วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ทอท.จ่อ PPP 'คลังสินค้าสุวรรณภูมิ' 1.5 หมื่นล้าน คาดลงนาม มี.ค.นี้

ทอท.จ่อ PPP 'คลังสินค้าสุวรรณภูมิ' 1.5 หมื่นล้าน คาดลงนาม มี.ค.นี้

ทอท.เตรียมเปิดพีพีพี ดึงเอกชนร่วมทุน "คลังสินค้าสุวรรณภูมิ" มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท หลัง ครม.อนุมัติเดินหน้าโครงการ คาดคัดเลือกแล้วเสร็จพร้อมลงนามภายใน มี.ค.นี้ พร้อมผลักดันเอกชนลงทุนระบบ AI หวังบริหารขีดความสามารถเพิ่มขึ้น 1 ล้านตัน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (10 มิ.ย.68) ได้มีมติอนุมัติให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ดำเนินการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการรัฐ (พีพีพี) ในโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 เพื่อทดแทนเอกชนสัญญาเดิมที่กำลังจะครบกำหนดสัญญาในเดือนต.ค.2569

อย่างไรก็ดี หลังจาก ครม.มีมติอนุมัติแล้ว ทอท.จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนพีพีพี ตั้งคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 หลังจากนั้นกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือก และเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 5 - 6 เดือนนับจากนี้ ได้ตัวเอกชนคู่สัญญาเสนอ ครม. หลังจากนั้นจะลงนามสัญญาในราวเดือน ก.พ. - มี.ค.2569

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ทอท.จะเร่งดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในโครงการนี้ เนื่องจากบริการคลังสินค้าถือเป็นส่วนสำคัญที่ต้องรองรับความต้องการในการขนส่งสินค้าที่กำลังขยายตัวอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่ง ทอท.ประเมินว่ากรอบการดำเนินงานนั้นจะแล้วเสร็จทันต่อการบริหารงานในสัญญาเดิมที่กำลังจะสิ้นสุดลง

“หากได้เอกชนรายใหม่ เมื่อประมูลแล้วเสร็จเอกชนก็จะมีเวลาในการเตรียมพร้อมประมาณ 6 เดือน เพื่อเริ่มดำเนินการต่อจากเอกชนรายเดิม แต่หากประมูลแล้วเอกชนรายเดิมเป็นผู้ชนะ ก็จะสามารถบริหารงานต่อได้ทันที โดย ทอท.ยังคาดหวังว่าสัญญาใหม่นี้ จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยี ระบบ AI เข้ามาบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับสินค้ามากขึ้นเป็นเท่าตัว”

ทั้งนี้ ปัจจุบันคลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีขีดความสามารถรองรับสินค้าอยู่ที่ 2.2 ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะส่วนของผู้ประกอบการรายที่ 2 มีขีดความสามารถรองรับอยู่ที่ 5 แสนตันต่อปี ดังนั้นหากผู้ประกอบการรายที่ 2 นำระบบ AI เข้ามาบริหารจัดการคลังสินค้า ก็จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถเป็นเท่าตัว หรือราว 1 ล้านตันต่อปี และทำให้ขีดความสามารถคลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มเป็น 2.7 ล้านตัวต่อปี

สำหรับการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 ก่อนหน้านี้ ทอท.ศึกษารูปแบบ PPP Net Cost โดยมีมูลค่าของโครงการรวม 15,253 ล้านบาท ซึ่งจะคัดเลือกเอกชนมาร่วมลงทุนทดแทนผู้ประกอบการรายเดิม คือ บริษัท ดับบลิวเอฟเอสพีจีคาร์โก้ จำกัด ซึ่งอายุสัญญาจะสิ้นสุดในเดือนต.ค.2569

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์