แสนสิริเดิมพัน Creator Economy ปั้นยอด 700 ล้านชู"ความจริงใจ" ขายบ้านได้ เร่งเครื่อง Sansiri Affiliateปั้นยอดขายผ่านดิจิทัลแตะ 700 ล้าน
KEY POINTS
- แสนสิริปรับกลยุทธ์การตลาดโดยหันมาใช้ Creator Economy ผ่านโครงการ "Sansiri Affiliate" เพื่อสร้างยอดขายโดยอาศัย "ความน่าเชื่อถือ" และการรีวิวจากผู้ใช้งานจริง
- บริษัทตั้งเป้าสร้างยอดขายผ่านช่องทางดิจิทัลให้ได้ 700 ล้านบาทภายในปี 2569 หลังจากที่โครงการนี้ประสบความสำเร็จสร้างยอดขายไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท
- โมเดลนี้เปลี่ยนบุคคลทั่วไปและอินฟลูเอนเซอร์ให้เป็น "Trust Creator" ที่สร้างคอนเทนต์เล่าประสบการณ์การอยู่อาศัยจริง และรับค่าคอมมิชชันเมื่อเกิดการซื้อขาย
โลกอีคอมเมิร์ซกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้าน "โฆษณา" สู่การแข่งขันด้าน "ความน่าเชื่อถือ" เมื่อผู้บริโภคยุคใหม่เชื่อรีวิวจากคนจริงมากกว่าแบรนด์จริง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเคยพึ่งพาโชว์รูม พนักงานขาย และสื่อดั้งเดิม กำลังถูกเขย่าเข้าสู่ยุคใหม่ที่ "คอนเทนต์" กลายเป็นเซลส์ และ "ครีเอเตอร์" กลายเป็นผู้สร้างยอดขาย แสนสิริจึงเลือกเร่งเครื่อง Sansiri Affiliate จากเครื่องมือการตลาด สู่การสร้าง Ecosystem ใหม่ที่หวังปั้นยอดขายผ่านดิจิทัลแตะ 700 ล้านบาทในปี 2569
เมื่อคนไม่เชื่อโฆษณา...แต่เชื่อคนที่เคยอยู่จริง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วกว่ากลยุทธ์การตลาดของหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและใช้เวลาตัดสินใจนานวันนี้ ผู้ซื้อไม่ได้เริ่มต้นจากการเดินเข้าโครงการ แต่เริ่มจากการเลื่อนหน้าจอบนสมาร์ทโฟนไม่ใช่โบรชัวร์ที่สร้างการตัดสินใจ หากเป็นคลิปรีวิว ห้องตัวอย่าง ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยจริง และคำบอกเล่าจากบุคคลที่ผู้บริโภครู้สึกว่า "ไว้ใจ"นี่คือเหตุผลที่ทำให้ปี 2569 ถูกมองว่าเป็นปีแห่ง Creator-Driven Trust หรือยุคที่ "ความน่าเชื่อถือของครีเอเตอร์" กลายเป็นสินทรัพย์สำคัญของธุรกิจ
E-Commerce โต แต่เกมเปลี่ยน
ศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีอัตราขยายตัวเฉลี่ยราว 20% ต่อปี สวนทางหลายประเทศที่เริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว ปัจจัยสำคัญมาจากการเข้าสู่ยุค Mobile-First อย่างสมบูรณ์ ผู้บริโภคกว่า 77% ใช้งานผ่านสมาร์ตโฟน
การตลาดแบบ Affiliate ก็เปลี่ยนจากระบบแนะนำสินค้า ไปสู่ "Modern Direct Sale" ที่ขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์และประสบการณ์จริง โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่ม Millennials และ Gen Z ซึ่งให้คุณค่ากับคำแนะนำจากบุคคลที่สาม หรือ Micro Influencer มากกว่าการสื่อสารจากแบรนด์โดยตรง
จากนายหน้าสู่ "Trust Creator"
สำหรับอสังหาริมทรัพย์ การขายไม่ได้จบเพียงการบอกว่าบ้านสวยหรือทำเลดี แต่ต้องตอบคำถามว่า อยู่จริงเป็นอย่างไร? แสนสิริจึงปรับบทบาท Affiliate จากผู้แนะนำโครงการ มาเป็น "Trust-Led Affiliate" ที่เล่าเรื่องการอยู่อาศัยผ่านประสบการณ์จริง
ตั้งแต่บรรยากาศของโครงการ การเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก ไปจนถึงการบริหารจัดการของนิติบุคคลเมื่อข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านครีเอเตอร์ที่ผู้ชมติดตามอยู่แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง "คนขาย" กับ "คนซื้อ" จึงเปลี่ยนเป็น "คนเล่า" กับ "คนเชื่อ"
สูตร 3C ที่เปลี่ยนคอนเทนต์เป็นยอดขาย
หัวใจของ Sansiri Affiliate คือโมเดล 3C
- Content สร้างเรื่องราวของบ้านและคอนโดผ่านคอนเทนต์
- Connect ส่งต่อผ่านเครือข่ายของครีเอเตอร์
- Commission เปลี่ยนยอดจองเป็นรายได้
โมเดลนี้ทำให้การโพสต์คอนเทนต์หนึ่งชิ้น ไม่ได้สร้างเพียงยอดวิว แต่สามารถสร้างยอดขายได้จริง
บทพิสูจน์ของ Creator Economy
หลังเริ่มพัฒนาโครงการมาตั้งแต่ปี 2562 ปัจจุบัน Sansiri Affiliate กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม Affiliate ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตลอดปีที่ผ่านมา สร้างยอดขายรวม (GMV) มากกว่า 200 ล้านบาท มีผู้สมัครเกือบ 4,000 คน และผ่านการคัดเลือกกว่า 60%
ที่น่าสนใจ คือค่าคอมมิชชันสูงสุดแตะ 1.5 ล้านบาทต่อดีล ขณะที่ครีเอเตอร์บางรายสามารถสร้างรายได้เสริมมากกว่า 200,000 บาทต่อเดือนตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า Creator Economy กำลังขยายตัวจากการขายสินค้าอุปโภคบริโภค ไปสู่ตลาดสินทรัพย์มูลค่าสูงอย่างอสังหาริมทรัพย์
ใครก็เป็น Property Creator ได้
อีกปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ คือความหลากหลายของผู้เข้าร่วมโครงการตั้งแต่แม่ค้าออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ นักร้อง นักแสดง ครู ข้าราชการ ไปจนถึงชาวต่างชาติ ต่างสามารถเปลี่ยนคอนเทนต์ให้กลายเป็นรายได้
สะท้อนว่า "การขายบ้าน" ในวันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอาชีพนายหน้าอีกต่อไป แต่กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของคนที่มีทักษะการสื่อสารและฐานผู้ติดตาม
จาก Creator สู่ Ecosystem
ปี 2569 แสนสิริไม่ได้หยุดอยู่แค่การเพิ่มจำนวนครีเอเตอร์ แต่กำลังขยาย Ecosystem ไปทั่วประเทศทั้งการจัดกิจกรรมในจังหวัดภูเก็ตและขอนแก่น เพื่อสร้างเครือข่ายครีเอเตอร์ท้องถิ่น รองรับโครงการกว่า 118 แห่งทั่วประเทศ
พร้อมเปิดตัวโครงการ "Insight Creator" ที่ดึงพนักงานแสนสิริซึ่งรู้จักโครงการดีที่สุด มาเป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์จริงในฐานะ "อินไซเดอร์"แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของพนักงาน จากผู้ปฏิบัติงานภายใน สู่ผู้สร้างคุณค่าทางการตลาดผ่านคอนเทนต์
AI กำลังเปลี่ยนครีเอเตอร์ให้เป็นนักขายยุคใหม่
อีกก้าวสำคัญ คือการลงทุนในเครื่องมือ AI และ Data Analyticsทั้ง Dashboard วิเคราะห์ยอดขาย ระบบสนับสนุนการทำคอนเทนต์ รวมถึงเวิร์กช็อปด้าน AI ภายในงาน Creator Connect #2 เพื่อยกระดับทักษะของครีเอเตอร์ให้แข่งขันได้ในยุคที่อัลกอริทึมและข้อมูลมีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อไม่แพ้ตัวสินค้า
เดิมพันใหม่ของตลาดอสังหาฯ
เป้าหมายยอดขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล 700 ล้านบาทในปี 2569 ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางธุรกิจ หากสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบจากเดิมที่การแข่งขันอยู่บนทำเล ราคา และโปรโมชั่น วันนี้ "ความน่าเชื่อถือ" กลายเป็นปัจจัยใหม่ที่สร้างความแตกต่าง
เมื่อผู้บริโภคเชื่อคนมากกว่าเชื่อแบรนด์ และเชื่อประสบการณ์มากกว่าคำโฆษณา ผู้ชนะในตลาดอาจไม่ใช่บริษัทที่ใช้งบการตลาดสูงที่สุด แต่คือบริษัทที่สร้างเครือข่ายของ "ผู้บอกเล่า" ได้แข็งแรงที่สุด
และนั่นคือเหตุผลที่แสนสิริกำลังเดิมพันกับ Creator Economy ไม่ใช่เพียงเพื่อขายบ้าน แต่เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่เชื่อมผู้บริโภค ครีเอเตอร์ เทคโนโลยี และอีคอมเมิร์ซ เข้าไว้ใน Ecosystem เดียว ซึ่งอาจกลายเป็นพิมพ์เขียวใหม่ของการตลาดอสังหาฯในทศวรรษหน้า





