วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

แสนสิริ ดัน THE MUVE ลาดพร้าว 35 ชิงแชร์ตลาดคอนโดยิลด์6%

“แสนสิริ” เดินเกมต่อยอดแบรนด์ THE MUVE เปิดโครงการทำเลลาดพร้าว 35 มูลค่า 600 ล้านเจาะคนรุ่นใหม่และนักลงทุน ชูจุดขายยิลด์ปล่อยเช่าสูงสุด 6% ต่อปี

KEY POINTS

  • แสนสิริเปิดตัวคอนโดโครงการใหม่ "THE MUVE ลาดพร้าว 35" มูลค่า 600 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท
  • ชูจุดเด่นทำเลที่ตั้งบนถนนลาดพร้าว 35 ใกล้รถไฟฟ้า MRT 2 สถานี คือ สถานีภาวนา และสถานีลาดพร้าวซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสายสีเหลือง
  • เจาะกลุ่มนักลงทุนปล่อยเช่า โดยประเมินผลตอบแทน (Rental Yield) ไว้สูงสุดประมาณ 6% ต่อปี
  • โครงการเป็นคอนโด Low-rise 8 ชั้น จำนวน 233 ยูนิต จับกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้ซื้ออยู่อาศัยจริงและนักลงทุน

ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ กำลังเดินเข้าสู่โจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น เมื่อผู้ซื้อไม่ได้มองเพียง “ราคา” แต่ต้องการที่อยู่อาศัยที่ตอบทั้งการเดินทาง การใช้ชีวิต และโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวสมรภูมิที่น่าจับตาจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะทำเลใจกลางเมือง หากแต่ขยับออกมายังพื้นที่ที่มีโครงข่ายรถไฟฟ้ารองรับและมีฐานชุมชนเดิมแข็งแรง หนึ่งในนั้นคือ “ลาดพร้าว” ทำเลที่กำลังถูกจับตาจากทั้งกลุ่มเรียลดีมานด์และนักลงทุนปล่อยเช่า

ท่ามกลางภาพดังกล่าว “แสนสิริ” เดินหน้าต่อยอดแบรนด์คอนโดราคาเข้าถึงง่าย “THE MUVE” เปิดตัว “THE MUVE Ladprao 35” มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท วางตำแหน่งสินค้าให้เป็นคอนโดที่เชื่อมระหว่าง “ชีวิตคนเมือง” กับ “โอกาสลงทุน” ในทำเลเดียวกัน
 

ลาดพร้าว 35 เดิมพันทำเล ‘มูฟ’ ได้หลายทิศ

หัวใจของโครงการไม่ได้อยู่ที่ตัวอาคารเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ตำแหน่งบน “ลาดพร้าว 35” ซึ่งสามารถเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนได้ถึง 2 สถานีโครงการอยู่ห่างจาก MRT ภาวนาเพียงประมาณ 600 เมตร และ MRT ลาดพร้าวประมาณ 950 เมตร

โดยสถานีลาดพร้าวยังเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีเหลือง ทำให้การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ธุรกิจและย่านสำคัญของกรุงเทพฯ มีทางเลือกมากขึ้นขณะเดียวกัน การเดินทางด้วยรถยนต์ยังสามารถเข้า-ออกได้ทั้งฝั่งถนนลาดพร้าวและซอยภาวนา รวมถึงเชื่อมต่อถนนสุทธิสาร-รัชดาภิเษก และมีเส้นทางไปโชคชัย 4 เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรบนถนนลาดพร้าว

จากจุดนี้จึงไม่ได้หมายถึงการเดินทางเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังลาดพร้าว-วังหิน เกษตร-นวมินทร์ และเลียบด่วนรามอินทราได้อีกด้านหนึ่ง ทำเลยังอยู่ในระยะเดินทางประมาณ 15-20 นาทีจากแหล่งไลฟ์สไตล์สำคัญ ทั้งเซ็นทรัล ลาดพร้าว สวนจตุจักร และพระราม 9 สะท้อนภาพของทำเลที่ไม่ได้พึ่งพาการเดินทางรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งมากเกินไป
 

ราคาเริ่ม 2.29 ล้าน เปิดเกมคอนโด ‘เข้าถึงง่าย’

อีกโจทย์ที่แสนสิรินำมาใช้กับ THE MUVE คือการควบคุมระดับราคาให้เข้าถึงได้ โดย THE MUVE Ladprao 35 เปิดราคาจาก 2.29 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 99,000 บาทต่อตารางเมตรรูปแบบห้องเน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่ 1 Bedroom ขนาด 24.50-34.25 ตารางเมตร ไปจนถึง 1 Bedroom 1 Multipurpose ขนาด 34.75-41 ตารางเมตร

จุดนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดคอนโดมิเนียมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งพื้นที่อาจไม่จำเป็นต้องใหญ่ แต่ต้อง “ใช้ได้จริง” และรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่พักอาศัย ทำงาน ไปจนถึงการใช้ชีวิตส่วนตัว

ตัวโครงการเป็นคอนโด Low-rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 233 ยูนิต พร้อมห้องแบบ Fully Furnished ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเตรียมห้องก่อนเข้าอยู่

จาก ‘อยู่เอง’ สู่ ‘ลงทุนปล่อยเช่า’

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจในเชิงธุรกิจ คือการวางตลาดไว้พร้อมกันทั้งกลุ่ม “เรียลดีมานด์” และ “นักลงทุน”ฝั่งเรียลดีมานด์ โครงการมุ่งจับกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในลาดพร้าว-วังหิน รวมถึงคนทำงานในพื้นที่ห้าแยกลาดพร้าว วิภาวดี พระราม 9 และห้วยขวาง ซึ่งต้องการที่อยู่อาศัยที่เดินทางสะดวก แต่ไม่จำเป็นต้องแลกด้วยราคาที่สูงแบบคอนโดใจกลางเมืองขณะที่ฝั่งนักลงทุน จุดขายอยู่ที่ตลาดเช่าในแนวลาดพร้าว-รัชดา ซึ่งมีทั้งฐานคนทำงานและผู้พักอาศัยระยะยาวรองรับ

แสนสิริประเมินว่า THE MUVE Ladprao 35 สามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า หรือ Rental Yield ได้สูงสุดประมาณ 6% ต่อปี โดยมีอัตราค่าเช่าที่คาดการณ์ไว้ราว 12,000-20,000 บาทต่อเดือนตัวเลขดังกล่าวทำให้ “ค่าเช่า” กลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญของการตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่เพียงราคาขายต่อตารางเมตร

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนจริงของผู้ลงทุนยังขึ้นอยู่กับราคาซื้อจริง ค่าเช่า อัตราการเช่าต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ภาษี และต้นทุนในการถือครอง จึงควรประเมินเป็นรายยูนิตมากกว่ามองจากตัวเลข Yield เพียงอย่างเดียว

Low-rise 233 ยูนิต เน้นความเป็นส่วนตัวในทำเลเมือง

ในด้านโปรดักต์ THE MUVE Ladprao 35 เลือกพัฒนาเป็น Low-rise 8 ชั้น เพียง 233 ยูนิต ซึ่งแตกต่างจากคอนโด High-rise จำนวนมากในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เน้นความหนาแน่นของยูนิตเพื่อรองรับความต้องการในวงกว้าง พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบให้รองรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่ Welcome Court Garden, Lobby, Gym, Meeting Room และ Co-working Space & Recreation Area ไปจนถึง Grab & Go + Parcel Room

นอกจากนี้ยังมีสวน พื้นที่พักผ่อน Sansiri Backyard และ Rooftop Terrace เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ใช้งานนอกห้องพักแนวคิดสำคัญจึงไม่ใช่การเพิ่มพื้นที่ให้ใหญ่ที่สุด แต่เป็นการเพิ่ม “ฟังก์ชัน” ให้กับพื้นที่ทุกตารางเมตร

 เดินเกมราคา จับคนรุ่นใหม่-นักลงทุน

การเปิดตัว THE MUVE Ladprao 35 จึงเป็นมากกว่าการเติมสินค้าใหม่เข้าสู่พอร์ตของแสนสิริ แต่สะท้อนทิศทางการแข่งขันของตลาดคอนโดมิเนียมในเซกเมนต์ราคาเข้าถึงง่ายเมื่อกำลังซื้อยังต้องเผชิญกับต้นทุนทางการเงินและภาระค่าครองชีพ ผู้ประกอบการจึงต้องตอบคำถามให้ได้ว่า “ทำไมลูกค้าต้องซื้อโครงการนี้” มากกว่าการแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว