วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ศุภาลัยเดิมพันอนาคตหัวหิน ปั้น'Euro Village'แลนด์มาร์กใหม่ริมลากูน

ศุภาลัยเดิมพันอนาคตหัวหินWorld-Class Destination ดึงกำลังซื้อคุณภาพ สร้างระบบนิเวศการใช้ชีวิตครบวงจร ปั้น'Euro Village'แลนด์มาร์กใหม่ริมลากูน

KEY POINTS

  • ศุภาลัยเปิดตัวโครงการมิกซ์ยูส "Supalai Euro Village Hua Hin" ริมลากูน เพื่อสร้างเป็นแลนด์มาร์กและจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวแห่งใหม่
  • โครงการชูแนวคิดการจำลองสถาปัตยกรรมจากกว่า 20 ประเทศในยุโรป เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางเสมือนจริงและเป็นจุดถ่ายภาพที่น่าสนใจ
  • หวังเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงการอยู่อาศัย การท่องเที่ยว และธุรกิจท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์โดยรอบ

หัวหินกำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เริ่มมองไกลกว่าการขายบ้าน และหันมาสร้าง “ปลายทางของการใช้ชีวิต” ที่เชื่อมโยงการอยู่อาศัย การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน

ล่าสุดศุภาลัยประกาศเปิดตัว “Supalai Euro Village Hua Hin” โปรเจกต์มิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่ถูกวางบทบาทให้เป็น World-Class Living & Leisure Destination แห่งใหม่ของหัวหิน บนทำเลติดกับโครงการ “ศุภาลัย ลากูน หัวหิน” สะท้อนยุทธศาสตร์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงขนาดบ้านหรือทำเล แต่แข่งขันกันด้วย “ประสบการณ์” และ “คุณค่าของพื้นที่” ในระยะยาว

จากขายบ้าน สู่การสร้างเมืองแห่งไลฟ์สไตล์

ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดบ้านพักตากอากาศกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นสินทรัพย์สำหรับพักผ่อนในวันหยุด สู่การเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์การทำงาน การพักอาศัย และการท่องเที่ยวในที่เดียว

“Supalai Euro Village Hua Hin” จึงไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงศูนย์การค้าหรือคอมมูนิตี้มอลล์ แต่ถูกวางให้เป็นส่วนหนึ่งของ Living Ecosystem ที่เชื่อมต่อผู้พักอาศัย นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน แนวคิดดังกล่าวสอดรับกับเทรนด์การพัฒนาเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่มุ่งสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปี เพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่ และสร้างมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์โดยรอบในระยะยาว

ยกยุโรปทั้งทวีปมาไว้กลางหัวหิน

ไฮไลต์สำคัญของโครงการอยู่ที่การนำอัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมจากกว่า 20 ประเทศในยุโรป มาถ่ายทอดผ่านอาคารร้านค้า ภัตตาคาร และพื้นที่สาธารณะริมลากูน ตั้งแต่อิตาลี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี กรีซ สเปน เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ไปจนถึงกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ถูกนำมาตีความใหม่ในรูปแบบ Grand Waterfront Arcade ที่ทอดยาวตลอดแนวริมน้ำ

องค์ประกอบเด่นอย่างน้ำพุเต้นระบำ สะพานสไตล์คลาสสิก และพื้นที่เดินเล่นริมลากูน ถูกออกแบบให้กลายเป็น “Destination Landmark” ที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อน การถ่ายภาพ และการใช้เวลาคุณภาพในชีวิตประจำวัน

ภาพที่ศุภาลัยกำลังสร้างจึงไม่ใช่เพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่คือการสร้าง “ประสบการณ์การเดินทาง” โดยไม่ต้องออกนอกประเทศ

แลนด์มาร์กใหม่กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ

เบื้องหลังความสวยงามของสถาปัตยกรรม คือเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนการพัฒนาไลฟ์สไตล์เดสติเนชันขนาดใหญ่ในพื้นที่เดียวกับโครงการที่อยู่อาศัย ช่วยเพิ่ม Traffic และสร้างกิจกรรมทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากกลุ่มผู้อยู่อาศัย นักท่องเที่ยว และผู้มาเยือน

โมเดลดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้กับร้านค้า ร้านอาหาร ผู้ประกอบการบริการ และธุรกิจท้องถิ่น ขณะเดียวกันยังส่งผลเชิงบวกต่อมูลค่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่โดยรอบนับเป็นการขยายบทบาทของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จาก “ผู้สร้างบ้าน” สู่ “ผู้สร้างเศรษฐกิจเมือง” อย่างเต็มรูปแบบ

โบสถ์ยุโรป-โรงแรมบูติก ดึงตลาดอีเวนต์และไลฟ์สไตล์

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าจับตาคือการออกแบบพื้นที่รองรับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Town Plaza ขนาดใหญ่ Dome Pavilion กังหันลม ประภาคาร รวมถึง Church สไตล์ยุโรปที่ถูกพัฒนาให้รองรับงานแต่งงาน งานประชุม นิทรรศการ และอีเวนต์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ

ขณะที่โรงแรมบูติกพร้อม Rooftop Terrace และสระว่ายน้ำวิวสูง ถูกวางบทบาทเพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและนักเดินทางยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์แตกต่างจากโรงแรมแบบดั้งเดิมทั้งหมดสะท้อนความพยายามในการขยายฐานผู้ใช้งานพื้นที่ให้ครอบคลุมทั้งตลาดท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ และไมซ์ (MICE) ไปพร้อมกัน

เปิดเกมดึงพันธมิตรธุรกิจ ปลุกทำเล

ศุภาลัยเตรียมเปิดรับผู้ประกอบการและพันธมิตรธุรกิจเข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในโครงการ โดยเปิดลงทะเบียนแสดงความสนใจจองสิทธิ์ร้านค้าล่วงหน้า พร้อมมอบสิทธิพิเศษฟรีค่าเช่าในปีแรก

มาตรการดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจในการเร่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และดึงแบรนด์คุณภาพเข้ามาสร้างสีสันให้กับพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น

หากประสบความสำเร็จ โครงการแห่งนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กสำคัญที่ช่วยยกระดับหัวหินจากเมืองพักผ่อนริมทะเล สู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เผชิญการแข่งขันเข้มข้น การสร้างบ้านเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป“Supalai Euro Village Hua Hin” จึงเป็นมากกว่าโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์ แต่คือการเดิมพันครั้งสำคัญของศุภาลัยในการสร้าง “แลนด์มาร์กแห่งอนาคต” ที่หลอมรวมการอยู่อาศัย การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเมืองเข้าไว้ในพื้นที่เดียว

และหากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ หัวหินอาจไม่ได้เป็นเพียงเมืองตากอากาศยอดนิยมของไทยอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน World-Class Destination แห่งใหม่ของภูมิภาคอย่างเต็มตัว