ศุภาลัยสวนกระแสตลาดครึ่งปีแรกปี69 รายได้ 1.1 หมื่นล้าน กำไร 2,049 ล้านโต 36% ยอดขายพุ่ง 9% เดินหน้าเปิดอีก 19 โครงการ มูลค่า 2.27 หมื่นล้านตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 2.7 หมื่นล้าน
KEY POINTS
- ศุภาลัยประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 2,049 ล้านบาท เติบโตขึ้น 36% จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
- วางแผนเร่งการลงทุนในครึ่งปีหลัง โดยเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อีก 19 โครงการ มูลค่ารวม 22,660 ล้านบาท
- ยอดขาย 6 เดือนแรกทำได้ 12,948 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% และตั้งเป้ารายได้ทั้งปีไว้ที่ 27,000 ล้านบาท
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ยังไม่ใช่เกมที่ผู้ประกอบการจะเดินหน้าได้ด้วยการ “เปิดโครงการใหม่” เพียงอย่างเดียว เมื่อกำลังซื้อยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น ขณะที่การแข่งขันด้านราคายังคงเข้มข้น แต่ท่ามกลางโจทย์ดังกล่าว ศุภาลัย กลับสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างน่าสนใจ
ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2569 ของบริษัทสะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน เมื่อมีรายได้รวม11,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิทะยานขึ้น36% มาอยู่ที่ 2,049 ล้านบาทที่น่าสนใจกว่าการเติบโตของรายได้ คือ “คุณภาพของกำไร” ที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนแรงหนุนจากการบริหารต้นทุน การรับรู้รายได้จากโครงการที่ทยอยโอน รวมถึงการเติบโตของธุรกิจในออสเตรเลีย
เกมของศุภาลัยในครึ่งปีหลังจึงไม่ใช่เพียงการรักษาระดับการเติบโต แต่เป็นการเร่งเครื่องเพื่อพาบริษัทไปให้ถึงเป้าหมายรายได้ 27,000 ล้านบาท
กำไรโตแรงกว่ารายได้
รายได้หลักในช่วงครึ่งปีแรกยังมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค โดยโครงการแนวราบยังเป็นพระเอก คิดเป็นสัดส่วน 85%ของรายได้ ขณะที่คอนโดมิเนียมอยู่ที่ 15% โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนจุดยืนของศุภาลัยที่ยังให้น้ำหนักกับตลาดแนวราบ ซึ่งมีความต้องการที่อยู่อาศัยจริงรองรับ โดยเฉพาะโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่
ขณะเดียวกัน กำไรสุทธิที่ขยายตัวถึง 36% จากปีก่อน ถือเป็นอีกตัวชี้วัดสำคัญว่า บริษัทไม่ได้พึ่งพาการเติบโตของยอดขายเพียงด้านเดียว แต่ยังใช้ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและโครงสร้างธุรกิจเป็นเครื่องมือรักษาความสามารถทำกำไร
ยอดขาย 6 เดือน 1.29 หมื่นล้าน
ด้านยอดขาย(Presales)ในช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 12,948 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จาก 11,860 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อนแบ่งเป็นยอดขายแนวราบ 8,657 ล้านบาทและคอนโดมิเนียม4,291 ล้านบาท
ตัวเลขนี้มีความหมายมากกว่าการเติบโตของยอดขาย เพราะสะท้อนว่า “ดีมานด์จริง” ยังมีอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภคเลือกซื้ออย่างระมัดระวังและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเพิ่มขึ้น
สินค้ากลุ่มReady to Moveจึงกลายเป็นหมากสำคัญ เพราะลูกค้าสามารถเห็นบ้านและห้องจริง ตรวจสอบคุณภาพก่อนตัดสินใจ และเข้าอยู่อาศัยได้ทันที
สำหรับผู้ประกอบการ นี่หมายถึงการบริหารสินค้าคงเหลือให้กลายเป็นยอดโอนและรายได้ ขณะที่ฝั่งผู้ซื้อก็ได้ความมั่นใจมากกว่าการซื้อโครงการที่ต้องรอการก่อสร้างอีกระยะ
ครึ่งปีหลังเร่งเปิด 19 โครงการ มูลค่า 2.27 หมื่นล้าน
จากครึ่งปีแรกที่เปิดตัวไปแล้ว 9 โครงการ มูลค่ารวม 12,340 ล้านบาท ศุภาลัยเตรียมยกระดับเกมในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก19 โครงการ มูลค่ารวม 22,660 ล้านบาทแบ่งเป็นแนวราบ 15 โครงการ และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดภูมิภาค
หากมองในเชิงกลยุทธ์ การเปิดโครงการจำนวนมากไม่ได้หมายถึงการเดินเกมแบบหว่าน แต่เป็นการกระจายพอร์ตทั้งในมิติ “ทำเล–สินค้า–กลุ่มกำลังซื้อ”เพราะในภาวะที่ตลาดไม่ได้ฟื้นตัวพร้อมกันทุกพื้นที่ การมีพอร์ตครอบคลุมหลายจังหวัดช่วยลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และเปิดโอกาสให้บริษัทโยกน้ำหนักไปยังพื้นที่ที่มีกำลังซื้อและ Real Demand มากกว่า
Q3 จ่อโอน 2 คอนโดเติมแรงส่งครึ่งปีหลัง
อีกปัจจัยที่ต้องจับตาคือการทยอยส่งมอบคอนโดมิเนียมในไตรมาส 3 ได้แก่ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ และ ศุภาลัย คราม เขาเต่าการรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวจะเข้ามาเสริมกับพอร์ตสินค้าสร้างเสร็จพร้อมอยู่
และ Backlog ที่รอการโอน ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญในช่วงครึ่งปีหลังโจทย์ของบริษัทจึงอยู่ที่การเปลี่ยน “ยอดขาย” ให้เป็น “ยอดโอน” ให้ได้ตามแผน โดยเฉพาะในตลาดที่สถาบันการเงินยังคัดกรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างเข้มงวด
ในจำนวนนี้คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังอีก 6,654 ล้านบาทส่วนที่เหลือ8,729 ล้านบาทจะทยอยรับรู้ภายใน 3 ปีถัดไป
Backlog จึงทำหน้าที่เสมือน “รายได้ที่มองเห็นล่วงหน้า” ช่วยลดความผันผวนของรายได้จากการพึ่งพายอดขายโครงการใหม่เพียงอย่างเดียวเมื่อบวกกับแผนเปิดโครงการใหม่อีก 22,660 ล้านบาท ทำให้ช่วงครึ่งปีหลังของศุภาลัยมีทั้ง รายได้จากโครงการเดิม + Backlog + ยอดขายจากโครงการใหม่เป็นแรงส่งต่อเนื่องไปยังปีถัดไป
หนี้ต่ำ 57% เปิดพื้นที่ให้เดินเกมต่อ
อีกหนึ่งแต้มต่อสำคัญคือฐานะทางการเงิน โดยบริษัทสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไว้ที่ 57%ระดับหนี้ที่อยู่ในกรอบดังกล่าวทำให้ศุภาลัยยังมีความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุนและเดินหน้าโครงการใหม่ ขณะเดียวกันยังช่วยรองรับการแข่งขันด้านราคา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวลานี้
พูดอีกมุมคือ “งบดุล” กลายเป็นหนึ่งในอาวุธการแข่งขันของผู้ประกอบการ เพราะในช่วงตลาดชะลอตัว บริษัทที่มีต้นทุนทางการเงินและสภาพคล่องแข็งแรง ย่อมมีพื้นที่ในการบริหารราคาและสต็อกได้มากกว่า
30 จังหวัดทั่วประเทศเดิมพันรายได้ 2.7 หมื่นล้าน
ศุภาลัยมีพอร์ตโครงการครอบคลุมกว่า30 จังหวัดทั่วประเทศ ขณะที่ธุรกิจในออสเตรเลียยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่ช่วยกระจายฐานรายได้ออกจากตลาดไทยภาพรวมทั้งหมดจึงกลายเป็น “พอร์ตหลายเครื่องยนต์” ตั้งแต่แนวราบ คอนโดมิเนียม ตลาดกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด ไปจนถึงต่างประเทศ แต่ความท้าทายของครึ่งปีหลังยังมีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการเปลี่ยนยอดขายเป็นยอดโอน ท่ามกลางความเข้มงวดของสินเชื่อและกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นพร้อมกันทุกกลุ่ม
ดังนั้น เป้าหมายรายได้ 27,000 ล้านบาทจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของจำนวนโครงการที่เปิดใหม่ แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารทั้งพอร์ต ตั้งแต่การเลือกทำเล การตั้งราคา การควบคุมต้นทุน ไปจนถึงการระบายสินค้าสร้างเสร็จพร้อมอยู่





