แสนสิริเปิดแผนรุกครึ่งปีหลังเปิด 21 โครงการใหม่ มูลค่า27,000 ล้านพร้อมเดิมพันครั้งใหญ่กับเวลเนส คอมมูนิตี้กรุงเทพกรีฑาพรอมปั้น "ราชพฤกษ์ คอมมิวนิตี้" กว่า 1,000 ไร่
KEY POINTS
- แสนสิริประกาศแผนครึ่งปีหลัง เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 21 โครงการ มูลค่ารวม 27,000 ล้าน
- ชูกลยุทธ์สำคัญด้วยการเปิดตัว "Wellness Community" แห่งแรกบนถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ เพื่อตอบรับเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพ
- เน้นเจาะตลาดบ้านเดี่ยวลักชัวรี คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม และโครงการในทำเลศักยภาพทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ต
- การเร่งเปิดโครงการใหม่เป็นการใช้กลยุทธ์ชิงส่วนแบ่งตลาด เพื่อรองรับกำลังซื้อที่คาดว่าจะฟื้นตัวจากมาตรการรัฐและดอกเบี้ยขาลง
นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แม้ครึ่งปีหลังยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ แต่แสนสิริมองเห็น "สัญญาณบวก" จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการปลดล็อกกำลังซื้อของทั้งกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) และนักลงทุน บริษัทมีความพร้อมจากพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทุกระดับราคา ประกอบกับยอดขายรอโอน (Backlog) กว่า 27,000 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ภายในปีนี้กว่า 40% ช่วยหนุนผลประกอบการครึ่งปีหลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ครึ่งปีหลังเปิด21โครงการมูลค่า 2.7หมื่นล้าน
กลยุทธ์สำคัญของแสนสิริในช่วงครึ่งปีหลัง คือการเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 21 โครงการ มูลค่ารวม 27,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 12 โครงการ และคอนโดมิเนียม 9 โครงการบริษัทจะให้น้ำหนักทั้งการขายโครงการพร้อมอยู่เพื่อเร่งรับรู้รายได้ และการเปิด "บิ๊กโปรเจกต์" ในทำเลยุทธศาสตร์ ทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ตไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวบ้านเดี่ยวลักชัวรี 3 โครงการ ได้แก่ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง, เศรษฐสิริ รัตนาธิเบศร์ และบุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา
ชูWellness Community รับเมกะเทรนด์สุขภาพ
หนึ่งในหมากสำคัญของแสนสิริคือเปิด Wellness Community แห่งแรกของบริษัท บนพื้นที่กว่า 142 ไร่ ติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ซึ่งสะท้อนการขยับจากการพัฒนา "บ้าน" สู่การสร้าง "ระบบนิเวศการอยู่อาศัย" ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและการดูแลสุขภาพในระยะยาว
อีกหนึ่งโปรเจกต์เรือธงคือ "ราชพฤกษ์ คอมมิวนิตี้" มหาอาณาจักรที่อยู่อาศัยบนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ นับเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดที่แสนสิริเคยพัฒนา ขณะเดียวกัน บริษัทยังขยายการลงทุนสู่ตลาดภูเก็ต ผ่านแบรนด์พูลวิลล่าลักชัวรี "The Tales" ที่พร้อมเปิดให้เข้าชมในเร็ว ๆ นี้
บุกคอนโดพรีเมียมรับเรียลดีมานด์-นักลงทุน
ฝั่งคอนโดมิเนียม แสนสิริยังเดินหน้ารุกทั้งตลาดระดับบนและตลาดเมืองท่องเที่ยว โดยเตรียมเปิดตัวโครงการสำคัญ ได้แก่ เดอะ โมนูเมนต์ สาทร, โครงการใหม่แบรนด์ HAUS ใน T77, แคนวาซ พาเลท เชิงทะเล รวมถึงโครงการใหม่ในภูเก็ต ทั้งโซนเมืองและพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างสามกองและป่าตอง
นอกจากนี้ ยังมีโครงการพร้อมอยู่อีก 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 18,300 ล้านบาท ซึ่งสามารถรับรู้รายได้ทันที
ตลาดเริ่มฟื้น Rejection Rate ลดลง
แสนสิริมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มส่งสัญญาณกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากตัวเลขยอดขาย ยอดโอนกรรมสิทธิ์ และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายเริ่มกลับมาเปิดตัวโครงการใหม่และทำตลาดอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าภาคธุรกิจกำลังเตรียมรับรอบฟื้นตัวของอุตสาหกรรม
ครึ่งปีแรกทำยอดขายทะลุ 2.55 หมื่นล้าน
ผลดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 แสนสิริมียอดขายรวม 25,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 53% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 48,000 ล้านบาทตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อแบรนด์ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ของบริษัท
Sold Out 12 โครงการ คอนโด-บ้านยังแรง
ครึ่งปีแรก แสนสิริสามารถปิดการขาย (Sold Out) ได้ถึง 12 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท และมีอีก 8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 11,000 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างทยอยปิดการขาย
ฝั่งคอนโดได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์เปิดตัวแบรนด์ใหม่และการรื้อฟื้นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง จนเกิดกระแสลูกค้าต่อคิวจองล่วงหน้า ทั้งโครงการ Love Charoennakhon และ XT TEN Ekkamai
ขณะที่ dcondo VITE พัทยา สามารถกวาดยอดขายได้ถึง 90% ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังเปิดตัว ส่วนคอนโดพร้อมอยู่ในเมืองอย่าง VIA 34 และ VIA 61 มียอดโอนต่อเนื่อง
ด้านตลาดต่างจังหวัดและเมืองท่องเที่ยว ทั้งภูเก็ต ขอนแก่น เชียงใหม่ และพื้นที่ EEC ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุน จากศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ที่อยู่ในระดับสูง
แนวราบโตแรง ชี้ 3 ทำเลดาวรุ่ง
กลุ่มบ้านแนวราบยังเป็นอีกแรงขับสำคัญ โดยเฉพาะแบรนด์ "อณาสิริ" ระดับราคา 3-7 ล้านบาท ซึ่งทำยอดขายได้กว่า 350 ยูนิต ขณะที่โครงการเปิดใหม่หลายแห่งสามารถปิดการขายเฟสแรกได้ภายในเวลาเพียง 2 วัน
ในกลุ่มลักชัวรี แบรนด์นาราสิริและเศรษฐสิริยังได้รับการตอบรับดีเกินคาด จนต้องเร่งเปิดเฟสใหม่รองรับความต้องการ
แสนสิริยังประเมินว่า 3 ทำเลที่มีศักยภาพเติบโตสูงในช่วงต่อจากนี้ ได้แก่ ดอนเมืองซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเป็นศูนย์กลางกรุงเทพฯ ตอนเหนือ, รามอินทรา-จตุโชติ ที่ได้อานิสงส์จากโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และ ประชาอุทิศ ซึ่งกำลังกลายเป็นทำเลขยายตัวของผู้ซื้อจากย่านพระราม 3-สาทร เชื่อมต่อวงแหวนและมอเตอร์เวย์ M82 ในอนาคต
เกมรุกที่เดิมพันกับ "จังหวะฟื้น" ของตลาด
การตัดสินใจเปิดโครงการใหม่ถึง 21 โครงการในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นเต็มที่ สะท้อนว่าแสนสิริกำลังเลือกใช้กลยุทธ์ "สวนวัฏจักร" เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดก่อนคู่แข่งจุดต่างสำคัญไม่ได้อยู่เพียงจำนวนโครงการที่เปิด แต่คือการวางหมากในเซกเมนต์ที่สอดรับเมกะเทรนด์ ทั้ง Wellness Living, บ้านลักชัวรี, คอนโดระดับพรีเมียม และทำเลท่องเที่ยวที่ยังมีแรงซื้อจากนักลงทุนและชาวต่างชาติ





