วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

อสังหาฯพลิกเกมชู 'Wellbeing' รับเทรนด์Longevityมาแรง

เทอร์ร่าฯ ชี้อสังหาฯพลิกกลยุทธ์ชู 'Wellbeing'รับเทรนด์'Longevity'มาแรง หนุนให้บ้านกลายเป็นเครื่องมือดูแลใจและสุขภาพในระยะยาว ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย อีกต่อไป

KEY POINTS

  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เปลี่ยนจุดแข่งขันจากทำเลและฟังก์ชัน มาเน้นที่ "Wellbeing" หรือ "สภาวะชีวิตที่ดี" ของผู้อยู่อาศัย ซึ่งเป็นความสุขที่ลึกซึ้งและยั่งยืน
  • การพัฒนาโครงการต้องคำนึงถึง Wellbeing ใน 4 มิติ คือ กาย (Physical) ใจ (Mental) สังคม (Social) และจิตวิญญาณ (Spiritual) เพื่อสร้างบ้านที่ช่วยเยียวยาและสร้างสมดุลให้ชีวิต
  • กลยุทธ์นี้เกิดขึ้นเพื่อตอบรับเทรนด์ "Longevity" ที่ผู้คนต้องการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพและสุขภาพดี (Wellspan & Healthspan) ไม่ใช่แค่อายุยืน (Lifespan)
  • ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและความรู้สึกที่ดีมากกว่าความหรูหรา 

สุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด  ระบุว่า  วันนี้ อสังหาริมทรัพย์ไม่ได้แข่งขันกันแค่ “ทำเล” หรือ “ฟังก์ชัน”แต่กำลังแข่งขันกันที่ “ความรู้สึกของคนอยู่”
และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่าน จาก Quality of Lifeสู่ Wellbeing เพราะWellbeing ไม่ใช่แค่ “ความสุข” แต่คือ “สภาวะชีวิต”ในมุมจิตวิทยาความสุขมี 2 ชั้น

  • Hedonic Happiness: สุขระยะสั้น เช่น ซื้อของใหม่ เที่ยว พักผ่อน
  • Eudaimonic Happiness: สุขระยะลึก รู้สึกมั่นคงจากภายใน

Wellbeing อยู่ในชั้นที่สอง มันไม่ใช่แค่คำถามว่า“คุณมีอะไรบ้างในชีวิต”แต่คือ“คุณรู้สึกอย่างไรกับชีวิตของตัวเองในช่วงที่ผ่านมา” คนที่มี Wellbeing ไม่ใช่คนที่ไม่มีปัญหาแต่คือคนที่ “รับมือกับชีวิตได้”

 

Wellness = วิธีการ  Wellbeing = ผลลัพธ์

 หลายคนใช้ 2 คำนี้แทนกัน แต่จริง ๆ แล้วต่างกันชัดเจน Wellness = สิ่งที่คุณ “ทำ” เช่น ออกกำลังกาย นอนดี กินดี Wellbeing = สิ่งที่คุณ “เป็น” คือภาวะชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนและจุดเชื่อมของสองสิ่งนี้คือ “บ้าน”

ทำไมอสังหาฯ กลายเป็นเรื่องของสุขภาพใจ

เพราะ “บ้าน” คือหนึ่งในปัจจัยสี่ และเป็นพื้นที่ที่เราใช้เวลามากที่สุดในชีวิตบ้านที่ดี ไม่ได้แค่ทำให้สะดวกแต่ต้องทำให้กลับมาแล้วรู้สึกปลอดภัยรู้สึกสดชื่นและรู้สึกว่าชีวิตสมดุลขึ้นประเทศพัฒนาแล้วจึงขยับจาก Quality of Life ไปสู่ Wellbeingเพราะเมื่อ “มีครบ” แล้วสิ่งที่คนต้องการต่อ คือ “รู้สึกดีจริง”

4 มิติ Wellbeing ที่ดีเวลอปเปอร์ต้องคิดให้ลึก

1. Physical Wellbeing — ร่างกายต้องดีจริง
ไม่ใช่แค่มีฟิตเนส แต่ต้อง “อยากใช้”อยู่ใกล้ธรรมชาติ เดินทางปลอดภัย ใช้งานแล้วสบายจริง

2. Mental Wellbeing — บ้านต้องเยียวยาใจ
พื้นที่ต้องทำให้ใจฟูมีมุมสงบ มีพื้นที่ Rechargeบ้านต้อง “ฮีล” ไม่ใช่แค่ “อยู่ได้”

3. Social Wellbeing — สังคมต้องน่าอยู่
ไม่จำเป็นต้องจัดกิจกรรมตลอดเวลาแต่ต้องรู้สึกว่าอยู่ในชุมชนที่ “ไว้ใจได้”

4. Spiritual Wellbeing — ชีวิตต้องมีความหมาย
รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่ายอมรับความเปลี่ยนแปลงและเริ่มมองโลกมากกว่าแค่ความสำเร็จทางวัตถุ

Longevity อยู่ยืน ≠ อยู่ดี

อีกเทรนด์ที่มาแรงคือ “Longevity” แต่แก่นจริงไม่ใช่แค่ “อายุยืน” คือ “ใช้ชีวิตดีไปจนวันสุดท้าย”ประกอบด้วย

  • Lifespan: อายุทั้งหมด
  • Healthspan: ช่วงที่สุขภาพดี
  • Wellspan: ช่วงที่ชีวิตมีคุณภาพ

 Long Life ไม่เท่ากับ Good Life และนี่คือโจทย์ใหม่ของอสังหาฯ

ข้อมูลชี้ชัด คนเลือก “สุขภาพ” มากกว่า “ความหรู”ผลสำรวจผู้บริโภค 1,500 คน พบว่า86% ให้ความสำคัญกับ Wellness
71% ให้ความสำคัญกับ Hospitalityแปลว่าลูกค้าไม่ได้อยากได้แค่Concierge Room Service แต่ต้องการ อากาศดี ความปลอดภัย ความสงบทางใจจาก “ขายแปลน” สู่ “ขายความรู้สึก”

หนึ่งในอินไซต์ที่น่าสนใจที่สุดคือลูกค้าไม่ได้ซื้อ “สระว่ายน้ำ”แต่ซื้อ “เหตุผลบางอย่าง” ที่ซ่อนอยู่บางคนอยากว่ายจริงบางคนอยากได้ภาพลักษณ์มีเคสที่โครงการวางสระชั้น 2 เพื่อ “โชว์” แล้วขายดี
ขณะที่อีกโครงการวางตามฟังก์ชัน แต่ขายไม่ออก เพราะเข้าใจ “What”แต่ไม่เข้าใจ “Why”  เกมใหม่ที่แข่งกันด้วย “คุณภาพชีวิต”