ในวันที่มิกซ์ยูสแข่งขันกันด้วยห้าง ออฟฟิศ และคอนโด Cloud 11 เลือกเดิมพันต่างออกไป ด้วยการสร้าง "โครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์" ไม่ใช่แค่ปลายทางของผู้บริโภค แต่เป็นต้นทางของครีเอเตอร์ นักลงทุน และแบรนด์ หากโมเดลนี้สำเร็จ เซาท์สุขุมวิทอาจไม่ได้เป็นเพียงทำเลใหม่ แต่จะกลายเป็น "เครื่องยนต์เศรษฐกิจสร้างสรรค์" แห่งใหม่ของเอเชีย
จากมิกซ์ยูส สู่ Creative Infrastructure
ทุกวันนี้ โครงการมิกซ์ยูสแทบทุกแห่งมีสูตรสำเร็จคล้ายกันห้างสรรพสินค้า ออฟฟิศ โรงแรม และที่อยู่อาศัย ถูกผสานเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างทราฟฟิกและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์แต่ Cloud 11 กำลังเดินอีกเกม
แทนที่จะถามว่า "จะทำอย่างไรให้คนมาเดินห้าง"คำถามของโครงการกลับเป็น "จะทำอย่างไรให้คนสร้างธุรกิจได้"
นี่คือความแตกต่างสำคัญของโครงการมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 250,000 ตารางเมตร ที่ประกาศตัวเป็น Creative Landmark แห่งใหม่ของประเทศไทยเพราะสิ่งที่กำลังสร้าง ไม่ใช่เพียงปลายทางของผู้บริโภค แต่คือ "โครงสร้างพื้นฐาน" ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
ทำไม Creative Infrastructure จึงสำคัญกว่าตึกสวย
ประเทศไทยมีครีเอเตอร์เก่งจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ ดนตรี เกม แฟชั่น หรือคอนเทนต์ ที่เริ่มได้รับการยอมรับในระดับโลกแต่สิ่งที่ยังขาด คือ "ระบบนิเวศ"หลายโปรเจกต์จบลงเพราะหาเงินทุนไม่ได้หลายไอเดียไม่สามารถต่อยอดเชิงธุรกิจหลายแบรนด์ไม่รู้จะจับมือกับใครCloud 11 จึงวางตัวเองเป็น "ตัวกลาง" ที่เชื่อม Creator, Brand, Investor และ Consumer ให้อยู่ในพื้นที่เดียวกันเป้าหมายไม่ใช่แค่สร้างสถานที่แต่สร้าง "โอกาส" ให้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ
จุดขายที่คู่แข่งไม่มี คือสร้าง "เศรษฐกิจแห่งการ Collaboration"
หัวใจของ Cloud 11 ไม่ใช่ร้านค้าแต่คือการออกแบบพื้นที่ให้เกิดการพบกันของผู้คนจากหลายอุตสาหกรรมตั้งแต่ศิลปิน ผู้กำกับภาพยนตร์นักดนตรี นักลงทุน สตาร์ทอัพไปจนถึงแบรนด์ระดับโลก
แนวคิดนี้เรียกว่า Cross-Business Collaborationเพราะหลายครั้ง นวัตกรรมไม่ได้เกิดจากการทำงานคนเดียวแต่เกิดจาก "คนต่างวงการ" ที่ได้เจอกันในเวลาที่เหมาะสมCloud 11 จึงพยายามเปลี่ยนพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่ง "การสร้างโอกาส"
11 Passion Engines เมื่อทุกอุตสาหกรรมอยู่ใน Ecosystem เดียวกัน
อีกจุดที่แตกต่าง คือการรวม 11 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไว้ในพื้นที่เดียวทั้ง
- อาหาร
- ศิลปะ
- ดนตรี
- ภาพยนตร์
- เกม
- กีฬา
- แฟชั่น
- คอนเทนต์
- งานเทศกาล
- Urban Park
- การเต้น
แนวคิดนี้ทำให้พื้นที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรองรับกิจกรรมแต่ทำหน้าที่ "สร้างการเชื่อมโยง" ระหว่างอุตสาหกรรมยิ่งผู้คนหลากหลายเข้ามาอยู่ร่วมกันมากเท่าไรโอกาสเกิดธุรกิจใหม่ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ลงทุนอีกพันล้านสร้างโรงงานผลิตคอนเทนต์ครบวงจร
สิ่งที่สะท้อนแนวคิด Creative Infrastructure ชัดที่สุดคือการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาทเพื่อสร้างระบบผลิตคอนเทนต์ครบวงจรตั้งแต่
- สตูดิโอถ่ายทำ
- ห้องบันทึกเสียง
- ห้องซ้อมเต้น
- Post-production
- Live Commerce Studio
นั่นหมายความว่าตั้งแต่เริ่มคิดไอเดียผลิตผลงานจนถึงสร้างรายได้สามารถเกิดขึ้นได้ภายใน Ecosystem เดียวซึ่งเป็นโมเดลที่พบได้ไม่มากในโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป
ไม่ใช่แค่ผู้เช่า แต่คือ "พันธมิตร"
รายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการ สะท้อนภาพดังกล่าวได้ชัดเจนทั้ง
- 1500 Sound Academy จากสหรัฐฯ
- Kantana
- TrueVisions
- SM True
- Cat Radio
- Trendy Gallery
- Doc Club & Friends
- theCOMMONS
แต่สิ่งที่น่าสนใจ ไม่ใช่จำนวนแบรนด์คือบทบาทของแต่ละรายทุกแบรนด์ถูกวางให้เป็น "ผู้สร้างคอนเทนต์"ไม่ใช่เพียงผู้เช่าพื้นที่ยกตัวอย่างtheCOMMONS ไม่ได้เป็นเพียง Food Community
แต่ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พบปะของคนในย่านสุขุมวิทใต้ขณะที่ Doc Club & Friends ไม่ได้เป็นเพียงโรงภาพยนตร์แต่เป็น Community ของคนทำหนัง พร้อมรองรับเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติ
ปั้น เซาท์สุขุมวิท ให้เป็น Creative District
หากมองในภาพใหญ่Cloud 11 ไม่ได้ต้องการเป็นแลนด์มาร์กเพียงแห่งเดียวแต่กำลังพยายามเปลี่ยนภาพจำของ "เซาท์สุขุมวิท"จากพื้นที่รอยต่อของเมืองสู่ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งใหม่คล้ายกับหลายเมืองระดับโลกที่ใช้ "Creative District" เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจเมื่อผู้คน ธุรกิจ และเงินลงทุน กระจุกตัวในพื้นที่เดียวผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมักไม่ใช่แค่การเติบโตของโครงการแต่คือการเติบโตของทั้งย่าน
Cloud 11 กำลังขาย "ระบบนิเวศ" มากกว่าอสังหาริมทรัพย์หากมองเพียงผิวเผิน Cloud 11 อาจเป็นอีกหนึ่งโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่แต่เมื่อมองลึกลงไปสิ่งที่โครงการกำลังสร้าง ไม่ใช่ศูนย์การค้าไม่ใช่อาคารสำนักงานและไม่ใช่เพียงแลนด์มาร์กแห่งใหม่
แต่คือ "Creative Ecosystem"ระบบนิเวศที่ทำให้ครีเอเตอร์ แบรนด์ นักลงทุน และผู้บริโภค สามารถพบกัน สร้างสรรค์ และต่อยอดธุรกิจได้ในที่เดียวหากโมเดลนี้เดินหน้าได้ตามเป้าหมาย ความสำเร็จของ Cloud 11 อาจไม่ได้วัดจากจำนวนผู้มาเยือนต่อวัน
แต่อาจวัดจากจำนวนธุรกิจใหม่ ความร่วมมือใหม่ และมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากพื้นที่แห่งนี้เพราะในยุคที่ "ความคิดสร้างสรรค์" กลายเป็นทรัพยากรสำคัญของโลก ผู้ชนะอาจไม่ใช่ผู้ที่มีพื้นที่มากที่สุด แต่คือผู้ที่สร้าง "ระบบนิเวศ" ให้ความคิดเหล่านั้นเติบโตได้จริง


