เอพี โชว์แกร่ง! ครึ่งปีแรกกวาดรายได้ 2.24 หมื่นล้านกำไร 1,967 ล้าน หนี้สุทธิต่อทุน 0.66 เท่า เดินหน้าเพิ่มแผนเปิด 46 โครงการ มูลค่า 5.6 หมื่นล้าน รับเกมอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง
KEY POINTS
- เอพี เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้รวม 22,431 ล้าน เติบโตขึ้น 7.1% และมีกำไรสุทธิ 1,967 ล้าน
- รายได้หลักมาจากโครงการแนวราบ
- จ่อเพิ่มโครงการใหม่ทั้งปี 46 แห่ง
ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญแรงกดดันทั้งเศรษฐกิจ กำลังซื้อ และความเชื่อมั่นผู้บริโภค “เอพี ไทยแลนด์” กลับเลือกเดินเกมด้วยการรักษาสมดุลระหว่าง **การเติบโตกับวินัยทางการเงิน สะท้อนผ่านตัวเลขครึ่งปีแรก 2569 ที่ยังขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมยกระดับเป้าหมายเปิดโครงการใหม่ รับจังหวะตลาดครึ่งปีหลัง
รายได้ 2.24 หมื่นล้าน กำไรโต 5.2% สวนตลาด
รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) เผยผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 ของเอพี ไทยแลนด์ อยู่ในระดับที่สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจ โดยมีรายได้รวมจากโครงการร่วมทุน 100% (Revenue 100% JV) อยู่ที่ 22,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,967 ล้านบาทติบโต 5.2%
ตัวเลขดังกล่าวมีนัยสำคัญมากกว่าการเติบโตของรายได้และกำไร เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดที่อยู่อาศัยยังต้องรับมือกับกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป สะท้อนว่าเอพีสามารถบริหารพอร์ตสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการในหลายเซกเมนต์ พร้อมควบคุมต้นทุนและโครงสร้างเงินทุนไปพร้อมกัน
จุดที่น่าจับตาคือ Net Debt-to-Equity Ratio อยู่ที่เพียง 0.66 เท่า สะท้อนฐานะทางการเงินที่ยังมีความยืดหยุ่น และเปิดพื้นที่ให้บริษัทสามารถเดินหน้าลงทุนและเปิดโครงการใหม่ได้ต่อเนื่อง
บ้านแนวราบเครื่องยนต์หลักดันรายได้
หากมองลึกลงไปในโครงสร้างรายได้ ธุรกิจแนวราบยังคงเป็นพระเอกของเอพี โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ซึ่งยังสามารถรักษาความต้องการซื้อได้ท่ามกลางตลาดที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังมากขึ้น
เฉพาะไตรมาส 2/2569 กลุ่มสินค้าแนวราบสร้างรายได้ 9,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อนหน้าถือเป็นระดับรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ในรอบ 4 ปี
เมื่อรวมครึ่งปีแรก รายได้จากกลุ่มแนวราบอยู่ที่18,002 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากปีก่อนตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ และสะท้อนว่าความต้องการบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพ แม้ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์จะไม่ได้อยู่ในช่วงขาขึ้นเต็มตัว
คอนโดโอนต่อเนื่องรับแรงหนุนทำเลรถไฟฟ้า
อีกหนึ่งสัญญาณที่น่าสนใจคือธุรกิจคอนโดมิเนียม ซึ่งกลับมามีโมเมนตัมชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก โดยได้รับแรงหนุนจากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการพร้อมอยู่ในทำเลศักยภาพ โดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้าโครงการอย่างGOOD DAY สุขุมวิท 93, ASPIRE อิสรภาพ สเตชั่น, ASPIRE อ่อนนุช สเตชั่น และ ASPIRE สุขุมวิท–พระราม 4 เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนรายได้กลุ่มคอนโด
ที่สำคัญคือยอดขายสุทธิ 7 เดือนแรกของปี กลุ่มคอนโดมิเนียมทำได้ 5,227 ล้านบาท เติบโตถึง 59.6% จากปีก่อน สะท้อนการกลับมาของดีมานด์ในบางทำเล ขณะที่สินค้าพร้อมโอนยังมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างรายได้ในระยะสั้น
ปิดการขาย-โอน 5 โครงการ ตอกย้ำดีมานด์จริง
หนึ่งในตัวชี้วัดที่สะท้อนความเร็วในการหมุนพอร์ตของเอพี คือการสามารถปิดการขายและโอนกรรมสิทธิ์ได้สมบูรณ์ หรือ Fully Transferred ถึง5 โครงการในไตรมาส 2/2569ประกอบด้วย THE CITY จรัญฯ–ปิ่นเกล้า, บ้านกลางเมือง วัชรพล, GRANDE PLENO พหลฯ–วิภาวดี 3, PLENO เพชรเกษม–สาย 4 และ PLENO TOWN ลำลูกกา–คลอง 5
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนทั้งความสามารถในการบริหารสินค้าคงเหลือและความแข็งแรงของแบรนด์ โดยเฉพาะในภาวะที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับ “การขายได้จริงและโอนได้จริง” มากกว่าการเร่งเปิดโครงการเพียงอย่างเดียว
จ่อเพิ่มโครงการใหม่เพิ่มทั้งปี 46 แห่ง
ภาพของครึ่งปีแรกไม่ได้จบลงที่ผลประกอบการ เพราะยอดขายสุทธิ 7 เดือนแรกของเอพีอยู่ที่ 27,974 ล้านบาท หรือกว่า 57% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 49,000 ล้านบาทแบ่งเป็นยอดขายกลุ่มแนวราบ22,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6%และกลุ่มคอนโดมิเนียม5,227 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.6%แรงส่งดังกล่าวทำให้บริษัทตัดสินใจเพิ่มแผนเปิดโครงการใหม่ปี 2569 เป็น 46 โครงการ มูลค่ารวม 56,000 ล้านบาทจากแผนเดิมที่ 42 โครงการ มูลค่า 55,000 ล้านบาท
นั่นหมายความว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง เอพีเตรียมเติมสินค้าเข้าสู่ตลาดอีกถึง31 โครงการ มูลค่ารวม 33,320 ล้านบาทแบ่งเป็นไตรมาส 3 จำนวน 17 โครงการ มูลค่า 17,900 ล้านบาท และไตรมาส 4 อีก 14 โครงการ มูลค่า 15,420 ล้านบาท
“วินัยการเงิน” กลายเป็นแต้มต่อ
สิ่งที่น่าสนใจของกลยุทธ์เอพีไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มจำนวนโครงการ แต่คือการเพิ่มเกมรุกบนฐานะการเงินที่ยังแข็งแรงการรักษาหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ 0.66 เท่า ทำให้บริษัทมีพื้นที่ในการบริหารพอร์ตโครงการกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ขณะเดียวกันยังสามารถเลือกเปิดโครงการตามดีมานด์และศักยภาพของแต่ละทำเลโจทย์จากนี้จึงไม่ใช่เพียง “เปิดให้มาก” แต่คือ เปิดให้ถูกจังหวะและขายให้ได้เร็ว ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปี
ครึ่งปีหลัง เดิมพันใหญ่ของ ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้
ผลงานครึ่งปีแรกเป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถของบริษัทในการรับมือกับความผันผวน ทั้งจากเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย กำลังซื้อ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคพร้อมระบุว่า การปรับเพิ่มแผนเปิดโครงการใหม่สะท้อนความพร้อมบนพื้นฐานของ “วินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง” โดยบริษัทจะบริหารพอร์ตที่อยู่อาศัยให้มีความหลากหลาย ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในทุกเซกเมนต์
เมื่อเข้าสู่ครึ่งปีหลัง เกมของเอพีจึงชัดเจนขึ้นรักษาความแข็งแรงของฐานธุรกิจเดิม พร้อมเร่งเติมสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด ขณะที่ยังต้องรักษาสมดุลระหว่างยอดขาย กระแสเงินสด และภาระหนี้
ท่ามกลางตลาดที่ไม่ได้เปิดทางให้ผู้ประกอบการเติบโตได้ง่ายเหมือนในอดีต ความได้เปรียบของเอพีอาจไม่ได้อยู่ที่การมีโครงการมากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมีพอร์ตสินค้าหลากหลาย ฐานะการเงินแข็งแรง และความสามารถในการปรับเกมให้ทันกับดีมานด์และนี่คือโจทย์สำคัญว่า ในครึ่งปีหลัง เอพีจะเปลี่ยน “ความแข็งแกร่งบนกระดาษ” ให้กลายเป็นยอดขายและกำไรที่เติบโตต่อเนื่องได้มากเพียงใด





