมการอยู่อาศัย” รูปแบบใหม่
จุดเล็ก ๆ ที่เชื่อม “ไซต์ก่อสร้าง–บ้าน–ชุมชน”
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของโครงการนี้ จึงอาจไม่ใช่เพียงการนำถังสีเก่ากลับมาใช้ใหม่แต่คือการสร้าง Synergy ระหว่างหน่วยงานภายในองค์กรโดยนำวัสดุเหลือใช้จากฝ่ายก่อสร้างมาเชื่อมต่อกับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน
ในมุม Environment บริษัทลดสิ่งเหลือใช้จากงานก่อสร้าง และส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องเข้าสู่กระบวนการฝังกลบในมุม Social ลูกบ้านไม่ได้เป็นเพียงผู้รับประโยชน์จากโครงการ แต่เข้ามามีส่วนร่วมและลงมือทำด้วยตัวเอง นี่จึงเป็นภาพของ ESG ที่ไม่ได้อยู่เพียงในรายงานประจำปีหรือเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร แต่ถูกแปลงให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้ ตั้งแต่ “ถังสีหนึ่งใบ” ไปจนถึง “เศษอาหารหนึ่งมื้อ”
บ้านที่ยั่งยืน อาจไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยีราคาแพง
ท้ายที่สุดแล้ว การสร้างชุมชนที่ยั่งยืนอาจไม่ได้เริ่มต้นจากนวัตกรรมที่ซับซ้อนเสมอไปบางครั้งอาจเริ่มจากการมอง “ของเหลือใช้” ด้วยสายตาใหม่ถังสีที่เคยมีจุดหมายปลายทางเป็นขยะ ถูกเปลี่ยนให้เป็นเครื่องมือจัดการขยะในบ้าน เศษอาหารที่เคยถูกทิ้งรวมกัน กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์
ลูกบ้านที่เคยเป็นเพียงผู้อยู่อาศัย กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดการสิ่งแวดล้อมของชุมชนสำหรับศุภาลัย นี่จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวของการขับเคลื่อน ESG ที่พยายามเชื่อม “สิ่งแวดล้อม–คน–การอยู่อาศัย” เข้าด้วยกันเพราะความยั่งยืนที่แท้จริง อาจไม่ได้วัดจากคำสวยหรูในแผนธุรกิจแต่อาจวัดจากคำถามง่าย ๆ ว่า วันนี้ เราทิ้งอะไรลงถังขยะไปบ้าง?





