หากย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน น้ำพุในโครงการอสังหาริมทรัพย์มักทำหน้าที่เพียงสร้างความสวยงามให้กับพื้นที่ แต่วันนี้แนวคิดดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปในยุคที่การแข่งขันของโครงการมิกซ์ยูสไม่ได้วัดกันแค่จำนวนอาคารหรือพื้นที่เช่า แต่แข่งขันกันที่ "ประสบการณ์" (Experience) ทุกองค์ประกอบของพื้นที่จึงต้องมีหน้าที่มากกว่าความสวยงามOne Bangkok คือหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดนี้อย่างชัดเจน
ลานน้ำพุใจกลางโครงการ ซึ่งกลายเป็นภาพจำของผู้มาเยือน ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเพียงฉากถ่ายรูป แต่ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนอยากใช้เวลา อยากกลับมา และอยากแบ่งปันประสบการณ์ผ่านโลกออนไลน์เมื่อผู้คนอยู่ในพื้นที่นานขึ้น ร้านค้าก็มีโอกาสสร้างยอดขายมากขึ้น พื้นที่ก็มีคุณค่ามากขึ้น นี่คือหลักคิดของการพัฒนาเมืองยุคใหม่ที่หลายประเทศนำมาใช้
กระแสสายมู...อาจเป็นเพียงปลายภูเขาน้ำแข็ง
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ลานน้ำพุ One Bangkok ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มสายมูที่เชื่อว่าเป็นจุดรับพลังงานที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยแม้ความเชื่อจะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผู้คนแวะเวียนมาเยือน แต่หากวิเคราะห์ในมุมของการออกแบบเมือง สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ฮวงจุ้ย ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์ มากกว่าการเป็นเพียงความเชื่อเชิงสัญลักษณ์
หลักฮวงจุ้ยมองว่า "น้ำ" คือสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ความเคลื่อนไหว และการไหลเวียนของโอกาสขณะที่ในมุมของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ น้ำคือองค์ประกอบที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย ลดความแข็งกระด้างของพื้นที่เมือง และดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาใช้ชีวิตในพื้นที่มากขึ้นเมื่อ2แนวคิดนี้มาบรรจบกัน จึงไม่น่าแปลกที่ลานน้ำพุแห่งนี้จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของทั้งนักท่องเที่ยว คนทำงาน และสายมูในเวลาเดียวกัน
เบื้องหลังความอลังการ คือวิศวกรรม
สิ่งที่หลายคนมองเห็นคือสายน้ำที่พลิ้วไหวตามจังหวะเพลง แต่สิ่งที่มองไม่เห็น คือระบบวิศวกรรมที่ทำให้ทุกอย่างทำงานได้อย่างแม่นยำผู้อยู่เบื้องหลังคือ SN Group ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำแบบครบวงจรที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 67 ปี ซึ่งรับหน้าที่พัฒนางานระบบน้ำของโครงการทั้งหมดไม่ใช่เพียงน้ำพุดนตรี
แต่รวมถึงระบบน้ำถึง 8 รูปแบบ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร ใช้เวลาก่อสร้างและติดตั้งนาน 14 เดือน โดยทีมวิศวกรเฉพาะทางภารกิจสำคัญของ SN Group ไม่ใช่การสร้างน้ำพุให้สวยที่สุด แต่คือการเปลี่ยนแนวคิดของนักออกแบบระดับโลกให้สามารถใช้งานได้จริงในระยะยาว
489 ชุด ที่ทำให้ "น้ำ" เต้นตามเสียงเพลง
ไฮไลต์สำคัญของโครงการ คือ One Bangkok Park Fountainความพิเศษไม่ได้อยู่ที่ขนาดของน้ำพุเพียงอย่างเดียว แต่คือระบบ Show Choreography ที่ควบคุมหัวน้ำพุ ไฟ LED และปั๊มน้ำรวมถึง 489 ชุด ให้เคลื่อนไหวสอดประสานกับเสียงดนตรีแบบเรียลไทม์
ผลลัพธ์คือการแสดงที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ตามเทศกาล วันสำคัญ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งปีหมายความว่า แม้ผู้คนจะกลับมาเยือนหลายครั้ง ก็ยังได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปนี่คือแนวคิดที่เรียกว่า "Experience Design" ซึ่งกำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงการระดับโลก
น้ำที่สวย ต้องคุ้มค่าด้วย
ความสวยงามเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับโครงการมูลค่ามหาศาลอีกโจทย์สำคัญคือการบริหารต้นทุนในระยะยาวSN Group จึงนำหลัก Value Engineering หรือ VE มาใช้ ตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ การออกแบบระบบ ไปจนถึงการจัดการพลังงานและการใช้น้ำ เพื่อให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาเพราะน้ำพุที่ดี ไม่ใช่เพียงเปิดใช้งานได้ในวันแรก แต่ต้องทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพไปอีกหลายปี
จาก "ระบบน้ำ" สู่การสร้างมูลค่าของอสังหาฯ
ในอดีต ระบบน้ำอาจถูกมองว่าเป็นเพียงงานระบบที่อยู่เบื้องหลังอาคารแต่วันนี้บทบาทของมันเปลี่ยนไประบบน้ำกลายเป็นองค์ประกอบที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของโครงการ เพิ่มเวลาการใช้พื้นที่ของผู้คน และสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง
พูดอีกมุมหนึ่งคือ น้ำกำลังทำหน้าที่เป็น "สินทรัพย์" ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์นี่คือเหตุผลที่โครงการระดับโลกจำนวนมาก ตั้งแต่ดูไบ สิงคโปร์ ไปจนถึงจีน ต่างลงทุนกับ Water Experience มากขึ้นเรื่อย ๆ
เมืองแห่งอนาคต อาจไม่ได้แข่งขันกันด้วยตึกที่สูงที่สุด
สุทธิพัณ พิศาลบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ SN Group มองว่า ผู้คนในปัจจุบันไม่ได้ต้องการเพียงพื้นที่สำหรับใช้งาน แต่ต้องการพื้นที่ที่สร้างความรู้สึกและประสบการณ์ร่วมนั่นทำให้บทบาทของระบบน้ำในเมืองเปลี่ยนจาก "โครงสร้างพื้นฐาน" ไปสู่ "โครงสร้างของประสบการณ์"
วิศวกรรมจึงต้องทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตย์ เทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้ใช้งานอย่างแยกจากกันไม่ได้
เหตุผลที่น้ำพุแห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์ก
หลายคนอาจมองว่าน้ำพุ One Bangkok โด่งดังเพราะความอลังการบางคนอาจเชื่อว่าเป็นเพราะหลักฮวงจุ้ยแต่เมื่อมองลึกลงไป จะพบว่าเบื้องหลังความสำเร็จเกิดจากการบูรณาการหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน ตั้งแต่วิศวกรรม ระบบควบคุม เทคโนโลยี การออกแบบเมือง ไปจนถึงจิตวิทยาของผู้ใช้งาน
เมื่อ "น้ำ" ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบตกแต่ง หากกลายเป็นเครื่องมือสร้างประสบการณ์ สร้างความทรงจำ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ลานน้ำพุแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นแค่จุดเช็กอินแห่งใหม่ของกรุงเทพฯแต่เป็นตัวอย่างของการลงทุนใน "ประสบการณ์" ที่กำลังกลายเป็นหัวใจของการพัฒนาเมืองยุคใหม่ และอาจเป็นคำตอบว่าทำไม ผู้คนจึงยังคงเดินกลับมาหาสายน้ำแห่งนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า


