Upper House Residences Bangkok เดินหน้าก่อสร้างอีกขั้น เทคอนกรีตฐานรากหนา 4.5เมตร รองรับอาคารสูง 52 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน 5 ชั้น บนที่ดินฟรีโฮลด์ใจกลางถนนวิทยุ เจาะตลาด Branded Residence ระดับอัลตราลักชัวรี
KEY POINTS
- โครงการ Upper House Residences Bangkok ประสบความสำเร็จในการเทคอนกรีตฐานราก เพื่อรองรับอาคารหรูสูง 52 ชั้นบนถนนวิทยุ
- ฐานรากมีความหนาถึง 4.5 เมตร ซึ่งเป็นโครงสร้างชิ้นเดียวที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูงในการก่อสร้างเพื่อรับน้ำหนักอาคารทั้งหมด
- การก่อสร้างฐานรากมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของอาคารสูง โดยโครงการนี้มีการออกแบบโครงสร้างให้ต้านทานแผ่นดินไหวสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป
ถ้าเดินผ่านย่านถนนวิทยุในวันนี้ สิ่งที่คนทั่วไปอาจมองเห็นคือพื้นที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ใจกลางเมือง แต่สำหรับโครงการ Upper House Residences Bangkokสิ่งที่เกิดขึ้นใต้พื้นดินกำลังเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่กำหนดอนาคตของอาคารสูง 52 ชั้นทั้งหลัง
ล่าสุด บริษัท ซิตี้ ไดนามิค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ซิตี้ เรียลตี้ และ สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ ประกาศความสำเร็จในการเทคอนกรีตฐานรากของโครงการฟังดูเหมือนเป็นเพียงอีกหนึ่งขั้นตอนของงานก่อสร้าง
แต่ความจริงแล้ว “ฐานราก” คือหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของอาคารสูง เพราะเป็นจุดที่ต้องรับน้ำหนักของโครงสร้างทั้งหมดเหนือพื้นดินและกรณีของ Upper House Residences Bangkok ฐานรากมีความหนาถึง 4.5 เมตร และถูกหล่อเป็นโครงสร้างผืนเดียวครอบคลุมพื้นที่ฐานอาคารทั้งหมดนี่จึงไม่ใช่แค่การเทคอนกรีต แต่เป็นการเปลี่ยนพื้นที่ก่อสร้างจาก “หลุมใต้ดิน” ไปสู่โครงสร้างที่จะรองรับอาคารสูง 52 ชั้นในอนาคต
ฐานราก 4.5 เมตร กับโจทย์อาคารสูง 52 ชั้น
Upper House Residences Bangkok ถูกออกแบบเป็นอาคารสูง52 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดินอีก 5 ชั้นและมีจำนวน 156 ยูนิต เมื่ออาคารมีความสูงมากขึ้น งานโครงสร้างใต้ดินก็ยิ่งมีความสำคัญ เพราะต้องออกแบบให้สามารถถ่ายน้ำหนักของอาคารลงสู่ฐานรากได้อย่างเหมาะสม
การเทฐานรากครั้งนี้ดำเนินการโดย ฤทธาผู้รับเหมาก่อสร้างหลักของโครงการ โดยทำงานร่วมกับวิศวกรโครงสร้าง ที่ปรึกษาเฉพาะทาง และทีมงานภาคสนามที่สำคัญ ยังมี ศ.ดร.สมนึก ตั้งเติมสิริกุลผู้เชี่ยวชาญด้านคอนกรีตจากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) เข้ามาเป็นที่ปรึกษาในการเทฐานราก
เพราะในงานลักษณะนี้ “ความผิดพลาด” ไม่ได้หมายถึงเพียงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่หมายถึงความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างในระยะยาว ดังนั้น การควบคุมคุณภาพของคอนกรีตและกระบวนการเทจึงเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างละเอียดตั้งแต่ต้น
ไม่ใช่แค่สูง แต่ต้องออกแบบให้รับมือแผ่นดินไหว
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Upper House Residences Bangkok ให้ความสำคัญกับเรื่อง การออกแบบโครงสร้างต้านทานแผ่นดินไหว โครงการออกแบบตามมาตรฐาน Seismic Design Category 3 ซึ่งเป็นระดับการออกแบบที่มุ่งเพิ่มความสามารถในการรับแรงจากแผ่นดินไหว และสูงกว่าข้อกำหนดมาตรฐานที่ใช้กับโครงการที่พักอาศัยทั่วไปตามที่บริษัทระบุ
นอกจากนี้ ยังมี Beca บริษัทที่ปรึกษาด้านการออกแบบและวิศวกรรมอิสระ เข้ามาตรวจสอบการออกแบบโครงสร้างและเสริมมาตรการด้านการต้านทานแผ่นดินไหวประเด็นนี้ยิ่งน่าสนใจหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ทำให้ผู้บริโภคในกรุงเทพฯ หันมาให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยของโครงสร้าง” มากขึ้นสำหรับตลาดลักชัวรี ความปลอดภัยจึงไม่ได้เป็นเพียงข้อกำหนดทางวิศวกรรม แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าที่ผู้ซื้อคาดหวังจากที่อยู่อาศัยระดับบน
ถนนวิทยุ ทำเลที่ไม่ได้ขายแค่ “ใจกลางเมือง”
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้โครงการนี้ถูกวางตำแหน่งในตลาดระดับอัลตราลักชัวรี คือทำเล Upper House Residences Bangkok และ The Wireless Residences by Upper House ตั้งอยู่บนถนนวิทยุ บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนเดียวกัน ใกล้กับ “สะพานเขียว” ทางเดินลอยฟ้าที่เชื่อมพื้นที่สวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ
ในมุมของอสังหาริมทรัพย์ระดับบน ทำเลลักษณะนี้ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องระยะทางจากสถานีรถไฟฟ้า หรือจำนวนสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบแต่กำลังขายสิ่งที่หาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ในกรุงเทพฯ นั่นคือ ที่ดินฟรีโฮลด์ในทำเลใจกลางเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เชื่อมต่ออยู่ใกล้เคียง เมื่อที่ดินใจกลางเมืองมีจำกัด การพัฒนาโครงการระดับอัลตราลักชัวรีจึงไม่ได้แข่งกันที่ “สร้างให้สูงกว่า” เพียงอย่างเดียว แต่แข่งกันที่การสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและยากต่อการทำซ้ำ
ออกแบบที่อยู่อาศัยให้เป็นงานสถาปัตยกรรม
ในด้านการออกแบบ โครงการได้ Foster + Partnersสตูดิโอสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ ซึ่งดำเนินงานผ่านบริษัท เอฟแอนด์พี (ประเทศไทย) จำกัด มารับผิดชอบงานสถาปัตยกรรม แนวคิดหลักให้ความสำคัญกับสัดส่วน แสง และองค์ประกอบของอาคาร เพื่อสร้างบรรยากาศที่โปร่ง โล่ง และสงบขณะที่ P Landscape รับหน้าที่ออกแบบภูมิทัศน์ โดยนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอยู่อาศัย
ส่วนงานออกแบบภายในของ Upper House Residences Bangkok เป็นผลงานของ BAR Studio ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวทางของตลาด Branded Residence ที่ไม่ได้ขายเพียง “ห้องชุด” แต่พยายามนำแบรนด์ งานออกแบบ บริการ และประสบการณ์การอยู่อาศัยมารวมเป็นสินค้าเดียวกัน
Upper House ครั้งแรกของโลก บนถนนวิทยุ
จุดที่ทำให้โครงการนี้มีความน่าสนใจในเชิงกลยุทธ์ คือทั้ง Upper House Residences Bangkok และ The Wireless Residences by Upper Houseจะเป็นโครงการ Branded Residence ภายใต้แบรนด์ Upper House แห่งแรกของโลก
Upper House Residences Bangkok มีความสูง 52 ชั้น จำนวน 156 ยูนิต ขณะที่ The Wireless Residences by Upper House จะสูงถึง 71 ชั้น จำนวน 239 ยูนิต
ความแตกต่างไม่ได้อยู่เพียงจำนวนชั้น
Upper House Residences Bangkok วางคอนเซปต์ด้านความเรียบหรูเหนือกาลเวลา ส่วน The Wireless Residences by Upper House ให้ความสำคัญกับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายเจเนอเรชัน โดยมีPIA Interiorรับผิดชอบงานออกแบบภายในพูดง่าย ๆ คือ ทั้งสองโครงการอยู่บนทำเลเดียวกัน แต่พยายามจับ “ความต้องการของคนรวย” ที่แตกต่างกัน
จากฐานรากวันนี้ สู่สินค้าลักชัวรีในปี 2573-2574
เมื่อมองไทม์ไลน์ของโครงการ การเทฐานรากในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างอาคารที่ต้องใช้เวลาอีกหลายปี
Upper House Residences Bangkok คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2573ส่วน The Wireless Residences by Upper House มีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2574 นั่นหมายความว่าเกมของโครงการนี้ไม่ได้ถูกวางไว้เพื่อจับกระแสอสังหาริมทรัพย์ระยะสั้น แต่เป็นการวางเดิมพันกับตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนในระยะยาวเพราะสิ่งที่โครงการกำลังสร้าง ไม่ได้มีเพียงอาคารสูง 52 และ 71 ชั้น
แต่กำลังสร้าง “สินค้าอสังหาริมทรัพย์” ที่ต้องแข่งขันทั้งเรื่องทำเล สถาปัตยกรรม ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย แบรนด์ และประสบการณ์การอยู่อาศัยและในตลาดที่ดินใจกลางกรุงเทพฯ มีจำกัดขึ้นทุกปี
คำถามจึงอาจไม่ใช่แค่ว่า Upper House จะสร้างเสร็จเมื่อไรแต่คือ เมื่อถึงวันที่สร้างเสร็จในปี 2573-2574ทำเลถนนวิทยุ และที่ดินฟรีโฮลด์ผืนนี้ จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปได้อีกแค่ไหน





