background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เปิดโมเดล 'มาบตาพุดคอมเพล็กซ์' ปฏิวัติขยะอุตสาหกรรม 1.8 แสนตัน

เปิดโมเดล 'มาบตาพุดคอมเพล็กซ์' ปฏิวัติขยะอุตสาหกรรม 1.8 แสนตัน

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ กรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในฐานะรักษาการผู้ว่าการ กนอ. เปิดเผยว่า จุดแข็งของ กนอ. ซึ่งมีนิคมฯ 71 แห่ง 1 ท่าเรือ สิ่งสำคัญสุดคืออยู่ใต้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยเป็นผู้ใช้พลังงานเยอะสุดหนึ่งหน่วยของประเทศ และมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 

ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ กนอ. มีส่วนช่วยส่งเสริมทำให้กลไกการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศสำเร็จง่ายขึ้น ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านคาร์บอนฟุตพริ้นท์จึงต้องใช้เครื่องมือที่มีหลายตัว ซึ่ง กนอ. มีความพร้อมระดับหนึ่ง โดยได้เตรียมตัวมาหลายปี เพื่อจะเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไปสู่กรีนอีโคโนมี     

ทั้งนี้ กนอ. จะช่วยลดคาร์บอนอย่างเป็นระบบ ถือเป็นธุรกิจและทำตัวเองเป็นเมือง รับนิเวศในนคมอุตสาหกรรมมีทั้งน้ำเสียที่ปล่อยมาจากโรงงาน จึงต้องทำให้เกิดเซอร์คูลาร์อีโคโนมี จึงต้องทำเป็นพื้นที่ทดลอง (Sandbox) สร้างนิคมฯ ให้แข็งแรงผ่าน มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ (Maptaphut Complex) เพื่อให้เกิดการพึ่งพาอาศัยกันและกัน (Symbiosis) จนถึงการจัดการของเสียในวงจรแบบปิด (Closed Loop) ภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม จากรายงานปริมาณของเสียอันตรายใน 28 นิคมอุตสาหกรรมพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก มีจำนวน 560,464 ตันต่อปี ขณะที่ปริมาณของเสียอันตรายในกลุ่มพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ มีจำนวน 183,363 ตันต่อปี

"เรามีพื้นที่เหมาะสม ผ่านกลไกเริ่มต้นตั้งแต่การสร้างระบบเทรดดิ้ง เขื่อมโยงเวิลด์แบงก์ กระทรวงการคลัง ลิงค์โรงงานอุตสาหกรรมให้เข้าเทรด โดยผ่านการเตรียมดาต้าแพลตฟอร์มที่ กนอ. สร้างขึ้น เพื่อรับมือความท้าทายด้านดิจิทัล เทคโนโลยี และความยั่งยืน โดยส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวผ่านนิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน สนับสนุนพลังงานสะอาด จัดการของเสียผ่านมาบตาพุด แซนด์บ็อกซ์ และพัฒนาเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน"

ทั้งนี้ กนอ. จะสร้างกลไก Carbon Finance ร่วมกับ World Bank พัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิต และตั้ง CME เป็นศูนย์กลางความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน โดย กนอ.พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมไทยลดก๊าซเรือนกระจก สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน และยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนสีเขียวในภูมิภาค

ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการกากของเสียให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ยกระดับมาตรฐานการจัดการของเสียอุตสาหกรรม สร้างความเชื่อมั่นต่อภาคอุตสาหกรรมและประชาชน ทั้งยังเป็นการสนับสนุนเป้าหมาย (Net Zero) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) 

ทั้งนี้ ภายในปี 2568 จะมีการขับเคลื่อนอีกหลายกิจกรรม/โครงการเกี่ยวกับการจัดการของเสียภายในมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ อาทิ การตั้งศูนย์จัดการทรัพยากร ที่จะเป็นศูนย์ในการสนับสนุน พัฒนา และควบคุมในภาพรวม, พัฒนารูปแบบเชิงธุรกิจของศูนย์และแพลตฟอร์มเศรษฐกิจหมุนเวียน (CE-Center & Platform), ศึกษาและออกแบบแผนแม่บทการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย (Waste Flow Analysis & Master Plan), สนับสนุนเทคโนโลยีจัดการของเสียในวงจรแบบปิด (Closed Loop), ผลักดันการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้  

และในปี 2569 จะขยายกิจกรรม/โครงการต่างๆ ไปใน 14 นิคมอุตสาหกรรม ที่ กนอ.ดำเนินการเอง ซึ่งระหว่างปี 2570-2575 กนอ.จะร่วมลงทุนกับเอกชนสร้าง CE-Center และ ศูนย์รวบรวมขยะอุตสาหกรรม (CE-Transfer Station) ในมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ และ 14 นิคมอุตสาหกรรม