วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

GRANDPARK BANGNA ทุ่ม 4 พันล้าน ปั้น ‘Social Club’ เขย่าบางนา

GRANDPARK BANGNA ทุ่ม 4 พันล้าน ปั้น ‘Social Club’ เขย่าบางนาผสานกีฬา เวลเนส อาหาร สัตว์เลี้ยง และงานดีไซน์ หวังปักหมุดเป็น Lifestyle Sport Community Mall

KEY POINTS

  • โครงการ GRANDPARK BANGNA ทุ่มงบกว่า 4,000 ล้านบาท พัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์บนทำเลบางนา-ตราด กม.10 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Social Club of Bangna”
  • ชูจุดเด่นการเป็น Lifestyle Sport Community Mall ที่ผสมผสานกีฬา เวลเนส อาหาร สัตว์เลี้ยง และงานดีไซน์ เพื่อเป็น "บ้านหลังที่สอง" ของคนในพื้นที่
  • จับมือพันธมิตรใหญ่สร้างสปอร์ตคลับ “THE AXIS CLUB” ที่มีคอร์ตดิน และ “GRANDHOME Experience Store” พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจด้านการออกแบบ
  • มีกำหนดเปิดให้บริการเฟสแรก (Soft Opening) ในเดือนธันวาคม 2569 และเปิดเต็มรูปแบบในไตรมาส 2 ปี 2570

เมื่อคอมมูนิตี้มอลล์ไม่อาจตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้ด้วย “ร้านค้า” เพียงอย่างเดียว GRANDPARK BANGNA จึงเดิมพันกว่า 4,000 ล้านบาท บนทำเลบางนา-ตราด กม.10 ปรับพื้นที่ค้าปลีกสู่ “The Social Club of Bangna” ผสานกีฬา เวลเนส อาหาร สัตว์เลี้ยง และงานดีไซน์ หวังปักหมุดเป็น Lifestyle Sport Community Mall ที่เติมเต็มการใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

เมื่อ ‘ห้างใกล้บ้าน’ ไม่พออีกต่อไป

ภาพของคอมมูนิตี้มอลล์ในวันนี้กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่ทำหน้าที่เป็นเพียงจุดหมายสำหรับซื้อของ กินข้าว หรือแวะพักระหว่างทาง สู่การเป็น “พื้นที่ใช้ชีวิต” ที่ผู้บริโภคสามารถใช้เวลาอยู่ได้นานขึ้น และกลับมาใช้บริการซ้ำได้ในหลากหลายโอกาส

โจทย์ดังกล่าวกลายเป็นจุดตั้งต้นของ GRANDPARK BANGNA โครงการมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 25 ไร่ ย่านบางนา-ตราด กม.10 ซึ่งต้องการก้าวข้ามภาพจำของคอมมูนิตี้มอลล์แบบเดิม ด้วยแนวคิด “The Social Club of Bangna” 

นายลภณวิช ทยานุวัฒน์ ผู้บริหารโครงการ GRANDPARK ระบุว่า โครงการเกิดขึ้นจากการมองเห็นช่องว่างด้านไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ซึ่งต้องการพื้นที่นอกบ้านที่สามารถรองรับกิจกรรมได้มากกว่าการจับจ่าย แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถออกกำลังกาย รับประทานอาหาร ทำงาน พักผ่อน และใช้เวลาร่วมกับครอบครัวได้ในสถานที่เดียวแนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจค้าปลีก จากการขาย “สินค้า” ไปสู่การขาย “ประสบการณ์” และ “เวลา” ของผู้บริโภค

เดิมพันทำเลบางนา สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’

GRANDPARK BANGNA วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นเสมือน “บ้านหลังที่สอง” ของคนบางนา ผ่านการออกแบบภายใต้แนวคิด Biophilic Design ที่เชื่อมโยงพื้นที่กับธรรมชาติ ใช้โทนสีเอิร์ธโทนเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและเป็นกันเอง

พื้นที่ภายในถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ครอบคลุมทั้งกิจกรรมออกกำลังกาย ร้านอาหารและเครื่องดื่ม พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง รวมถึงโซนแรงบันดาลใจด้านงานออกแบบและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งสามารถรองรับทั้งการทำงานและการพักผ่อนทั้งหมดถูกหลอมรวมภายใต้แนวคิด “Every Day is a Good Day” ซึ่งต้องการทำให้สุขภาพและคุณภาพชีวิตไม่ใช่กิจกรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะในวันหยุด แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันนี่จึงเป็นเหตุผลที่โครงการไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียง “ปลายทางของการชอปปิง” แต่พยายามสร้างให้เกิด Community ที่ผู้คนมีเหตุผลในการกลับมาใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่อง

GRANDHOME จาก ‘โชว์รูม’ สู่คู่คิดเรื่องบ้าน

หนึ่งในหมากสำคัญของ GRANDPARK BANGNA คือการดึง GRANDHOMEเข้ามาเป็นพันธมิตร ต่อยอดประสบการณ์กว่า 45 ปี สู่การสร้าง GRANDHOME Experience Storeภายใต้แนวคิด “Experience, Discover, Create”จุดแตกต่างคือการเปลี่ยนบทบาทจากโชว์รูมจำหน่ายสินค้า มาเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจด้านการออกแบบ โดยนำวัสดุ นวัตกรรม และโซลูชันการอยู่อาศัยจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมาจัดวางในรูปแบบที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการเดินชมแกลเลอรีงานดีไซน์

ขณะเดียวกัน ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำหน้าที่มากกว่าการขายสินค้า โดยเป็น “คู่คิดด้านการออกแบบ” ตั้งแต่การวิเคราะห์วัสดุ เปรียบเทียบทางเลือก ไปจนถึงการคัดสรรโซลูชันให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป้าหมายจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่เจ้าของบ้าน แต่ครอบคลุมไปถึงสถาปนิก นักออกแบบ และผู้ที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการสร้างพื้นที่อยู่อาศัย

 เปิดเกม ‘Active Lifestyle’ ดึงกีฬาเป็นแม่เหล็ก

อีกหนึ่งหมากใหญ่คือการจับมือกับ DMHOMEผู้นำด้านห้องน้ำ ชุดครัว และเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ระดับโลก เพื่อพัฒนาพื้นที่ “THE AXIS CLUB” ภายใต้แนวคิด “The Axis of Vitality”คอนเซปต์ถูกวางให้กีฬาไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสุขภาพ

ตั้งแต่เป็นศูนย์กลางของการพบปะและสร้าง Community โดยผสมผสานกีฬาแร็กเก็ตเข้ากับเวลเนส อาหาร เครื่องดื่ม และพื้นที่สังสรรค์ THE AXIS CLUB ตั้งเป้ายกระดับรูปแบบสปอร์ตคลับสู่ “Active Lifestyle Club”ระดับพรีเมียม

โดยมีแร็กเก็ตคอร์ตรวม 14 คอร์ต และไฮไลต์สำคัญคือ Clay Court แท้ ซึ่งเป็นรูปแบบสนามที่ยังหาเล่นได้ไม่ง่ายในประเทศไทย นอกจากสนามกีฬา ยังมีพื้นที่ฟื้นฟูร่างกาย เลานจ์ และสปอร์ตบาร์ เปิดให้สมาชิกและผู้ใช้บริการเข้ามาใช้เวลาได้มากกว่าช่วงแข่งขัน

สร้างคอมมูนิตี้มอลล์ เกมใหม่ของ DMHOME

การเข้ามาของ DMHOME ยังสะท้อนทิศทางที่น่าสนใจของธุรกิจค้าปลีกและสินค้าเกี่ยวกับบ้าน เพราะการแข่งขันในวันนี้ไม่ได้จบลงที่คุณภาพหรือความหลากหลายของสินค้าอีกต่อไปแต่โจทย์สำคัญคือการสร้าง “ประสบการณ์” ที่ทำให้ผู้บริโภคอยากเข้ามาใช้พื้นที่ และเกิดความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

THE AXIS CLUB จึงถูกออกแบบให้เชื่อมกีฬา เวลเนส ร้านอาหาร และกิจกรรมสำหรับครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน ขณะที่แนวคิดของ DMHOME มองว่าอนาคตของธุรกิจไม่ได้อยู่เพียงการจำหน่ายสินค้า แต่คือการสร้างประสบการณ์และ คอมมูนิตี้

เมื่อมองภาพรวม GRANDPARK BANGNA จึงกำลังทดลองโมเดลที่น่าสนใจว่า “คอมมูนิตี้มอลล์” ในยุคต่อไปอาจไม่จำเป็นต้องแข่งกันด้วยจำนวนร้านค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแข่งกันด้วยความสามารถในการสร้างเหตุผลให้ผู้คน “อยากมา” และ “อยากกลับมา”

 4,000 ล้าน เดิมพันการใช้ชีวิตของคนบางนา

ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 4,000 ล้านบาท GRANDPARK BANGNA ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่กับศักยภาพของทำเลบางนา-ตราด กม.10 และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการพื้นที่สำหรับใช้ชีวิตมากกว่าพื้นที่เพื่อซื้อสินค้าโครงการคาดว่าจะเปิดให้บริการเฟสแรก หรือ Soft Opening ในเดือนธันวาคม 2569 ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในไตรมาส 2 ปี 2570 

ลภณวิช มองว่า เป้าหมายของ GRANDPARK BANGNA ไม่ใช่การเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ทั่วไป แต่ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตของคนในย่านบางนา และกลายเป็น “บ้านหลังที่สอง” ที่ผู้คนสามารถเข้ามาเติมเต็มความสุขในแต่ละวัน

ท้ายที่สุดแล้ว GRANDPARK BANGNA จึงไม่ใช่เพียงการสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่บนถนนบางนา-ตราด แต่คือการทดลองนิยามใหม่ว่า “สถานที่ที่คนอยากใช้ชีวิต” ต้องมีหน้าตาอย่างไรในยุคที่ผู้บริโภคให้คุณค่ากับเวลา ประสบการณ์ สุขภาพ และคอมมูนิตี้มากขึ้นเรื่อยๆ