วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ เตรียมชงนายกฯ สัปดาห์หน้า ตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูก

พาณิชย์ เตรียมชงนายกฯ สัปดาห์หน้า ตั้งคณะทำงานระดับชาติแก้ปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูก ไร้มาตรฐานจากต่างประเทศ ถล่มสินค้าไทย ขณะที่ภาคเอกชน ชี้ได้รับผลกระทบหนัก จี้รัฐปิดทุกช่องทางทั้งคุมคุณภาพ มาตรฐาน เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการแก้กฎหมาย ความตกลงระหว่างประเทศ

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ที่มีราคาถูก และไม่ได้มาตรฐาน ว่า กระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างการจัดทำแนวทางและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการแก้ปัญหาในภาพรวมรวมทั้งเตรียมจัดตั้งคณะทำงานระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนมาตรการแก้ปัญหา ที่มีผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้เกิดการบูรณาการแก้ปัญหาร่วมกัน และแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แต่การแก้ปัญหาต้องคำนึงถึงการค้าที่เป็นธรรม สอดคลองกับพันธกรณีและความตกลงระหว่างประเทศด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 ส.ค.67 กรมได้จัดการประชุมร่วมกับภาคเอกชน 30 กลุ่มธุรกิจ เช่น พลาสติกเครื่องนุ่งห่ม ของขวัญของชำร่วย เครื่องเขียนและเครื่องใช้สำนักงาน เครื่องปรับอากาศ เหล็ก เครื่องจักรกลและโลหะการ เซรามิก แกรนิตและหินอ่อน เครื่องสำอาง อาหารเสริม เฟอร์นิเจอร์ เป็นตน เพื่อรับฟังสถานการณ์การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และการแข่งขันทางการค้าระหว่างสินค้าเอสเอ็มอีไทยกับสินค้านำเข้า

รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหาการแข่งขันของสินค้าไทยและต่างประเทศ ทั้งในด้านคุณภาพ และราคา โดยกรมจะรวบรวมทุกความเห็น นำเสนอในระดับนโยบาย เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาร่วมกัน

พาณิชย์ เตรียมชงนายกฯ สัปดาห์หน้า ตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูก

“ผู้ประกอบการได้ให้ข้อมูลปัญหา และผลกระทบจากสินค้านำเข้า ที่มีต่อผู้ผลิตสินค้า ภาคบริการ การลงทุน และผู้บริโภค จากปัญหามาตรฐานสินค้าคุณภาพต่ำและราคาถูก การลักลอบนำเข้าสินค้าทางชายแดน การสำแดงพิกัดสินค้าที่เป็นเท็จ รวมถึงการเข้ามาตั้งธุรกิจบริการและภาคการผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศและผู้บริโภคไทย”

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการได้เสนอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดใตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานของสินค้านำเข้า การสร้างความเข้มแข็งให้ประกอบการไทยด้านการผลิตและศักยภาพการประกอบธุรกิจ เพื่อให้สินค้าและธุรกิจไทยรักษาส่วนแบ่งตลาดได้ และการปรับปรุงกฎหมาย รวมถึงความตกลงระหว่างประเทศที่ไทยทำกับประเทศต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าไทย

ส่วนกลุ่มสินค้าที่จำเป็นต้องนำเข้ามาใช้เพื่อผลิตสินค้าสำเร็จรูปในประเทศ เช่น สินค้าทุน วัตถุดิบ ฯลฯ หากหน่วยงานภาครัฐจะใช้มาตรการใดๆ ขอให้พิจารณากระทบ ที่จะเกิดขึ้นกับผู้นำเข้า ผู้ใช้ และผู้บริโภคด้วย  เพราะสินค้าดังกล่าวมีความจำเป็นต้องนำเข้ามาใช้

นายรณรงค์ กล่าวว่า สำหรับการใช้มาตรการเยียวยาทางการค้า  ทั้งมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (ซีวีดี) และมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (เซฟการ์ด) ที่ภาคเอกชนเรียกร้องให้กรมใช้นั้น  ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการเข้าใจกระบวนการไต่สวน รวมทั้งผลกระทบจากการใช้มาตรการ โดยหากผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากสินคานำเข้า ที่มีราคาไม่เป็นธรรม หรือสินค้านำเข้าทะลักเข้าไทยจำนวนมาก สามารถยื่นคำขอใช้มาตรการดังกล่าวได้ ซึ่งต้องมีเอกสารหลักฐานที่เพียงพอและน่าเชื่อถือ และจะเปิดไต่สวนเพื่อใช้มาตรการได้ อย่างไรก็ตาม กรมจะจัดการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย วิธีการยื่นคำขอและไต่สวนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 23 ส.ค.นี้ กรมจะเชิญภาคเอกชนที่เกี่ยวช้องเพิ่มเติมมาหารือในลักษณะเดียวกันนี้อีก เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สมาคมก่อสร้าง สภาวิศกร สภาสถาปนิก สมาคมท่องเที่ยว สภาการศึกษา สภามหาวิทยาลัย ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง ฯลฯ รวม 12 หน่วยงาน