background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ วางกลยุทธิ์ ”ผลไม้ไทย” 9.5 ล้านตัน เจาะตลาดไทย ตลาดโลก

พาณิชย์ วางกลยุทธิ์ ”ผลไม้ไทย” 9.5 ล้านตัน เจาะตลาดไทย ตลาดโลก

ปี 67 ถือเป็น “ปีทอง” ของ “ผลไม้ไทย”   โดยไทยส่งออกผลไม้ ทั้งแบบสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง รวมมูลค่า 6,510.6 ล้านดอลลาร์ สูงกว่ามูลค่าการส่งออกเฉลี่ยในข่วง 5 ปีที่ผ่านมา ( 5,855.7 ล้านดอลลาร์) คิดเป็นสัดส่วน 22.6% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมดของไทย เฉพาะการส่งออกผลไม้สด มีมูลค่า 5,149.4 ล้านดอลลาร์

โดยผลไม้ที่ส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของไทย คือ “ทุเรียน ” มีปริมาณการส่งออก 859,183 ตัน มูลค่า 3,755.7 ล้านดอลลาร์มีสัดส่วนถึง 72.9% ของมูลค่าการส่งออกผลไม้สดทั้งหมดของไทย

ตลาดส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จีน สัดส่วน 97.4% ของมูลค่า การส่งออกทุเรียนสดของไทย 2.ฮ่องกง 1.3% 3. เกาหลีใต้ 0.3% 4. มาเลเซีย 0.2% และ 5.สหรัฐอเมริกา 0.2%

สำหรับปี 68 กระทรวงพาณิชย์หวังว่า ปีนี้จะเป็นปีทองของผลไม้ไทยต่อเนื่อง  โดยปีนี้ผลผลิตรวมของผลไม้ไทยคาดว่าจะมีปริมาณ 6.736 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.858 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น15% 

ผลผลิตผลไม้สำคัญ 9 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน ลำไย มะม่วง สับปะรด มังคุด ส้มเขียวหวาน เงาะ ลองกอง และลิ้นจี่ คาดว่า จะมีประมาณ 6.736 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15% โดยทุเรียนเพิ่มขึ้นมากสุด ผลผลิต 1.767 ล้านตัน เพิ่ม 37% ลำไย 1.456 ล้านตัน เพิ่ม 1% มะม่วง 1.306 ล้านตัน เพิ่ม 10% สับปะรด 1.343 ล้านตัน เพิ่ม 17% และมังคุด 2.79 แสนตัน เพิ่ม 2%

พาณิชย์ วางกลยุทธิ์ ”ผลไม้ไทย” 9.5 ล้านตัน เจาะตลาดไทย ตลาดโลก

ผลผลิตผลไม้ทั้งหมด แบ่งเป็นการบริโภคสด 65% และแปรรูป 35% เป็นการส่งออก 74% ในจำนวนนี้เป็นส่งออกแบบสด 62% และแปรรูป 38% และบริโภคในประเทศ 26% ในจำนวนนี้เป็นการบริโภคแบบสด 73% และแปรรูป 27% โดยลำไย ส่งออกมากถึง 91% บริโภคในประเทศเพียง 10% มังคุดส่งออก 82% บริโภคในประเทศ 18%

สับปะรด ส่งออก 78% บริโภคในประเทศ 22% ทุเรียน ส่งออก 75% บริโภคในประเทศ 25% ลิ้นจี่ ส่งออก 20% บริโภคในประเทศ 80% มะม่วง ส่งออก 16% บริโภคในประเทศ 84% ลองกอง ส่งออก 15% บริโภคในประเทศ 85% เงาะ ส่งออก 8% บริโภคในประเทศ 92% และส้ม ส่งออก 1% บริโภคในประเทศ 99%

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าผลไม้สด และแปรรูป 2 % มูลค่า  3 แสนกว่าล้านบาท และผลไม้สด ตั้งเป้าส่งออก 3 % มูลค่า 1.8 แสนล้านบาท  

ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมประชุมกับผู้แทนเกษตรกร สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง โลจิสติกส์ และสถาบันการเงิน เพื่อร่วมกันผลักดันมาตรการเชิงรุกก่อนที่ผลผลิตฤดูกาลใหม่จะออกสู่ตลาด โดยมีเป้าหมายช่วยระบายผลผลิตผลไม้ 950,000 แสนตัน ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ วาง  7 มาตรการ 25 แผนงาน 

อาทิ  มาตรการสร้างความเชื่อมั่นผลผลิต  ได้แก่ เร่งตรวจและรับรองแปลง GAP 120,000 แปลง Set Zero สร้างความเชื่อมั่นผลไม้ไทย  ตั้งวอร์รูมผลักดันการส่งออกผลไม้ไทย ตั้งชุดเฉพาะกิจเจรจาจีน , มาตรการส่งเสริมตลาดในประเทศ ได้แก่ เชื่อมโยงตลาดล่วงหน้า 150,000 ตัน  กระจายออกนอกแหล่งผลิต 90,000 ตัน สนับสนุนค่าบริหารจัดการผลไม้ระหว่างประเทศ 100,000 ตัน  จัดรณรงค์บริโภคผลไม้ (Thai Fruits Festival) 346,500 ตัน  สนับสนุนบรรจุภัณฑ์เพื่อการค้า Online-Offline 3,500 ตัน   ยกระดับสร้างอัตลักษณ์ผลไม้ไทย (GI) 5 สินค้า

มาตรการส่งเสริมตลาดต่างประเทศ ได้แก่ จัดมหกรรมการค้าชายแดน เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 3 ภาค จับคู่ธุรกิจ เป้าหมาย 1,000 ล้านบาท  ส่งเสริมการขายในต่างประเทศ เป้าหมาย 254 ล้านบาท และ ร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ เป้าหมาย 9,458 ล้านบาท เป็นต้น

สำหรับ“ตลาดจีน” ที่ถือเป็น ตลาดสำคัญผลไม้ไทยที่ไทยจะต้องรั้งตำแหน่งตลาดส่งออกผลไม้อันดับ 1 ของไทย ให้ได้  โดยเฉพาะ”ทุเรียน” ที่ไทยครองแชมป์ส่งออกไปจีนอันดับ 1 เนื่องจากผู้บริโภคจีนยังคงให้ความนิยมทุเรียนไทยสูง โดยเฉพาะ พันธุ์หมอนทองและพวงมณี ที่ได้รับการยอมรับด้านรสชาติและคุณภาพ 

จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยว่า   ปี 2567 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปจีน 833,000 ตัน มูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์ และแนวโน้มยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองรองและพื้นที่ทางตอนเหนือของจีน

อย่างไรก็ตาม ไทยกำลังเผชิญการแข่งขันจากคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นในตลาดจีน เช่น ทุเรียนสด ไทยได้รับการอนุญาตให้นำเข้าจีนได้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2546 แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จีนเริ่มอนุญาตการนำเข้าทุเรียนสดจากเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซียด้วย

นอกจากนี้ยังมีเรื่องกฎระเบียบการนำเข้าของจีนที่มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการด้านสุขอนามัย รวมทั้งการขนส่งโลจิสติกส์ และผลผลิตผลไม้ในปีนี้ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น  15  % เมื่อเทียบกับปี 67  ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลไม้ไทยในปี 2568

“สุนันทา กังวานกุลกิจ” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยถึง แผนการการส่งออกส่งออก”ทุเรียน” ไปยังตลาดจีน ว่า   DITP ได้เตรียมแผนสร้างภาพลักษณ์ “ทุเรียนไทย” ในตลาดจีนอย่างเต็มกำลัง โดยจะใช้กลยุทธ์ครบวงจร 4 กลยุทธ์สำคัญ 

ประกอบด้วย มุ่งสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของทุเรียนไทย ขยายช่องทางการค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ผลักดันการขายผ่านงานแสดงสินค้า และจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภค เพื่อเพิ่มศักยภาพการส่งออกและขยายตลาดอย่างยั่งยืน ผลักดันให้ทุเรียนไทยสามารถขยายตลาดในจีนได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ผลไม้ไทยในระยะยาว  

นอกจากนี้ DITP ยังมีแผนเดินหน้าขยายตลาดผลไม้สดและแปรรูปไปยัง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ตลาดศักยภาพ อาทิ ฮ่องกง มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ไต้หวัน และสหราชอาณาจักร ตลาดส่งเสริมภาพลักษณ์ เช่น ตะวันออกกลางและเอเชียใต้ และตลาดที่สะดวกต่อการขนส่ง CLMV ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม โดยในปี 2568 มีแผนงาน 6 ด้าน รวม 32 โครงการ เช่น การจับคู่เจรจาธุรกิจสินค้าผลไม้ การส่งเสริมการขายในต่างประเทศ การใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และการสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านงานแสดงสินค้านานาชาติ

การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับปริมาณผลผลิต และการวางกลยุทธ์การส่งออกผลไม้ไทย ถือเป็นจุดเริ่มที่ดีเพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาด ส่งผลให้ราคาตกต่ำ รวมทั้งการผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้